This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระวินัยปิฎก

สิกขาบทที่ ๗ เรื่องมหานามศากยะ [ว่าด้วย ปวารณาด้วยปัจจัย]

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๕๕๕–๕๖๑พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒7 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ ๕. อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๗ เรื่องมหานามศากยะ

สตฺตมสิกฺขาปทํ

๕๕๕

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ นิโครธาราม เขตพระนคร กบิลพัสดุ์ สักกชนบท ครั้งนั้น มหานามศากยะมีเภสัชมากมาย จึงเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวาย บังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ได้กราบทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้าประสงค์จะปวารณาต่อสงฆ์ ด้วยปัจจัยเภสัชตลอด ๔ เดือน พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดีๆ มหานาม ถ้าเช่นนั้น เธอจงปวารณาต่อสงฆ์ด้วยปัจจัยเภสัช ตลอด ๔ เดือนเถิด. ภิกษุทั้งหลายรังเกียจไม่รับปวารณา ได้กราบทูลเหตุนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มี- *พระภาคทรงอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ยินดีการปวารณาด้วยปัจจัย ๔ ตลอด ๔ เดือน. ก็สมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายขอปัจจัยเภสัชต่อมหานามศากยะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ปัจจัย เภสัชของมหานามศากยะ จึงยังคงมากมายอยู่ตามเดิมนั่นแหละ แม้ครั้งที่สอง มหานามศากยะก็เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง ได้กราบทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้าประสงค์จะปวารณาต่อสงฆ์ด้วยปัจจัยเภสัชต่ออีก ๔ เดือน พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดีๆ มหานาม ถ้าเช่นนั้น เธอจงปวารณาต่อสงฆ์ด้วยปัจจัย เภสัชต่ออีก ๔ เดือนเถิด. ภิกษุทั้งหลายรังเกียจไม่รับปวารณา ได้กราบทูลเหตุนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ทรงอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ยินดีการปวารณาต่ออีกได้. ก็สมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายขอปัจจัยเภสัชต่อมหานามศากยะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น, ปัจจัยเภสัชของมหานามศากยะจึงยังคงมากมายอยู่ตามเดิมนั่นแหละ แม้ครั้งที่สาม มหานามศากยะก็เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง ได้กราบทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้าประสงค์จะปวารณาต่อสงฆ์ด้วยปัจจัยเภสัชตลอด ชีวิต พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดีๆ มหานาม ถ้าเช่นนั้น เธอจงปวารณาต่อสงฆ์ด้วยปัจจัย เภสัชตลอดชีวิตเถิด. ภิกษุทั้งหลายรังเกียจไม่รับปวารณาได้กราบทูลเหตุนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ทรงอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ยินดี แม้ซึ่งการปวารณาเป็นนิตย์.

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมึ นิโคฺรธาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน มหานามสฺส สกฺกสฺส เภสชฺชํ อุสฺสนฺนํ โหติ ฯ อถโข มหานาโม สกฺโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มหานาโม สกฺโก ภควนฺตํ เอตทโวจ อิจฺฉามหํ ภนฺเต สงฺฆํ จาตุมาสํ เภสชฺเชน ปวาเรตุนฺติ ฯ สาธุ สาธุ มหานาม เตนหิ ตฺวํ มหานาม สงฺฆํ จาตุมาสํ เภสชฺเชน ปวาเรหีติ ฯ ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา นาธิวาเสนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว จาตุมาสปจฺจยปวารณํ สาทิตุนฺติ ฯ {๕๕๕.๑} เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู มหานามํ สกฺกํ ปริตฺตํเยว เภสชฺชํ วิญฺญาเปนฺติ ฯ ตเถว มหานามสฺส สกฺกสฺส เภสชฺชํ อุสฺสนฺนํ โหติ ฯ ทุติยมฺปิ โข มหานาโม สกฺโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มหานาโม สกฺโก ภควนฺตํ เอตทโวจ อิจฺฉามหํ ภนฺเต สงฺฆํ อปรํปิ จาตุมาสํ เภสชฺเชน ปวาเรตุนฺติ ฯ สาธุ สาธุ มหานาม เตนหิ ตฺวํ มหานาม สงฺฆํ อปรํปิ จาตุมาสํ เภสชฺเชน ปวาเรหีติ ฯ ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา นาธิวาเสนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปุน ปวารณํปิ สาทิตุนฺติ ฯ {๕๕๕.๒} เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู มหานามํ สกฺกํ ปริตฺตํเยว เภสชฺชํ วิญฺญาเปนฺติ ฯ ตเถว มหานามสฺส สกฺกสฺส เภสชฺชํ อุสฺสนฺนํ โหติ ฯ ตติยมฺปิ โข มหานาโม สกฺโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มหานาโม สกฺโก ภควนฺตํ เอตทโวจ อิจฺฉามหํ ภนฺเต สงฺฆํ ยาวชีวํ เภสชฺเชน ปวาเรตุนฺติ ฯ สาธุ สาธุ มหานาม เตนหิ ตฺวํ มหานาม สงฺฆํ ยาวชีวํ เภสชฺเชน ปวาเรหีติ ฯ ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา นาธิวาเสนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว นิจฺจปวารณํปิ สาทิตุนฺติ ฯ

๕๕๖

ครั้นสมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์นุ่งห่มผ้าไม่เรียบร้อย ไม่สมบูรณ์ด้วยมรรยาท ถูกมหานามศากยะกล่าวตำหนิว่า ทำไมท่านทั้งหลายจึงนุ่งห่มผ้าไม่เรียบร้อย ไม่สมบูรณ์ด้วย มรรยาท, ธรรมเนียมบรรพชิตต้องนุ่งห่มผ้าให้เรียบร้อย ต้องสมบูรณ์ด้วยมรรยาท มิใช่หรือ? พระฉัพพัคคีย์ผูกใจเจ็บในมหานามศากยะ ครั้นแล้วได้ปรึกษากันว่า ด้วยอุบายวิธีไหนหนอ? เราจึงจะทำมหานามศากยะให้ได้รับความอัปยศ แล้วปรึกษากันต่อไปว่า อาวุโสทั้งหลาย มหานาม- *ศากยะได้ปวารณาไว้ต่อสงฆ์ด้วยปัจจัยเภสัช พวกเราพากันไปขอเนยใสต่อมหานามศากยะเถิด แล้วเข้าไปหามหานามศากยะกล่าวคำนี้ว่า อาตมภาพทั้งหลายต้องการเนยใส ๑ ทะนาน. มหานามศากยะขอร้องว่า วันนี้ขอพระคุณเจ้าได้โปรดคอยก่อน คนทั้งหลายยังไปคอก นำเนยใสมา พระคุณเจ้าทั้งหลายจักได้รับทันกาล. แม้ครั้งที่สอง ... แม้ครั้งที่สาม พระฉัพพัคคีย์ก็ได้กล่าวว่า อาตมภาพทั้งหลายต้องการเนยใส ๑ ทะนาน. มหานามศากยะรับสั่งว่า วันนี้ขอพระคุณเจ้าทั้งหลาย ได้โปรดรอก่อน คนทั้งหลาย ยังไปคอกนำเนยใสมา พระคุณเจ้าจักได้รับทันกาล พระฉัพพัคคีย์ต่อว่า จะมีประโยชน์อะไรด้วย เนยใสที่ท่านไม่ประสงค์จะถวาย แต่ได้ปวารณาไว้ เพราะท่านปวารณาไว้แล้วไม่ถวาย. จึงมหานามศากยะ เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ก็เมื่อฉันขอร้องพระคุณเจ้าว่า วันนี้ ขอพระคุณเจ้าทั้งหลายได้โปรดคอยก่อน ดังนี้ ไฉน พระคุณเจ้าจึงรอไม่ได้เล่า? ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินมหานามศากยะ เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็น ผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า พระฉัพพัคคีย์อันมหานามศากยะ ขอร้องว่า วันนี้ ขอพระคุณเจ้าทั้งหลายได้โปรดคอยอยู่ก่อน ดังนี้ ไฉนจึงคอยไม่ได้เล่า? แล้วกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าพวกเธออัน มหานามศากยะพูดขอร้องว่า วันนี้ขอพระคุณเจ้าทั้งหลายได้โปรดคอยก่อน ดังนี้ แล้วไม่คอย จริงหรือ? พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย พวกเธออันมหานามศากยะ พูดขอร้องเช่นนั้นแล้ว ไฉนจึงคอยอยู่ไม่ได้เล่า? การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความ เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๙๖. ๗. ภิกษุมิใช่ผู้อาพาธ พึงยินดีปวารณาด้วยปัจจัยเพียงสี่เดือน เว้นไว้ แต่ปวารณาอีก เว้นไว้แต่ปวารณาเป็นนิตย์ ถ้าเธอยินดียิ่งกว่านั้น เป็นปาจิตตีย์. เรื่องมหานามศากยะ จบ. ----------------------------------------------------- สิกขาบทวิภังค์

เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ทุนฺนิวตฺถา โหนฺติ ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา มหานาเมน สกฺเกน วุตฺตา โหนฺติ กิสฺส ตุเมฺห ภนฺเต ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา นนุ นาม ปพฺพชิเตน สุนิวตฺเถน ภวิตพฺพํ สุปารุเตน อากปฺปสมฺปนฺเนนาติ ฯ ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู มหานาเม สกฺเก อุปนนฺธึสุ ฯ อถโข ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ เกน นุ โข มยํ อุปาเยน มหานามํ สกฺกํ มงฺกุํ กเรยฺยามาติ ฯ อถโข ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ มหานาเมน อาวุโส สกฺเกน สงฺโฆ เภสชฺเชน ปวาริโต หนฺท มยํ อาวุโส มหานามํ สกฺกํ สปฺปึ วิญฺญาเปมาติ ฯ อถโข ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู เยน มหานาโม สกฺโก เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา มหานามํ สกฺกํ เอตทโวจุํ โทเณน อาวุโส สปฺปินา อตฺโถติ ฯ อชฺชุโณฺห ภนฺเต อาคเมถ มนุสฺสา วชํ คตา สปฺปึ อาหริตุํ กาเล หริสฺสถาติ ฯ ทุติยมฺปิ โข ฯเปฯ ตติยมฺปิ โข ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู มหานามํ สกฺกํ เอตทโวจุํ โทเณน อาวุโส สปฺปินา อตฺโถติ ฯ อชฺชุโณฺห ภนฺเต อาคเมถ มนุสฺสา วชํ คตา สปฺปึ อาหริตุํ กาเล หริสฺสถาติ ฯ กึ ปน ตยา อาวุโส อทาตุกาเมน ปวาริเตน ยํ ตฺวํ ปวาเรตฺวา น เทสีติ ฯ อถโข มหานาโม สกฺโก อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ กถํ หิ นาม ภทฺทนฺตา อชฺชุโณฺห ภนฺเต อาคเมถาติ วุจฺจมานา นาคเมสฺสนฺตีติ ฯ {๕๕๖.๑} อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู มหานามสฺส สกฺกสฺส อุชฺฌายนฺตสฺส ขียนฺตสฺส วิปาเจนฺตสฺส ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู มหานาเมน สกฺเกน อชฺชุโณฺห ภนฺเต อาคเมถาติ วุจฺจมานา นาคเมสฺสนฺตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว มหานาเมน สกฺเกน อชฺชุโณฺห ภนฺเต อาคเมถาติ วุจฺจมานา นาคเมถาติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา มหานาเมน สกฺเกน อชฺชุโณฺห ภนฺเต อาคเมถาติ วุจฺจมานา นาคเมสฺสถ เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๕๕๖.๒} อคิลาเนน ภิกฺขุนา จาตุมาสปจฺจยปวารณา สาทิตพฺพา อญฺญตฺร ปุนปวารณาย อญฺญตฺร นิจฺจปวารณาย ตโต เจ อุตฺตรึ สาทิเยยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ

๕๕๗

คำว่า ภิกษุมิใช่ผู้อาพาธ พึงยินดีปวารณาด้วยปัจจัยเพียงสี่เดือน นั้น ความว่าพึงยินดีปวารณาเฉพาะปัจจัยของภิกษุไข้ แม้เขาปวารณาอีกก็พึงยินดีว่า เราจักขอชั่วเวลา ที่ยังอาพาธอยู่ แม้เขาปวารณาเป็นนิตย์ ก็พึงยินดีว่า เราจักขอชั่วเวลาที่ยังอาพาธอยู่.

อคิลาเนน ภิกฺขุนา จาตุมาสปจฺจยปวารณา สาทิตพฺพาติ คิลานปจฺจยปวารณา สาทิตพฺพา ปุนปวารณาปิ สาทิตพฺพา ยทา คิลาโน ภวิสฺสามิ ตทา วิญฺญาเปสฺสามีติ นิจฺจปวารณาปิ สาทิตพฺพา ยทา คิลาโน ภวิสฺสามิ ตทา วิญฺญาเปสฺสามีติ ฯ

๕๕๘

บทว่า ถ้าเธอยินดียิ่งกว่านั้น ความว่า การปวารณากำหนดเภสัชแต่ไม่ กำหนดกาลก็มี กำหนดกาลแต่ไม่กำหนดเภสัชก็มี กำหนดทั้งเภสัชและกาลก็มี ไม่กำหนด เภสัชไม่กำหนดกาลก็มี. ที่ชื่อว่า กำหนดเภสัช คือ เขากำหนดเภสัชไว้ว่า ข้าพเจ้าขอปวารณาด้วยเภสัช ประมาณเท่านี้. ที่ชื่อว่า กำหนดกาล คือ เขากำหนดกาลไว้ว่า ข้าพเจ้าขอปวารณาในระยะกาลเท่านี้. ที่ชื่อว่า กำหนดทั้งเภสัชและกาล นั้น คือ เขากำหนดเภสัชและกาลไว้ว่า ข้าพเจ้า ขอปวารณาด้วยเภสัชมีประมาณเท่านี้ ในระยะกาลเพียงเท่านี้. ที่ชื่อว่า ไม่กำหนดเภสัชไม่กำหนดกาล นั้น คือ เขาไม่ได้กำหนดเภสัชและกาล ไว้ว่า ข้าพเจ้าขอปวารณาด้วยเภสัชมีประมาณเท่านี้ ในระยะกาลเพียงเท่านี้. บทภาชนีย์ ติกะปาจิตตีย์

ตโต เจ อุตฺตรึ สาทิเยยฺยาติ อตฺถิ ปวารณา เภสชฺช- ปริยนฺตา น รตฺติปริยนฺตา อตฺถิ ปวารณา รตฺติปริยนฺตา น เภสชฺชปริยนฺตา อตฺถิ ปวารณา เภสชฺชปริยนฺตา จ รตฺติปริยนฺตา จ อตฺถิ ปวารณา เนว เภสชฺชปริยนฺตา น รตฺติปริยนฺตา ฯ เภสชฺชปริยนฺตา นาม เภสชฺชานิ ปริคฺคหิตานิ โหนฺติ เอตฺตเกหิ เภสชฺเชหิ ปวาเรมีติ ฯ รตฺติปริยนฺตา นาม รตฺติโย ปริคฺคหิตาโย โหนฺติ เอตฺตกาสุ รตฺตีสุ ปวาเรมีติ ฯ เภสชฺชปริยนฺตา จ รตฺติปริยนฺตา จ นาม เภสชฺชานิ จ ปริคฺคหิตานิ โหนฺติ รตฺติโย จ ปริคฺคหิตาโย โหนฺติ เอตฺตเกหิ เภสชฺเชหิ เอตฺตกาสุ รตฺตีสุ ปวาเรมีติ ฯ เนว เภสชฺชปริยนฺตา น รตฺติปริยนฺตา นาม เภสชฺชานิ จ อปริคฺคหิตานิ โหนฺติ รตฺติโย จ อปริคฺคหิตาโย โหนฺติ เอตฺตเกหิ เภสชฺเชหิ เอตฺตกาสุ รตฺตีสุ ปวาเรมีติ ฯ

๕๕๙

ในการกำหนดเภสัช ภิกษุขอเภสัชอย่างอื่นนอกจากเภสัชที่เขาปวารณา ต้อง อาบัติปาจิตตีย์. ในการกำหนดกาล ภิกษุขอในกาลอื่นนอกจากกาลที่เขาปวารณา ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ในการกำหนดทั้งเภสัชกำหนดทั้งกาล ภิกษุขอเภสัชอย่างอื่นนอกจากเภสัชที่เขาปวารณา และในกาลอื่นนอกจากกาลที่เขาปวารณา ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ไม่ต้องอาบัติ ในการไม่กำหนดเภสัช ไม่กำหนดกาล ... ไม่ต้องอาบัติ. ปัญจกะปาจิตตีย์

