สมาปัตติวรรค
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ฉลาดในสมาบัติ ๑ ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาบัติ ๑ ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๖๒ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว สมาปตฺติกุสลตา จ สมาปตฺติวุฏฺฐานกุสลตา จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ซื่อตรง ๑ ความเป็นผู้อ่อนโยน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่าง นี้แล ฯ
๑๖๓ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว อาชฺชวญฺจ มทฺทวญฺจ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ขันติ ๑ โสรัจจะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๖๔ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว ขนฺติ จ โสรจฺจํ จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีวาจาอ่อนหวาน ๑ การต้อนรับแขก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๖๕ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว สาขลฺยญฺจ ปฏิสนฺถาโร จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความไม่เบียดเบียน ๑ ความเป็นคนสะอาด ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่าง นี้แล ฯ
๑๖๖ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว อวิหึสา จ โสเจยฺยญฺจ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ๑ ความเป็นผู้ไม่รู้จักประมาณใน การบริโภค ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๖๗ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตา จ โภชเน อมตฺตญฺญุตา จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ๑ ความเป็นผู้รู้จักประมาณในการ บริโภค ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๖๘ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา จ โภชเน มตฺตญฺญุตา จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ กำลังคือการพิจารณา ๑ กำลังคือการอบรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่าง นี้แล ฯ
๑๖๙ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว ปฏิสงฺขานพลญฺจ ภาวนาพลญฺจ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ กำลังคือสติ ๑ กำลังคือสมาธิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๗๐ เทฺวเม ภิกฺเข ธมฺมา กตเม เทฺว สติพลญฺจ สมาธิพลญฺจ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สมถะ ๑ วิปัสสนา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๗๑ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว สมโถ จ วิปสฺสนา จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ศีลวิบัติ ๑ ทิฐิวิบัติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๗๒ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว สีลวิปตฺติ จ ทิฏฺฐิวิปตฺติ จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ศีลสมบัติ ๑ ทิฐิสมบัติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๗๓ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว สีลสมฺปทา จ ทิฏฺฐิสมฺปทา จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ศีลบริสุทธิ์ ๑ ทิฐิบริสุทธิ์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๗๔ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว สีลวิสุทฺธิ จ ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ทิฐิบริสุทธิ์ ๑ ความเพียรที่สมควรแก่ทิฐิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่าง นี้แล ฯ
๑๗๕ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ จ ยถา ทิฏฺฐิสฺส จ ปธานํ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ยังไม่พอในกุศลธรรม ๑ ความเป็นผู้ไม่ท้อถอยในความเพียร ๑ ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๗๖ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว อสนฺตุฏฺฐิตา จ กุสเลสุ ธมฺเมสุ อปฺปฏิวาณิตา จ ปธานสฺมึ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่าง ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความเป็นคนหลงลืมสติ ๑ ความไม่รู้สึกตัว ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่าง นี้แล ฯ
๑๗๗ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว มุฏฺฐสจฺจญฺจ อสมฺปชญฺญญฺจ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สติ ๑ สัมปชัญญะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ จบสมาปัตติวรรคที่ ๕ จบตติยปัณณาสก์ -----------------------------------------------------
๑๗๘ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ สมาปตฺติวคฺโค ปญฺจโม ฯ ตติโย ปณฺณาสโก สมตฺโต ฯ