สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การติดไฟ]
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ ๖. สุราปานวรรค สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุหลายรูป
ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ เภสกลามฤคทายวัน เขต เมืองสุงสุมารคิระ ในภัคคชนบท สมัยนั้น ถึงเดือนฤดูหนาว ภิกษุทั้งหลายได้ก่อไฟที่ขอนไม้ มีโพรงใหญ่ท่อนหนึ่งแล้วผิง ก็งูเห่าในโพรงไม้ท่อนใหญ่นั้นถูกไฟร้อนเข้า ได้เลื้อยออกไล่พวก- *ภิกษุๆ ได้วิ่งหนีไปในที่นั้นๆ บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุทั้งหลาย จึงได้ก่อไฟผิงเล่า? แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกภิกษุ ก่อไฟผิง จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉน ภิกษุโมฆบุรุษเหล่านั้น จึงได้ก่อไฟผิงเล่า? การกระทำของภิกษุโมฆบุรุษเหล่านั้นนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของ ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๑๐๕. ๖. อนึ่ง ภิกษุใด มุ่งการผิง ติดก็ดี ให้ติดก็ดี ซึ่งไฟ เป็นปาจิตตีย์. ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ ฉะนี้. เรื่องภิกษุหลายรูป จบ. ทรงอนุญาตให้พระอาพาธผิงไฟได้
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ภคฺเคสุ วิหรติ สุสุมารคิเร เภสกลาวเน มิคทาเย ฯ เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู เหมนฺติเก มาเส อญฺญตรํ มหนฺตํ สุสิรกฏฺฐํ โชตึ สมาทหิตฺวา วิสิพฺเพสุํ ฯ ตสฺมึ จ สุสิเร กณฺหสปฺโป อคฺคินา สนฺตตฺโต นิกฺขมิตฺวา ภิกฺขู ปริปาเตสิ ฯ ภิกฺขู ตหึ ตหึ ปธาวึสุ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขู โชตึ สมาทหิตฺวา วิสิพฺเพสฺสนฺตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขู โชตึ สมาทหิตฺวา วิสิพฺเพนฺตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม เต ภิกฺขเว โมฆปุริสา โชตึ สมาทหิตฺวา วิสิพฺเพสฺสนฺติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๖๐๔.๑} โย ปน ภิกฺขุ วิสีวนาเปกฺโข โชตึ สมาทเหยฺย วา สมาทหาเปยฺย วา ปาจิตฺติยนฺติ ฯ {๖๐๔.๒} เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายอาพาธ บรรดาภิกษุผู้พยาบาลไข้ ได้ถาม พวกภิกษุอาพาธว่า อาวุโสทั้งหลาย พออดทนได้หรือ? พอยังอัตภาพให้เป็นไปได้หรือ? ภิกษุอาพาธตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย เมื่อก่อนพวกผมก่อไฟผิงได้ เพราะเหตุนั้นความ ผาสุกจึงมีแก่พวกผม แต่บัดนี้ พวกผมรังเกียจอยู่ว่า พระผู้มีพระภาคทรงห้ามแล้ว จึงผิงไฟไม่ได้ เพราะเหตุนั้น ความผาสุกจึงไม่มีแก่พวกผม. ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตว่า ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้อาพาธก่อเองก็ดี ให้ผู้อื่นก่อเองก็ดี ซึ่งไฟแล้วผิงได้ อนึ่ง พวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระอนุบัญญัติ ๑ ๑๐๕. ๖. ก. อนึ่ง ภิกษุใด มิใช่ผู้อาพาธ มุ่งการผิง ติดก็ดี ให้ติดก็ดี ซึ่งไฟ เป็นปาจิตตีย์. ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ ฉะนี้. เรื่องทรงอนุญาตให้พระอาพาธผิงไฟได้ จบ. ทรงอนุญาตให้ตามประทีปเป็นต้นได้
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู คิลานา โหนฺติ ฯ คิลานปุจฺฉกา ภิกฺขู คิลาเน ภิกฺขู เอตทโวจุํ กจฺจาวุโส ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียนฺติ ฯ ปุพฺเพ มยํ อาวุโส โชตึ สมาทหิตฺวา วิสิพฺเพม เตน โน ผาสุ โหติ อิทานิ ปน ภควตา ปฏิกฺขิตฺตนฺติ กุกฺกุจฺจายนฺตา น วิสิพฺเพม เตน โน น ผาสุ โหตีติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว คิลาเนน ภิกฺขุนา โชตึ สมาทหิตฺวา วา สมาทหาเปตฺวา วา วิสิพฺเพตุํ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๖๐๕.๑} โย ปน ภิกฺขุ อคิลาโน วิสีวนาเปกฺโข โชตึ สมาทเหยฺย วา สมาทหาเปยฺย วา ปาจิตฺติยนฺติ ฯ {๖๐๕.๒} เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายพากันรังเกียจการตามประทีปบ้าง การก่อไฟบ้าง การติดไฟในเรือนไฟบ้าง จึงได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ติดเองก็ดี ให้ผู้อื่นติดก็ดี ซึ่งไฟ เพราะปัจจัยเห็นปานนั้นได้ อนึ่ง พวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระอนุบัญญัติ ๒ ๑๐๕. ๖. ข. อนึ่ง ภิกษุใดมิใช่ผู้อาพาธ มุ่งการผิง ติดก็ดี ให้ติดก็ดี ซึ่งไฟ เว้นไว้แต่ปัจจัยมีอย่างนั้นเป็นรูป เป็นปาจิตตีย์. เรื่องทรงอนุญาตให้ตามประทีปเป็นต้นได้ จบ. สิกขาบทวิภังค์
