This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระวินัยปิฎก

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๔๗๐–๔๗๔พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒5 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ ปาจิตตีย์ วรรคที่ ๔ ๔. โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์

โภชนวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปทํ

๔๗๐

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ณ สถานอันไม่ห่างจากพระนครสาวัตถีนั้น มีประชาชน หมู่หนึ่งได้จัดตั้งอาหารไว้ในโรงทาน. พระฉัพพัคคีย์ครองผ้าเรียบร้อยแล้ว ถือบาตรจีวรเข้าไป บิณฑบาตยังพระนครสาวัตถี, เมื่อไม่ได้อาหาร ได้พากันไปสู่โรงทาน. ประชาชนตั้งใจอังคาสด้วย ดีใจว่า แม้ต่อนานๆ ท่านจึงได้มา. ครั้นวันที่ ๒ และวันที่ ๓ เวลาเช้า พระฉัพพัคคีย์ครอง อันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังพระนครสาวัตถี, เมื่อไม่ได้อาหาร ได้พากัน ไปฉันในโรงทาน. ครั้นแล้วได้ปรึกษากันว่า พวกเราจักพากันไปสู่อารามทำอะไรกัน แม้พรุ่งนี้ ก็จักต้องมาที่นี่อีก จึงพากันอยู่ในโรงทานนั้นแหละ, ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำ. พวก เดียรถีย์พากันหลีกไป. ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพวกพระสมณะเชื้อสาย พระศากยบุตร จึงได้อยู่ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำ อาหารในโรงทานเขามิได้จัดไว้เฉพาะ ท่านเหล่านี้, เขาจัดไว้เพื่อคนทั่วๆ ไป. ภิกษุทั้งหลายได้ยินประชาชนเหล่านั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่. บรรดาที่เป็นผู้มัก- *น้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์จึงได้อยู่ฉันอาหารในโรงทาน เป็นประจำเล่า ... . ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าพวกเธออยู่ฉัน- *อาหารในโรงทานเป็นประจำ จริงหรือ? พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงได้อยู่ ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของ ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... . ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๘๐.๑. ก. ภิกษุพึงฉันอาหารในโรงทานได้ครั้งหนึ่ง ถ้าฉันยิ่งกว่านั้น เป็น ปาจิตตีย์. ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ ฉะนี้. เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ. เรื่องพระสารีบุตร

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน สาวตฺถิยา อวิทูเร อญฺญตรสฺส ปูคสฺส อาวสถปิณฺโฑ ปญฺญตฺโต โหติ ฯ ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา ปิณฺฑํ อลภมานา อาวสถํ อคมํสุ ฯ มนุสฺสา จิรสฺสาปิ ภทฺทนฺตา อาคตาติ สกฺกจฺจํ ปริวิสึสุ ฯ อถโข ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ทุติยํปิ ทิวสํ ตติยํปิ ทิวสํ ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา ปิณฺฑํ อลภมานา อาวสถํ คนฺตฺวา ภุญฺชึสุ ฯ {๔๗๐.๑} อถโข ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ กึ มยํ กริสฺสาม อารามํ คตา ภิยฺโยปิ อิเธว อาคนฺตพฺพํ ภวิสฺสตีติ ฯ ตตฺเถว อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชนฺติ ฯ ติตฺถิยา อปสกฺกนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชิสฺสนฺติ นยิเมสญฺเญว อาวสถปิณฺโฑ ปญฺญตฺโต สพฺเพสญฺเญว อาวสถปิณฺโฑ ปญฺญตฺโตติ ฯ {๔๗๐.๒} อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชิสฺสนฺตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชถาติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชิสฺสถ เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๔๗๐.๓} เอโก อาวสถปิณฺโฑ ภุญฺชิตพฺโพ ตโต เจ อุตฺตรึ ภุญฺเชยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ {๔๗๐.๔} เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ

๔๗๑

สมัยต่อมา ท่านพระสารีบุตร เดินทางไปพระนครสาวัตถีในโกศลชนบท ได้ ไปยังโรงทานแห่งหนึ่ง. ประชาชนตั้งใจอังคาสด้วยดีใจว่า แม้ต่อนานๆ พระเถระจึงได้มา. ครั้นท่านพระสารีบุตรฉันอาหารแล้ว บังเกิดอาพาธหนัก ไม่สามารถจะหลีกไปจากโรงทานนั้นได้. ครั้นวันที่ ๒ ประชาชนพวกนั้นได้กราบเรียนท่านว่า นิมนต์ฉันเถิด เจ้าข้า. จึงท่านพระสารีบุตร รังเกียจอยู่ว่า พระผู้มีพระภาคทรงห้ามการอยู่ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำ ดังนี้ จึงไม่รับนิมนต์ ท่านได้ยอมอดอาหารแล้ว. ครั้นท่านเดินทางไปถึงพระนครสาวัตถีแล้ว ได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุ ทั้งหลายๆ ได้กราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ทรงอนุญาตให้ภิกษุอาพาธฉันอาหารในโรงทานได้ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้อาพาธ อยู่ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำได้. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระอนุบัญญัติ ๘๐.๑. ข. ภิกษุมิใช่ผู้อาพาธ พึงฉันอาหารในโรงทานได้ครั้งหนึ่ง ถ้าฉัน ยิ่งกว่านั้น เป็นปาจิตตีย์. เรื่องพระสารีบุตร จบ. สิกขาบทวิภังค์

เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา สารีปุตฺโต โกสเลสุ ชนปเทสุ สาวตฺถึ คจฺฉนฺโต เยน อญฺญตโร อาวสโถ เตนุปสงฺกมิ ฯ มนุสฺสา จิรสฺสาปิ เถโร อาคโตติ สกฺกจฺจํ ปริวิสึสุ ฯ อถโข อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ภุตฺตาวิสฺส ขโร อาพาโธ อุปฺปชฺชิ ฯ นาสกฺขิ ตมฺหา อาวสถา ปกฺกมิตุํ ฯ อถโข เต มนุสฺสา ทุติยมฺปิ ทิวสํ อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจุํ ภุญฺชถ ภนฺเตติ ฯ {๔๗๑.๑} อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภควตา ปฏิกฺขิตฺตํ อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชิตุนฺติ กุกฺกุจฺจายนฺโต น ปฏิคฺคเหสิ ฉินฺนภตฺโต อโหสิ ฯ อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ อนุชานามิ ภิกฺขเว คิลาเนน ภิกฺขุนา อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชิตุํ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๔๗๑.๒} อคิลาเนน ภิกฺขุนา เอโก อาวสถปิณฺโฑ ภุญฺชิตพฺโพ ตโต เจ อุตฺตรึ ภุญฺเชยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ

๔๗๒

ที่ชื่อว่า มิใช่ผู้อาพาธ คือ สามารถจะหลีกไปจากโรงทานนั้นได้. ที่ชื่อว่า ผู้อาพาธ คือ ไม่สามารถจะหลีกไปจากโรงทานนั้นได้. ที่ชื่อว่า อาหารในโรงทาน ได้แก่ โภชนะ ๕ อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเขาจัดตั้งไว้ ณ ศาลา ปะรำ โคนไม้ หรือที่กลางแจ้งมิได้จำเพาะใคร มีพอแก่ความต้องการ. ภิกษุมิใช่ผู้อาพาธฉันได้ครั้งหนึ่ง หากฉันเกินกว่านั้น รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ กลืนกิน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน. บทภาชนีย์ ติกปาจิตตีย์

อคิลาโน นาม สกฺโกติ ตมฺหา อาวสถา ปกฺกมิตุํ ฯ คิลาโน นาม น สกฺโกติ ตมฺหา อาวสถา ปกฺกมิตุํ ฯ อาวสถปิณฺโฑ นาม ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตรํ โภชนํ สาลาย วา มณฺฑเป วา รุกฺขมูเล วา อชฺโฌกาเส วา อโนทิสฺส ยาวทตฺโถ ปญฺญตฺโต โหติ ฯ อคิลาเนน ภิกฺขุนา สกึ ภุญฺชิตพฺโพ ตโต เจ อุตฺตรึ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

๔๗๓

มิใช่ผู้อาพาธ ภิกษุสำคัญว่ามิใช่ผู้อาพาธ ฉันอาหารในโรงทาน ยิ่งกว่านั้น ต้อง อาบัติปาจิตตีย์. มิใช่ผู้อาพาธ ภิกษุสงสัย ฉันอาหารในโรงทาน ยิ่งกว่านั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์. มิใช่ผู้อาพาธ ภิกษุสำคัญว่าผู้อาพาธ ฉันอาหารในโรงทาน ยิ่งกว่านั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ทุกะทุกกฏ ผู้อาพาธ ภิกษุสำคัญว่ามิใช่ผู้อาพาธ ... ต้องอาบัติทุกกฏ. ผู้อาพาธ ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ต้องอาบัติ ผู้อาพาธ ภิกษุสำคัญว่าผู้อาพาธ ... ไม่ต้องอาบัติ. อนาปัตติวาร

อคิลาเน อคิลานสญฺญี ตทุตฺตรึ อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อคิลาเน เวมติโก ตทุตฺตรึ อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อคิลาเน คิลานสญฺญี ตทุตฺตรึ อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ คิลาเน อคิลานสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ คิลาเน เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ คิลาเน คิลานสญฺญี อนาปตฺติ ฯ

๔๗๔

ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุไม่อาพาธฉันครั้งเดียว ๑ ภิกษุเดินทางไป หรือเดินทาง กลับมาแวะฉัน ๑ เจ้าของนิมนต์ให้ฉัน ๑ ภิกษุฉันอาหารที่เขาจัดไว้จำเพาะ ๑ ภิกษุฉันอาหาร ที่เขามิได้จัดไว้มากมาย ๑ ภิกษุฉันอาหารทุกชนิดเว้นโภชนะห้า ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๑ จบ. -----------------------------------------------------

อนาปตฺติ คิลานสฺส อคิลาโน สกึ ภุญฺชติ คจฺฉนฺโต วา อาคจฺฉนฺโต วา ภุญฺชติ สามิกา นิมนฺเตตฺวา โภเชนฺติ โอทิสฺส ปญฺญตฺโต โหติ น ยาวทตฺโถ ปญฺญตฺโต โหติ ปญฺจ โภชนานิ ฐเปตฺวา สพฺพตฺถ อนาปตฺติ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ ปฐมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ฯ --------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย