วรรคที่ ๓
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่วิบากอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ แห่งมโนทุจริต จะพึงเกิดขึ้นนั้น มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะมีได้ ดูกรภิกษุ- *ทั้งหลาย แต่ข้อที่วิบากอันไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ แห่งมโน ทุจริตจะพึงเกิดขึ้นนั้นเป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ
อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส ยํ มโนทุจฺจริตสฺส อิฏฺโฐ กนฺโต มนาโป วิปาโก นิพฺพตฺเตยฺย เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฐานญฺจ โข เอตํ ภิกฺขเว วิชฺชติ ยํ มโนทุจฺจริตสฺส อนิฏฺโฐ อกนฺโต อมนาโป วิปาโก นิพฺพตฺเตยฺย ฐานเมตํ วิชฺชตีติ ฯ วคฺโค ทุติโย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่วิบากอันไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ แห่งกายสุจริต จะพึงเกิดขึ้นนั้น มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะมีได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แต่ข้อที่วิบากอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ แห่งกาย สุจริต จะพึงเกิดขึ้นนั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ
อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส ยํ กายสุจริตสฺส อนิฏฺโฐ อกนฺโต อมนาโป วิปาโก นิพฺพตฺเตยฺย เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฐานญฺจ โข เอตํ ภิกฺขเว วิชฺชติ ยํ กายสุจริตสฺส อิฏฺโฐ กนฺโต มนาโป วิปาโก นิพฺพตฺเตยฺย ฐานเมตํ วิชฺชตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่วิบากอันไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ แห่งวจีสุจริต จะพึงเกิดขึ้นนั้น มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะมีได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แต่ข้อที่วิบากอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ แห่งวจีสุจริต จะพึงเกิดขึ้นนั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ
อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส ยํ วจีสุจริตสฺส ฯเปฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่วิบากอันไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ แห่งมโนสุจริต จะพึงเกิดขึ้นนั้น มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะมีได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แต่ข้อที่วิบากอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ แห่งมโน สุจริตจะพึงเกิดขึ้นนั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ
อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส ยํ มโนสุจริตสฺส อนิฏฺโฐ อกนฺโต อมนาโป วิปาโก นิพฺพตฺเตยฺย เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฐานญฺจ โข เอตํ ภิกฺขเว วิชฺชติ ยํ มโนสุจริตสฺส อิฏฺโฐ กนฺโต มนาโป วิปาโก นิพฺพตฺเตยฺย ฐานเมตํ วิชฺชตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้มีความเพรียบพร้อมด้วยกาย ทุจริต เมื่อแตกกายตายไป พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะความเพรียบพร้อม ด้วยกายทุจริตเป็นเหตุ เป็นปัจจัยนั้น มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะมีได้ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย แต่ข้อที่บุคคลผู้เพรียบพร้อมด้วยกายทุจริต เมื่อแตกกายตายไป พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะความเพรียบพร้อมด้วยกายทุจริตเป็นเหตุ เป็นปัจจัยนั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ
อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส ยํ กายทุจฺจริตสมงฺคี ตนฺนิทานา ตปฺปจฺจยา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺเชยฺย เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฐานญฺจ โข เอตํ ภิกฺขเว วิชฺชติ ยํ กายทุจฺจริตสมงฺคี ตนฺนิทานา ตปฺปจฺจยา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺเชยฺย ฐานเมตํ วิชฺชตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้มีความเพรียบพร้อมด้วยวจีทุจริต เมื่อแตกกายตายไป พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์เพราะความเพรียบพร้อมด้วยวจีทุจริต เป็นเหตุ เป็นปัจจัยนั้น มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะมีได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แต่ข้อที่บุคคลผู้เพรียบพร้อมด้วยวจีทุจริต เมื่อแตกกายตายไป พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะความเพรียบพร้อมด้วยวจีทุจริตเป็นเหตุ เป็นปัจจัยนั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ
อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส ยํ วจีทุจฺจริตสมงฺคี ฯเปฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้มีความเพรียบพร้อมด้วยมโน ทุจริต เมื่อแตกกายตายไป พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์เพราะความเพรียบพร้อมด้วย มโนทุจริตเป็นเหตุ เป็นปัจจัยนั้น มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะมีได้ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย แต่ข้อที่บุคคลผู้เพรียบพร้อมด้วยมโนทุจริต เมื่อแตกกายตายไป พึง เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะความเพรียบพร้อมด้วยมโนทุจริตเป็นเหตุ เป็นปัจจัยนั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ
อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส ยํ มโนทุจฺจริตสมงฺคี ตนฺนิทานา ตปฺปจฺจยา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺเชยฺย เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฐานญฺจ โข เอตํ ภิกฺขเว วิชฺชติ ยํ มโนทุจฺจริตสมงฺคี ตนฺนิทานา ตปฺปจฺจยา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺเชยฺย ฐานเมตํ วิชฺชตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้มีความเพรียบพร้อมด้วยกาย สุจริต เมื่อแตกกายตายไป พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะความ เพรียบพร้อมด้วยกายสุจริตเป็นเหตุ เป็นปัจจัยนั้น มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะ มีได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แต่ข้อที่บุคคลผู้เพรียบพร้อมด้วยกายสุจริต เมื่อแตกกาย ตายไป พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะความเพรียบพร้อมด้วยกายสุจริตเป็นเหตุ เป็นปัจจัยนั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ
อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส ยํ กายสุจริตสมงฺคี ตนฺนิทานา ตปฺปจฺจยา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺเชยฺย เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฐานญฺจ โข เอตํ ภิกฺขเว วิชฺชติ ยํ กายสุจริตสมงฺคี ตนฺนิทานา ตปฺปจฺจยา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺเชยฺย ฐานเมตํ วิชฺชตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้มีความเพรียบพร้อมด้วยวจีสุจริต เมื่อแตกกายตายไป พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะความเพรียบพร้อม ด้วยวจีสุจริตเป็นเหตุ เป็นปัจจัยนั้น มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะมีได้ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย แต่ข้อที่บุคคลผู้เพรียบพร้อมด้วยวจีสุจริต เมื่อแตกกายตายไป พึง เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะความเพรียบพร้อมด้วยวจีสุจริตเป็นเหตุ เป็นปัจจัย นั้นเป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ
อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส ยํ วจีสุจริตสมงฺคี ฯเปฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้มีความเพรียบพร้อมด้วยมโน สุจริต เมื่อแตกกายตายไป พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะความ เพรียบพร้อมด้วยมโนสุจริตเป็นเหตุ เป็นปัจจัยนั้น มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะ มีได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แต่ข้อที่บุคคลผู้เพรียบพร้อมด้วยมโนสุจริต เมื่อแตกกาย ตายไป พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะความเพรียบพร้อมด้วยมโนสุจริตเป็นเหตุ เป็นปัจจัยนั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ จบวรรคที่ ๓ -----------------------------------------------------
อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส ยํ มโนสุจริตสมงฺคี ตนฺนิทานา ตปฺปจฺจยา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺเชยฺย เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฐานญฺจ โข เอตํ ภิกฺขเว วิชฺชติ ยํ มโนสุจริตสมงฺคี ตนฺนิทานา ตปฺปจฺจยา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺเชยฺย ฐานเมตํ วิชฺชตีติ ฯ วคฺโค ตติโย ฯ