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ปทีเปปิ โชติเกปิ ชนฺตาฆเรปิ กุกฺกุจฺจายนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ตถารูปปจฺจยา โชตึ สมาทหิตุํ สมาทหาเปตุํ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๖๐๖.๑} โย ปน ภิกฺขุ อคิลาโน วิสีวนาเปกฺโข โชตึ สมาทเหยฺย วา สมาทหาเปยฺย วา อญฺญตฺร ตถารูปปจฺจยา ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่าผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรง ประสงค์ในอรรถนี้. ที่ชื่อว่า มิใช่ผู้อาพาธ คือ ผู้ที่เว้นไฟก็ยังมีความผาสุก. ที่ชื่อว่า ผู้อาพาธ คือ ผู้ที่เว้นไฟแล้ว ไม่มีความผาสุก. บทว่า มุ่งการผิง คือ ประสงค์จะให้ร่างกายอบอุ่น. ที่ชื่อว่า ไฟ คือ ที่เรียกกันว่า อัคคี. บทว่า ติด คือ ติดเอง ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทว่า ให้ติด คือ ใช้ผู้อื่น ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ภิกษุสั่งหนเดียว แต่เขาติดแม้หลายหน ก็ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทว่า เว้นไว้แต่ปัจจัยมีอย่างนั้นเป็นรูป คือ ยกไว้แต่ปัจจัยเห็นปานนั้น. บทภาชนีย์ ติกะปาจิตตีย์
โย ปนาติ โย ยาทิโส ฯเปฯ ภิกฺขูติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ ฯ อคิลาโน นาม ยสฺส วินา อคฺคินา ผาสุ โหติ ฯ คิลาโน นาม ยสฺส วินา อคฺคินา น ผาสุ โหติ ฯ วิสีวนาเปกฺโขติ ตปฺปิตุกาโม ฯ โชติ นาม อคฺคิ วุจฺจติ ฯ สมาทเหยฺยาติ สยํ สมาทหติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ {๖๐๗.๑} สมาทหาเปยฺยาติ อญฺญํ อาณาเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สกึ อาณตฺโต พหุกํปิ สมาทหติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ {๖๐๗.๒} อญฺญตฺร ตถารูปปจฺจยาติ ฐเปตฺวา ตถารูปปจฺจยํ ฯ
มิใช่ผู้อาพาธ ภิกษุสำคัญว่ามิใช่ผู้อาพาธ มุ่งการผิง ติดก็ดี ให้ติดก็ดี ซึ่งไฟ เว้นไว้แต่มีปัจจัยเห็นปานนั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์. มิใช่ผู้อาพาธ ภิกษุสงสัย มุ่งการผิง ติดก็ดี ให้ติดก็ดี ซึ่งไฟเว้นไว้ แต่มีปัจจัยเห็น ปานนั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์. มิใช่ผู้อาพาธ ภิกษุสำคัญว่าผู้อาพาธ มุ่งการผิง ติดก็ดี ให้ติดก็ดี ซึ่งไฟ เว้นไว้แต่มี ปัจจัยเห็นปานนั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ติกะทุกกฏ ภิกษุยกฟืนที่ติดไฟไว้ในที่เดิม ต้องอาบัติทุกกฏ. ผู้อาพาธ ภิกษุสำคัญว่ามิใช่ผู้อาพาธ ..., ต้องอาบัติทุกกฏ. ผู้อาพาธ ภิกษุสงสัย ..., ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ต้องอาบัติ ผู้อาพาธ ภิกษุสำคัญว่าผู้อาพาธ ..., ไม่ต้องอาบัติ. อนาปัตติวาร
อคิลาโน อคิลานสญฺญี วิสีวนาเปกฺโข โชตึ สมาทหติ วา สมาทหาเปติ วา อญฺญตฺร ตถารูปปจฺจยา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อคิลาโน เวมติโก วิสีวนาเปกฺโข โชตึ สมาทหติ วา สมาทหาเปติ วา อญฺญตฺร ตถารูปปจฺจยา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อคิลาโน คิลานสญฺญี วิสีวนาเปกฺโข โชตึ สมาทหติ วา สมาทหาเปติ วา อญฺญตฺร ตถารูปปจฺจยา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ปฏิลาตํ อุกฺขิปติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ คิลาโน อคิลานสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ คิลาโน เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ คิลาโน คิลานสญฺญี อนาปตฺติ ฯ
ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุผิงไฟที่ผู้อื่นติดไว้ ๑ ภิกษุผิงถ่านไฟที่ปราศจากเปลว ๑ ภิกษุตามประทีปก็ดี ก่อไฟใช้อย่างอื่นก็ดี ติดไฟในเรือนไฟก็ดี เพราะมีเหตุเห็นปานนั้น ๑ มีอันตราย ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. สุราปานวรรค สิกขาบทที่ ๖ จบ. -----------------------------------------------------
อนาปตฺติ คิลานสฺส อญฺเญน กตํ วิสิพฺเพติ วีตจฺฉิตงฺคารํ วิสิพฺเพติ ปทีเปปิ โชติเกปิ ชนฺตาฆเรปิ ตถารูปปจฺจยา อาปทาสุ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ฯ -------