This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

ภยสูตร

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๕๐๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต1 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต ภยสูตร

๕๐๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมกล่าวภัย ๓ อย่างนี้ว่า เป็นอมาตาปุตติกภัย ภัย ๓ อย่างเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัย ที่มีการเกิดไฟไหม้ใหญ่ เมื่อเกิดไฟไหม้ใหญ่แล้ว แม้บ้านก็ถูกไฟเผา แม้นิคม ก็ถูกไฟเผา แม้นครก็ถูกไฟเผา เมื่อบ้านก็ดี นิคมก็ดี นครก็ดีถูกไฟเผาอยู่ ในที่ นั้นๆ แม้มารดาก็ไม่พบบุตร แม้บุตรก็ไม่พบมารดา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ ไม่ได้สดับ ย่อมกล่าวภัยข้อที่ ๑ นี้ว่า เป็นอมาตาปุตติกภัย ฯ อีกประการหนึ่ง สมัยที่มหาเมฆตั้งขึ้น มีอยู่ ก็เมื่อมหาเมฆตั้งขึ้นแล้ว ย่อมเกิดห้วงน้ำใหญ่ เมื่อเกิดห้วงน้ำใหญ่แล้ว แม้บ้านก็ถูกน้ำพัดไป แม้นิคมก็ ถูกน้ำพัดไป แม้นครก็ถูกน้ำพัดไป เมื่อบ้านก็ดี นิคมก็ดี นครก็ดี ถูกน้ำพัดไป อยู่ ในที่นั้นๆ แม้มารดาก็ไม่พบบุตร แม้บุตรก็ไม่พบมารดา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมกล่าวภัยข้อที่ ๒ นี้ว่า เป็นอมาตาปุตติกภัย ฯ อีกประการหนึ่ง สมัยที่มีภัยคือโจรป่ากำเริบ พวกชาวชนบทต่างพากัน ขึ้นยานหนีไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อสมัยที่มีภัยคือโจรป่ากำเริบ เมื่อชาว ชนบทต่างพากันขึ้นยานหนีไป ในที่นั้นๆ แม้มารดาก็ไม่พบบุตร แม้บุตรก็ไม่ พบมารดา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับย่อมกล่าวภัยข้อที่ ๓ นี้ว่า เป็น อมาตาปุตติกภัย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับย่อมกล่าวภัย ๓ อย่างนี้ แลว่า เป็นอมาตาปุตติกภัย ดูกรภิกษุทั้งหลาย แต่ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับย่อมกล่าว สมาตาปุตติกภัยแท้ๆ ๓ อย่างนี้นั้นแลว่า เป็นอมาตาปุตติกภัย ภัย ๓ อย่างนั้น เป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยที่มีการเกิดไฟไหม้ใหญ่ เมื่อเกิดไฟไหม้ใหญ่ แล้ว แม้บ้านก็ถูกไฟเผา แม้นิคมก็ถูกไฟเผา แม้นครก็ถูกไฟเผา แม้บ้านก็ดี นิคมก็ดี นครก็ดี ถูกไฟเผาอยู่ สมัยที่มารดาก็พบบุตร แม้บุตรก็พบมารดา เป็น บางครั้งบางแห่ง มีอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับย่อมกล่าวสมาตา- *ปุตติกภัยแท้ๆ ข้อที่ ๑ นี้ว่า