เภสชฺชปริยนฺเต เยหิ เภสชฺเชหิ ปวาริโต โหติ ตานิ เภสชฺชานิ ฐเปตฺวา อญฺญานิ เภสชฺชานิ วิญฺญาเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ รตฺติปริยนฺเต ยาสุ รตฺตีสุ ปวาริโต โหติ ตา รตฺติโย ฐเปตฺวา อญฺญาสุ รตฺตีสุ วิญฺญาเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ เภสชฺชปริยนฺเต จ รตฺติปริยนฺเต จ เยหิ เภสชฺเชหิ ปวาริโต โหติ ตานิ เภสชฺชานิ ฐเปตฺวา ยาสุ รตฺตีสุ ปวาริโต โหติ ตา รตฺติโย ฐเปตฺวา อญฺญานิ เภสชฺชานิ อญฺญาสุ รตฺตีสุ วิญฺญาเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ เนว เภสชฺชปริยนฺเต น รตฺติปริยนฺเต อนาปตฺติ ฯ

๕๖๐

ในเมื่อต้องการใช้ของที่มิใช่เภสัช ภิกษุขอเภสัช, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ในเมื่อต้องการใช้เภสัชอย่างอื่น ขอเภสัชอีกอย่าง ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ยิ่งกว่านั้น ภิกษุสำคัญว่ายิ่งกว่านั้น ขอเภสัช ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ยิ่งกว่านั้น ภิกษุยังแคลงอยู่ ขอเภสัช ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ยิ่งกว่านั้น ภิกษุสำคัญว่าไม่ยิ่งกว่านั้น ขอเภสัช ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ทุกะทุกกฏ ไม่ยิ่งกว่านั้น ภิกษุสำคัญว่ายิ่งกว่านั้น ... ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ยิ่งกว่านั้น ภิกษุยังแคลงอยู่ ... ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ยิ่งกว่านั้น ภิกษุสำคัญว่าไม่ยิ่งกว่านั้น ... ไม่ต้องอาบัติ. อนาปัตติวาร

นเภสชฺเชน กรณีเย เภสชฺชํ วิญฺญาเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อญฺเญน เภสชฺเชน กรณีเย อญฺญํ เภสชฺชํ วิญฺญาเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ตทุตฺตริ ตทุตฺตริสญฺญี เภสชฺชํ วิญฺญาเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ตทุตฺตริ เวมติโก เภสชฺชํ วิญฺญาเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ตทุตฺตริ นตทุตฺตริ- สญฺญี เภสชฺชํ วิญฺญาเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ นตทุตฺตริ ตทุตฺตริสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ นตทุตฺตริ เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ นตทุตฺตริ นตทุตฺตริสญฺญี อนาปตฺติ ฯ

๕๖๑

ภิกษุผู้ขอเภสัชตามที่เขาปวารณาไว้ ๑ ขอในระยะกาลตามที่เขาปวารณาไว้ ๑ บอกขอว่า ท่านปวารณาพวกข้าพเจ้าด้วยเภสัชเหล่านี้ แต่พวกข้าพเจ้าต้องการเภสัชชนิดนี้และ ชนิดนี้ ๑ บอกขอว่า ระยะกาลที่ท่านได้ปวารณาไว้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ข้าพเจ้ายังต้องการเภสัช ๑ ขอต่อญาติ ๑ ขอต่อคนปวารณา ๑ ขอเพื่อประโยชน์แก่ภิกษุรูปอื่น ๑ จ่ายมาด้วยทรัพย์ของตน ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๗ จบ. -----------------------------------------------------

อนาปตฺติ เยหิ เภสชฺเชหิ ปวาริโต โหติ ตานิ เภสชฺชานิ วิญฺญาเปติ ยาสุ รตฺตีสุ ปวาริโต โหติ ตาสุ รตฺตีสุ วิญฺญาเปติ อิเมหิ ตยา เภสชฺเชหิ ปวาริตมฺหา อมฺหากญฺจ อิมินา จ อิมินา จ เภสชฺเชน อตฺโถติ อาจิกฺขิตฺวา วิญฺญาเปติ ยาสุ ตยา รตฺตีสุ ปวาริตมฺหา ตาโย จ รตฺติโย วีติวตฺตา อมฺหากญฺจ เภสชฺเชน อตฺโถติ อาจิกฺขิตฺวา วิญฺญาเปติ ญาตกานํ ปวาริตานํ อญฺญสฺสตฺถาย อตฺตโน ธเนน อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ สตฺตมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ฯ ---------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

สิกขาบทที่ ๗ เรื่องมหานามศากยะ [ว่าด้วย ปวารณาด้วยปัจจัย]