This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๒๐ · อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต

本册其他条目

วรรคที่ ๑วรรคที่ ๒วรรคที่ ๓วรรคที่ ๔วรรคที่ ๕วรรคที่ ๖วรรคที่ ๗วรรคที่ ๘วรรคที่ ๙วรรคที่ ๑๐วรรคที่ ๑๑วรรคที่ ๑๒เอกบุคคลบาลีวรรคที่ ๑วรรคที่ ๒วรรคที่ ๓วรรคที่ ๔วรรคที่ ๕วรรคที่ ๖วรรคที่ ๗วรรคที่ ๑วรรคที่ ๒วรรคที่ ๓วรรคที่ ๑วรรคที่ ๒วรรคที่ ๓วรรคที่ ๔ปสาทกรธัมมาทิบาลีกัมมกรณวรรคอธิกรณวรรคพาลวรรคสมจิตตวรรคปริสวรรคปุคคลวรรคสุขวรรคสนิมิตตวรรคธรรมวรรคพาลวรรคอาสาวรรคอายาจนวรรคทานวรรคสันถารวรรคสมาปัตติวรรคพระสูตรที่ไม่จัดเข้าในปัณณาสก์ภยสูตรลักขณสูตรจินตาสูตรอัจจยสูตรอโยนิโสสูตรอกุสลสูตรสาวัชชสูตรสัพยาปัชชสูตรขตสูตรมลสูตรญาตกสูตรสรณียสูตรภิกขุสูตรจักกวัตติสูตรปเจตนสูตรอปัณณกสูตรอัตตสูตรเทวสูตรปาปณิกสูตร ที่ ๑ปาปณิกสูตร ที่ ๒สวิฏฐสูตรคิลานสูตรสังขารสูตรพหุการสูตรวชิรสูตรเสวิสูตรชิคุจฉสูตรคูถภาณีสูตรอันธสูตรอวกุชชิตาสูตรพรหมสูตรอานันทสูตรสารีปุตตสูตรนิทานสูตรหัตถกสูตรทูตสูตรราชสูตร ที่ ๑ราชสูตร ที่ ๒สุขุมาลสูตรอธิปไตยสูตรสัมมุขีสูตรฐานสูตรปัจจยวัตตสูตรปเรสสูตรปัณฑิตสูตรศีลสูตรสังขตสูตรอสังขตสูตรปัพพตสูตรอาตัปปสูตรมหาโจรสูตรชนสูตร ที่ ๑ชนสูตร ที่ ๒พราหมณสูตรปริพาชกสูตรนิพพุตสูตรปโลภสูตรชัปปสูตรติกรรณสูตรชานุสโสณีสูตรสังคารวสูตรติตถสูตรภยสูตรเวนาคสูตรสรภสูตรเกสปุตตสูตรสาฬหสูตรกถาวัตถุสูตรติตถิยสูตรมูลสูตรอุโปสถสูตรฉันนสูตรอาชีวกสูตรสักกสูตรนิคัณฐสูตรสมาทปกสูตรนวสูตรภวสูตรสีลัพพตสูตรคันธสูตรจูฬนีสูตรสมณสูตรคัทรภสูตรเขตตสูตรวัชชีปุตตสูตรเสขสูตร ที่ ๑เสขสูตร ที่ ๒เสขสูตร ที่ ๓เสขสูตร ที่ ๔สิกขาสูตร ที่ ๑สิกขาสูตร ที่ ๒ปังกธาสูตรอัจจายิกสูตรวิวิตตสูตรสรทสูตรปริสสูตรอาชานิยสูตร ที่ ๑อาชานิยสูตร ที่ ๒อาชานิยสูตร ที่ ๓นวสูตรโลณกสูตรสังฆสูตรสมุคคตสูตรปุพพสูตรมนุสสสูตรอัสสาทสูตรสมณสูตรโรณสูตรอติตตสูตรกูฏสูตร ที่ ๑กูฏสูตร ที่ ๒นิทานสูตร ที่ ๑นิทานสูตร ที่ ๒อาปายิกสูตรทุลลภสูตรอัปปเมยยสูตรอเนญชสูตรอยสูตรอปัณณกสูตรกัมมันตสูตรโสเจยยสูตร ที่ ๑โสเจยยสูตร ที่ ๒โมเนยยสูตรกุสินารสูตรภัณฑนสูตรโคตมสูตรภรัณฑุสูตรหัตถกสูตรกฏุวิยสูตรอนุรุทธสูตร ที่ ๑อนุรุทธสูตร ที่ ๒ปฏิจฉันนสูตรเลขสูตรโยธสูตรปริสสูตรมิตตสูตรอุปปาทสูตรเกสกัมพลสูตรสัมปทาสูตรวุฑฒิสูตรอัสสสูตร ที่ ๑อัสสสูตร ที่ ๒อัสสสูตร ที่ ๓โมรนิวาปสูตร ที่ ๑โมรนิวาปสูตร ที่ ๒โมรนิวาปสูตร ที่ ๓อกุศลสูตรสาวัชชสูตรวิสมสูตรอสุจิสูตรขตสูตร ที่ ๑ขตสูตร ที่ ๒ขตสูตร ที่ ๓ขตสูตร ที่ ๔วันทนาสูตรสุปุพพัณหสูตรพระสูตรที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์