เป็นอมาตาปุตติกภัย ฯ อีกประการหนึ่ง สมัยที่มหาเมฆตั้งขึ้นมีอยู่ ก็เมื่อมหาเมฆตั้งขึ้นแล้ว ย่อมเกิดห้วงน้ำใหญ่ เมื่อเกิดห้วงน้ำใหญ่แล้ว แม้บ้านก็ถูกน้ำพัดไป แม้นิคม ก็ถูกน้ำพัดไป แม้นครก็ถูกน้ำพัดไป เมื่อบ้านก็ดี นิคมก็ดี นครก็ดี ถูกน้ำพัด ไปอยู่ สมัยที่มารดาก็พบบุตร แม้บุตรก็พบมารดา เป็นบางครั้งบางแห่ง มีอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับย่อมกล่าวสมาตาปุตติกภัยแท้ๆ ข้อที่ ๒ นี้ว่า เป็นอมาตาปุตติกภัย ฯ อีกประการหนึ่ง สมัยที่มีภัยคือโจรป่ากำเริบ พวกชาวชนบทต่างพากัน ขึ้นยานหนีไป ก็เมื่อภัยคือโจรป่ากำเริบ เมื่อพวกชาวชนบทต่างพากันขึ้นยานหนี ไป สมัยที่มารดาก็พบบุตร แม้บุตรก็พบมารดา เป็นบางครั้งบางแห่งมีอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับย่อมกล่าวสมาตาปุตติกภัยแท้ๆ ข้อที่ ๓ นี้ว่า เป็นอมาตาปุตติกภัย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับย่อมกล่าวภัย ๓ อย่างนี้แลซึ่งเป็นสมาตาปุตติกภัยแท้ๆ ว่า เป็นอมาตาปุตติกภัย ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย ๓ อย่างนี้ เป็นอมาตาปุตติกภัย ๓ อย่างนั้นเป็น ไฉน คือ ภัยคือความแก่ ๑ ภัยคือความเจ็บ ๑ ภัยคือความตาย ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เมื่อบุตรแก่ มารดาย่อมไม่ได้ตามใจหวังดังนี้ว่า เราจงแก่ บุตรของเรา อย่าได้แก่ ก็หรือว่า เมื่อมารดาแก่ บุตรย่อมไม่ได้ตามใจหวังดังนี้ว่า เราจงแก่ มารดาของเราอย่าได้แก่ เมื่อบุตรเจ็บไข้ มารดาย่อมไม่ได้ตามใจหวังดังนี้ว่า เรา จงเจ็บไข้ บุตรของเราอย่าเจ็บไข้ ก็หรือว่า เมื่อมารดาเจ็บไข้ บุตรย่อมไม่ได้ ตามใจหวังดังนี้ว่า เราจงเจ็บไข้ มารดาของเราอย่าเจ็บไข้ เมื่อบุตรกำลังจะตาย มารดาย่อมไม่ได้ตามใจหวังดังนี้ว่า เราจงตาย บุตรของเราอย่าได้ตาย ก็หรือว่า เมื่อมารดากำลังจะตาย บุตรย่อมไม่ได้ตามใจหวังดังนี้ว่า เราจงตาย มารดาของเรา อย่าได้ตาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย ๓ อย่างนี้แล เป็นอมาตาปุตติกภัย ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย มรรคาปฏิปทาซึ่งเป็นไปเพื่อละ เพื่อก้าวล่วงสมาตา- *ปุตติกภัย ๓ อย่างนี้ และอมาตาปุตติกภัย ๓ อย่างนี้ มีอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มรรคาปฏิปทาซึ่งเป็นไปเพื่อละ เพื่อก้าวล่วงสมาตาปุตติกภัย ๓ อย่างนี้ และ อมาตาปุตติกภัย ๓ อย่างนี้เป็นไฉน คืออริยมรรคมีองค์ ๘ นี้แล กล่าวคือ สัมมาทิฏฐิ ... สัมมาสมาธิ ดูกรภิกษุทั้งหลาย มรรคาปฏิปทาซึ่งเป็นไปเพื่อละ เพื่อก้าวล่วงสมาตาปุตติกภัย ๓ อย่าง และอมาตาปุตติกภัย ๓ อย่างนี้แล ฯ

