อัสสสูตร ที่ ๑
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต อัสสสูตรที่ ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงม้ากระจอก ๓ จำพวก และบุรุษกระจอก ๓ จำพวก เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุ เหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ม้ากระจอก ๓ จำพวกเป็นไฉน คือ ม้ากระจอกบางตัวในโลกนี้ เป็นสัตว์ สมบูรณ์ด้วยกำลังเครื่องวิ่งเร็ว แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยสี ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูง และความใหญ่ ๑ ม้ากระจอกบางตัวในโลกนี้ เป็นสัตว์สมบูรณ์ด้วยกำลังเครื่อง วิ่งเร็ว สมบูรณ์ด้วยสี แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่ ๑ ม้ากระจอก บางตัวในโลกนี้ เป็นสัตว์สมบูรณ์ด้วยกำลังเครื่องวิ่งเร็ว สมบูรณ์ด้วยสี และ สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ม้ากระจอก ๓ จำพวกนี้ แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนบุรุษกระจอก ๓ จำพวกเป็นไฉน คือ บุรุษกระจอก บางคนในโลกนี้ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยวรรณะ ไม่สมบูรณ์ ด้วยความสูงและความใหญ่ ๑ บุรุษกระจอกบางคนในโลกนี้ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วย เชาวน์ และสมบูรณ์ด้วยวรรณะ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่ ๑ บุรุษกระจอกบางคนในโลกนี้ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ และ สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุรุษกระจอกเป็นผู้ สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยวรรณะ ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความ ใหญ่อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ ทุกข์ นี้เหตุให้เกิดทุกข์ นี้ความดับทุกข์ นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เรากล่าวว่า นี้เป็นเชาวน์ของเขา แต่เมื่อเขาถูกถามปัญหาในอภิธรรม อภิวินัย ก็จนปัญญา วิสัชนาไม่ได้ เรากล่าวว่า นี้ไม่ใช่วรรณะของเขา และเขาย่อมไม่ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เรากล่าวว่า นี้ไม่ใช่ความสูง และความใหญ่ของเขา ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษกระจอกสมบูรณ์ด้วยเชาวน์ แต่ไม่ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่อย่างนี้แล ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ก็บุรุษกระจอกเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ และสมบูรณ์ด้วยวรรณะ แต่ไม่ สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เรากล่าว ว่า นี้เป็นเชาวน์ของเขา และเมื่อเขาถูกถามปัญหาในอภิธรรม อภิวินัย ก็วิสัชนา ได้ ไม่จนปัญญา เรากล่าวว่า นี้เป็นวรรณะของเขา แต่เขาไม่ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เรากล่าวว่า นี้ไม่ใช่ความสูงและความ ใหญ่ของเขา ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษกระจอกเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ และ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่อย่างนี้แล ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย ก็บุรุษกระจอกสมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ และสมบูรณ์ ด้วยความสูงและความใหญ่อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ รู้ชัด ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เรากล่าวว่า นี้ เป็นเชาวน์ของเขา และเมื่อถูกถามปัญหาในอภิธรรม อภิวินัย ก็วิสัชนาได้ ไม่ จนปัญญา เรากล่าวว่า นี้เป็นวรรณะของเขา และเขามักได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เรากล่าวว่า นี้เป็นความสูงและความ ใหญ่ของเขา ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษกระจอกเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ ด้วยวรรณะ และสมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษกระจอก ๓ จำพวกนี้แล ฯ
๑๔๑ ตโย จ ภิกฺขเว อสฺสขลุงฺเก เทเสสฺสามิ ตโย จ ปุริสขลุงฺเก ตํ สุณาถ สาธุกํ มนสิกโรถ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ กตเม จ ภิกฺขเว ตโย อสฺสขลุงฺกา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อสฺสขลุงฺโก ชวสมฺปนฺโน โหติ น วณฺณสมฺปนฺโน น อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ อสฺสขลุงฺโก ชวสมฺปนฺโน จ โหติ วณฺณสมฺปนฺโน จ น อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ อสฺสขลุงฺโก ชวสมฺปนฺโน จ โหติ วณฺณสมฺปนฺโน จ อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน จ {๕๘๐.๑} อิเม โข ภิกฺขเว ตโย อสฺสขลุงฺกา กตเม จ ภิกฺขเว ตโย ปุริสขลุงฺกา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุริสขลุงฺโก ชวสมฺปนฺโน โหติ น วณฺณสมฺปนฺโน น อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุริสขลุงฺโก ชวสมฺปนฺโน จ โหติ วณฺณสมฺปนฺโน จ น อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุริสขลุงฺโก ชวสมฺปนฺโน จ โหติ วณฺณสมฺปนฺโน จ อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน จ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุริสขลุงฺโก ชวสมฺปนฺโน โหติ น วณฺณสมฺปนฺโน น อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ อิทมสฺส ชวสฺมึ วทามิ อภิธมฺเม โข ปน อภิวินเย ปญฺหํ ปุฏฺโฐ สํสาเทติ โน วิสฺสชฺเชติ อิทมสฺส น วณฺณสฺมึ วทามิ น โข ปน ลาภี โหติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ อิทมสฺส น อาโรหปริณาหสฺมึ วทามิ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุริสขลุงฺโก ชวสมฺปนฺโน โหติ น วณฺณสมฺปนฺโน น อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน {๕๘๐.๒} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุริสขลุงฺโก ชวสมฺปนฺโน จ โหติ วณฺณสมฺปนฺโน จ น อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ อิทมสฺส ชวสฺมึ วทามิ อภิธมฺเม โข ปน อภิวินเย ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วิสฺสชฺเชติ โน สํสาเทติ อิทมสฺส วณฺณสฺมึ วทามิ น โข ปน ลาภี โหติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสน- คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ อิทมสฺส น อาโรหปริณาหสฺมึ วทามิ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุริสขลุงฺโก ขวสมฺปนฺโน จ โหติ วณฺณสมฺปนฺโน จ น อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน {๕๘๐.๓} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุริสขลุงฺโก ชวสมฺปนฺโน จ โหติ วณฺณสมฺปนฺโน จ อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน จ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปรานาติ ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ อิทมสฺส ชวสฺมึ วทามิ อภิธมฺเม โข ปน อภิวินเย ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วิสฺสชฺเชติ โน สํสาเทติ อิทมสฺส วณฺณสฺมึ วทามิ ลาภี โข ปน โหติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ อิทมสฺส อาโรหปริณาหสฺมึ วทามิ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุริสขลุงฺโก ชวสมฺปนฺโน จ โหติ วณฺณสมฺปนฺโน จ อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน จ อิเม โข ภิกฺขเว ตโย ปุริสขลุงฺกาติ ฯ