经典 · พระสุตตันตปิฎก

วรรคที่ ๓

ข้อ ๑๙๑–๒๐๔พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต14 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต

๑๙๑

เอกปุคฺคโล ภิกฺขเว โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชนาหิตาย พหุชนาสุขาย พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานํ กตโม เอกปุคฺคโล มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ วิปรีตทสฺสโน โส พหุชนํ สทฺธมฺมา วุฏฺฐาเปตฺวา อสทฺธมฺเม ปติฏฺฐาเปติ อยํ โข ภิกฺขเว เอกปุคฺคโล โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชนาหิตาย พหุชนาสุขาย พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานนฺติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลคนเดียว เมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อม เกิดขึ้นเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่เป็นความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความ ฉิบหาย มิใช่ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความทุกข์แก่เทพยดาและมนุษย์ทั้งหลาย บุคคลคนเดียวคือใคร คือ บุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฐิ มีความเห็นวิปริต เขาทำให้ คนเป็นอันมากออกจากสัทธรรมแล้ว ให้ตั้งอยู่ในอสัทธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลคนเดียวนี้แล เมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อมเกิดขึ้นเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่เป็นความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความฉิบหาย มิใช่ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อ ความทุกข์ แก่เทพยดาและมนุษย์ทั้งหลาย ฯ

๑๙๒

เอกปุคฺคโล ภิกฺขเว โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ กตโม เอกปุคฺคโล สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ อวิปรีตทสฺสโน โส พหุชนํ อสทฺธมฺมา วุฏฺฐาเปตฺวา สทฺธมฺเม ปติฏฺฐาเปติ อยํ โข ภิกฺขเว เอกปุคฺคโล โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานนฺติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลคนเดียว เมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อม เกิดขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อประโยชน์ หิตสุขแก่เทพยดาและมนุษย์ทั้งหลาย บุคคลคนเดียวคือใคร คือบุคคลผู้เป็นสัมมา ทิฐิ มีความเห็นไม่วิปริต เขาทำให้คนเป็นอันมากออกจากอสัทธรรมแล้ว ให้ตั้ง อยู่ในสัทธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลคนเดียวนี้แล เมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อม เกิดขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อประโยชน์ หิตสุขแก่เทพยดาและมนุษย์ทั้งหลาย ฯ

๑๙๓

นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ ยํ เอวํ มหาสาวชฺชํ ยถยิทํ ภิกฺขเว มิจฺฉาทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ ภิกฺขเว วชฺชานีติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่เล็งเห็นธรรมอย่างอื่นแม้ข้อหนึ่ง ซึ่ง จะมีโทษมากเหมือนมิจฉาทิฐินี้เลย ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษทั้งหลายมีมิจฉาทิฐิ เป็นอย่างยิ่ง ฯ