๖๓ ตีณีมานิ ภิกฺขเว อมาตาปุตฺติกานิ ภยานีติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ กตมานิ ตีณิ โหติ โส ภิกฺขเว สมโย ยํ มหาอคฺคิฑาโห วุฏฺฐาติ มหาอคฺคิฑาเห โข ปน ภิกฺขเว วุฏฺฐิเต เตน คามาปิ ฑยฺหนฺติ นิคมาปิ ฑยฺหนฺติ นคราปิ ฑยฺหนฺติ คาเมสุปิ ฑยฺหมาเนสุ นิคเมสุปิ ฑยฺหมาเนสุ นคเรสุปิ ฑยฺหมาเนสุ ตตฺถ มาตาปิ ปุตฺตํ น ปฏิลภติ ปุตฺโตปิ มาตรํ น ปฏิลภติ อิทํ ภิกฺขเว ปฐมํ อมาตาปุตฺติกํ ภยนฺติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ ฯ {๕๐๒.๑} ปุน จ ปรํ ภิกฺขเว โหติ โส สมโย ยํ มหาเมโฆ วุฏฺฐาติ มหาเมเฆ โข ปน ภิกฺขเว วุฏฺฐิเต มหาอุทกวาหโก สญฺชายติ มหาอุทกวาหเก สญฺชาเต เตน คามาปิ วุยฺหนฺติ นิคมาปิ วุยฺหนฺติ นคราปิ วุยฺหนฺติ คาเมสุปิ วุยฺหมาเนสุ นิคเมสุปิ วุยฺหมาเนสุ นคเรสุปิ วุยฺหมาเนสุ ตตฺถ มาตาปิ ปุตฺตํ น ปฏิลภติ ปุตฺโตปิ มาตรํ น ปฏิลภติ อิทํ ภิกฺขเว ทุติยํ อมาตาปุตฺติกํ ภยนฺติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ ฯ {๕๐๒.๒} ปุน จ ปรํ ภิกฺขเว โหติ โส สมโย ยํ ภยํ โหติ อฏวีสงฺโกโป จกฺกสมารูฬฺหา ชานปทา ปริยายนฺติ ภเย โข ปน ภิกฺขเว สติ อฏวีสงฺโกเป จกฺกสมารูเฬฺหสุ ชานปเทสุ ปริยายนฺเตสุ ตตฺถ มาตาปิ ปุตฺตํ น ปฏิลภติ ปุตฺโตปิ มาตรํ น ปฏิลภติ อิทํ ภิกฺขเว ตติยํ อมาตาปุตฺติกํ ภยนฺติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ อมาตาปุตฺติกานิ ภยานีติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ ฯ {๕๐๒.๓} ตานิ โข ปนิมานิ ภิกฺขเว ตีณิ สมาตาปุตฺติกานิเยว ภยานิ อมาตาปุตฺติกานิ ภยานีติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ กตมานิ ตีณิ โหติ โส ภิกฺขเว สมโย ยํ มหาอคฺคิฑาโห วุฏฺฐาติ มหาอคฺคิฑาเห โข ปน ภิกฺขเว วุฏฺฐิเต เตน คามาปิ ฑยฺหนฺติ นิคมาปิ ฑยฺหนฺติ นคราปิ ฑยฺหนฺติ คาเมสุปิ ฑยฺหมาเนสุ นิคเมสุปิ ฑยฺหมาเนสุ นคเรสุปิ ฑยฺหมาเนสุ โหติ โส สมโย ยํ กทาจิ กรหจิ มาตาปิ ปุตฺตํ ปฏิลภติ ปุตฺโตปิ มาตรํ ปฏิลภติ อิทํ ภิกฺขเว ปฐมํ สมาตาปุตฺติกญฺเญว ภยํ อมาตาปุตฺติกํ ภยนฺติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ ฯ {๕๐๒.๔} ปุน จ ปรํ ภิกฺขเว โหติ โส สมโย ยํ มหาเมโฆ วุฏฺฐาติ มหาเมเฆ โข ปน ภิกฺขเว วุฏฺฐิเต มหาอุทกวาหโก สญฺชายติ มหาอุทกวาหเก สญฺชาเต เตน คามาปิ วุยฺหนฺติ นิคมาปิ วุยฺหนฺติ นคราปิ วุยฺหนฺติ คาเมสุปิ วุยฺหมาเนสุ นิคเมสุปิ วุยฺหมาเนสุ นคเรสุปิ วุยฺหมาเนสุ โหติ โส สมโย ยํ กทาจิ กรหจิ มาตาปิ ปุตฺตํ ปฏิลภติ ปุตฺโตปิ มาตรํ ปฏิลภติ อิทํ ภิกฺขเว ทุติยํ สมาตาปุตฺติกญฺเญว ภยํ อมาตาปุตฺติกํ ภยนฺติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ ฯ {๕๐๒.๕} ปุน จ ปรํ ภิกฺขเว โหติ โส สมโย ยํ ภยํ โหติ อฏวีสงฺโกโป จกฺกสมารูฬฺหา ชานปทา ปริยายนฺติ ภเย โข ปน ภิกฺขเว สติ อฏวีสงฺโกเป จกฺกสมารูเฬฺหสุ ชานปเทสุ ปริยายนฺเตสุ โหติ โส สมโย ยํ กทาจิ กรหจิ มาตาปิ ปุตฺตํ ปฏิลภติ ปุตฺโตปิ มาตรํ ปฏิลภติ อิทํ ภิกฺขเว ตติยํ สมาตาปุตฺติกญฺเญว ภยํ อมาตาปุตฺติกํ ภยนฺติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ สมาตาปุตฺติกานิเยว ภยานิ อมาตาปุตฺติกานิ ภยานีติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ ฯ {๕๐๒.๖} ตีณีมานิ ภิกฺขเว อมาตาปุตฺติกานิ ภยานิ กตมานิ ตีณิ ชราภยํ พฺยาธิภยํ มรณภยํ น ภิกฺขเว มาตา ปุตฺตํ ชีรมานํ เอวํ ลภติ อหํ ชีรามิ มา เม ปุตฺโต ชีรีติ ปุตฺโต วา ปน มาตรํ ชีรมานํ น เอวํ ลภติ อหํ ชีรามิ มา เม มาตา ชีรีติ ฯ น ภิกฺขเว มาตา ปุตฺตํ พฺยาธิยมานํ เอวํ ลภติ อหํ พฺยาธิยามิ มา เม ปุตฺโต พฺยาธิยีติ ปุตฺโต วา ปน มาตรํ พฺยาธิยมานํ น เอวํ ลภติ อหํ พฺยาธิยามิ มา เม มาตา พฺยาธิยีติ ฯ น ภิกฺขเว มาตา ปุตฺตํ มิยฺยมานํ เอวํ ลภติ อหํ มิยฺยามิ มา เม ปุตฺโต มิยฺยีติ ปุตฺโต วา ปน มาตรํ มิยฺยมานํ น เอวํ ลภติ อหํ มิยฺยามิ มา เม มาตา มิยฺยีติ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ อมาตาปุตฺติกานิ ภยานิ ฯ {๕๐๒.๗} อตฺถิ ภิกฺขเว มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา อิเมสญฺจ ติณฺณํ สมาตาปุตฺติกานํ ภยานํ อิเมสญฺจ ติณฺณํ อมาตาปุตฺติกานํ ภยานํ ปหานาย สมติกฺกมาย สํวตฺตติ กตโม จ ภิกฺขเว มคฺโค กตมา ปฏิปทา อิเมสญฺจ ติณฺณํ สมาตาปุตฺติกานํ ภยานํ อิเมสญฺจ ติณฺณํ อมาตาปุตฺติกานํ ภยานํ ปหานาย สมติกฺกมาย สํวตฺตติ อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เสยฺยถีทํ สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมาอาชีโว สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ อยํ โข ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา อิเมสญฺจ ติณฺณํ สมาตาปุตฺติกานํ ภยานํ อิเมสญฺจ ติณฺณํ อมาตาปุตฺติกานํ ภยานํ ปหานาย สมติกฺกมาย สํวตฺตตีติ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

ภยสูตร