๑๙๔

นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกปุคฺคลํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ พหุชนาหิตาย ปฏิปนฺโน พหุชนาสุขาย พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานํ ยถยิทํ ภิกฺขเว มกฺขลิ โมฆปุริโส ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว นทีมุเข ขิปํ อุฑฺเฑยฺย พหุนฺนํ มจฺฉานํ อหิตาย ทุกฺขาย อนยาย พฺยสนาย เอวเมว โข ภิกฺขเว มกฺขลิ โมฆปุริโส มนุสฺสขิปมฺมญฺเญ โลเก อุปฺปนฺโน พหุนฺนํ สตฺตานํ อหิตาย ทุกฺขาย อนยาย พฺยสนายาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่เล็งเห็นบุคคลอื่นแม้คนเดียว ที่ปฏิบัติ เพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่เป็นความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความฉิบหาย มิใช่ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความทุกข์แก่เทพยดาและมนุษย์ทั้งหลาย เหมือนกับ โมฆบุรุษชื่อว่ามักขลินี้เลย ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุคคลพึงทิ้งลอบไป ที่ปากอ่าว เพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความทุกข์ เพื่อความเสื่อม ความ พินาศแก่ปลาเป็นมาก แม้ฉันใด โมฆบุรุษชื่อว่ามักขลิก็ฉันนั้นเหมือนกันแล เป็นดังลอบสำหรับดักมนุษย์ เกิดขึ้นแล้วในโลก เพื่อมิใช่ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อ ความทุกข์ เพื่อความเสื่อม เพื่อความพินาศแก่สัตว์เป็นอันมาก ฯ

๑๙๕

ทุรกฺขาเต ภิกฺขเว ธมฺมวินเย โย จ สมาทเปติ ยญฺจ สมาทเปติ โย จ สมาทปิโต ตถตฺตาย ปฏิปชฺชติ สพฺเพ เต พหุํ อปุญฺญํ ปสวนฺติ ตํ กิสฺส เหตุ ทุรกฺขาตตฺตา ภิกฺขเว ธมฺมสฺสาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ชักชวนเข้าในธรรมวินัยที่กล่าวไว้ชั่ว ๑ ผู้ที่ถูกชักชวนแล้วปฏิบัติเพื่อความเป็นอย่างนั้น ๑ คนทั้งหมดนั้น ย่อมประสบ กรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะธรรมท่านกล่าวไว้ชั่ว ฯ

๑๙๖

สฺวากฺขาเต ภิกฺขเว ธมฺมวินเย โย จ สมาทเปติ ยญฺจ สมาทเปติ โย จ สมาทปิโต ตถตฺตาย ปฏิปชฺชติ สพฺเพ เต พหุํ ปุญฺญํ ปสวนฺติ ตํ กิสฺส เหตุ สฺวากฺขาตตฺตา ภิกฺขเว ธมฺมสฺสาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ชักชวนเข้าในธรรมวินัยที่กล่าวไว้ดี ๑ ผู้ที่ถูกชักชวนแล้วปฏิบัติเพื่อความเป็นอย่างนั้น ๑ คนทั้งหมดนั้น ย่อมประสบ บุญเป็นอันมาก ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะธรรมท่านกล่าวไว้ดีแล้ว ฯ

๑๙๗

ทุรกฺขาเต ภิกฺขเว ธมฺมวินเย ทายเกน มตฺตา ชานิตพฺพา โน ปฏิคฺคาหเกน ตํ กิสฺส เหตุ ทุรกฺขาตตฺตา ภิกฺขเว ธมฺมสฺสาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทายกพึงรู้จักประมาณในธรรมวินัยที่กล่าวไว้ ชั่ว ปฏิคาหกไม่จำต้องรู้จักประมาณ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะธรรมท่านกล่าว ไว้ชั่ว ฯ

๑๙๘

สฺวากฺขาเต ภิกฺขเว ธมฺมวินเย ปฏิคฺคาหเกน มตฺตา ชานิตพฺพา โน ทายเกน ตํ กิสฺส เหตุ สฺวากฺขาตตฺตา ภิกฺขเว ธมฺมสฺสาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฏิคาหกพึงรู้จักประมาณในธรรมวินัยที่ กล่าวไว้ดี ทายกไม่จำต้องรู้จักประมาณ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะธรรมท่าน กล่าวไว้ดีแล้ว ฯ

๑๙๙

ทุรกฺขาเต ภิกฺขเว ธมฺมวินเย โย อารทฺธวิริโย โส ทุกฺขํ วิหรติ ตํ กิสฺส เหตุ ทุรกฺขาตตฺตา ภิกฺขเว ธมฺมสฺสาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ปรารภความเพียรในธรรมวินัยที่กล่าวไว้ชั่ว ย่อมอยู่เป็นทุกข์ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะธรรมท่านกล่าวไว้ชั่ว ฯ

๒๐๐

สฺวากฺขาเต ภิกฺขเว ธมฺมวินเย โย กุสีโต โส ทุกฺขํ วิหรติ ตํ กิสฺส เหตุ สฺวากฺขาตตฺตา ภิกฺขเว ธมฺมสฺสาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้เกียจคร้านในธรรมวินัยที่กล่าวไว้ดี ย่อม อยู่เป็นทุกข์ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะธรรมท่านกล่าวไว้ดีแล้ว ฯ

๒๐๑

ทุรกฺขาเต ภิกฺขเว ธมฺมวินเย โย กุสีโต โส สุขํ วิหรติ ตํ กิสฺส เหตุ ทุรกฺขาตตฺตา ภิกฺขเว ธมฺมสฺสาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่เกียจคร้านในธรรมวินัยที่กล่าวไว้ชั่ว ย่อมอยู่เป็นสุข ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะธรรมท่านกล่าวไว้ชั่ว ฯ

๒๐๒

สฺวากฺขาเต ภิกฺขเว ธมฺมวินเย โย อารทฺธวิวิโย โส สุขํ วิหรติ ตํ กิสฺส เหตุ สฺวากฺขาตตฺตา ภิกฺขเว ธมฺมสฺสาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ปรารภความเพียรในธรรมวินัยที่กล่าวไว้ดี ย่อมอยู่เป็นสุข ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะธรรมท่านกล่าวไว้ดีแล้ว ฯ

๒๐๓

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว อปฺปมตฺตโกปิ คูโถ ทุคฺคนฺโธ โหติ เอวเมว โข อหํ ภิกฺขเว อปฺปมตฺตกํปิ ภวํ น วณฺเณมิ อนฺตมโส อจฺฉราสํฆาตมตฺตํปีติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนคูถแม้เพียงเล็กน้อย ก็มีกลิ่น เหม็น ฉันใด ภพแม้เพียงเล็กน้อยก็ฉันนั้นเหมือนกัน เราไม่สรรเสริญโดยที่สุด แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือเดียวเลย ฯ

๒๐๔

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว อปฺปมตฺตกํปิ มุตฺตํ ทุคฺคนฺธํ โหติ ... อปฺปมตฺตโกปิ เขโฬ ทุคฺคนฺโธ โหติ ... อปฺปมตฺตโกปิ ปุพฺโพ ทุคฺคนฺโธ โหติ ... อปฺปมตฺตกํปิ โลหิตํ ทุคฺคนฺธํ โหติ เอวเมว โข อหํ ภิกฺขเว อปฺปมตฺตกํปิ ภวํ น วณฺเณมิ อนฺตมโส อจฺฉราสํฆาตมตฺตํปีติ ฯ วคฺโค ตติโย ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนมูตร... น้ำลาย... หนอง... เลือดแม้เพียงเล็กน้อย ก็มีกลิ่นเหม็น แม้ฉันใด ภพแม้เพียงเล็กน้อยก็ฉันนั้น เหมือนกัน เราไม่สรรเสริญโดยที่สุดแม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือเดียวเลย ฯ จบวรรคที่ ๓

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย