อาสีวิสสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต อาสีวิสสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสรพิษ ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉน คือ อสรพิษมีพิษแล่นพิษไม่ร้ายจำพวก ๑ มีพิษร้ายพิษไม่แล่นจำพวก ๑ มีพิษ แล่นด้วยพิษร้ายด้วยจำพวก ๑ มีพิษไม่แล่นพิษไม่ร้ายจำพวก ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย อสรพิษ ๔ จำพวกนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน บุคคล เปรียบด้วยอสรพิษ ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลดุจอสรพิษมีพิษแล่นพิษไม่ร้ายจำพวก ๑ ดุจอสรพิษมีพิษร้ายพิษไม่แล่น จำพวก ๑ ดุจอสรพิษมีพิษแล่นด้วยพิษร้ายด้วยจำพวก ๑ ดุจอสรพิษมีพิษไม่แล่น พิษไม่ร้ายจำพวก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษแล่นพิษไม่ ร้ายอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโกรธเนืองๆ แต่ความโกรธของเขา นั้นไม่นอนเนื่องอยู่นาน บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษแล่นพิษไม่ร้ายอย่างนี้แล ดูกร ภิกษุทั้งหลาย อสรพิษมีพิษแล่นพิษไม่ร้าย แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบ ฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษร้ายพิษไม่แล่นอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่โกรธเนืองๆ ทีเดียว แต่ความโกรธของเขานั้นนอน เนื่องอยู่นาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษร้ายพิษไม่แล่นอย่าง นี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสรพิษมีพิษร้ายพิษไม่แล่น แม้ฉันใด เรากล่าว บุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษแล่นด้วยมีพิษ ร้ายด้วยอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโกรธเนืองๆ และความโกรธ ของเขานั้นนอนเนื่องอยู่นาน บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษแล่นด้วยพิษร้ายด้วยอย่าง นี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสรพิษมีพิษแล่นด้วยพิษร้ายด้วย แม้ฉันใด เรากล่าว บุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษไม่แล่น พิษไม่ร้ายอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่โกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขา นั้นก็ไม่นอนเนื่องอยู่นาน บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษไม่แล่นพิษไม่ร้ายอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสรพิษมีพิษไม่แล่นพิษไม่ร้าย แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้ เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเปรียบด้วยอสรพิษ ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบวลาหกวรรคที่ ๑ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. วลาหกสูตรที่ ๑ ๒. วลาหกสูตรที่ ๒ ๓. กุมภสูตร ๔. อุทกรหทสูตร ๖. อัมพสูตร ๗. มูสิกาสูตร ๘. พลิพัททสูตร ๙. รุกขสูตร ๑๐. อาสีวิสสูตร ฯ -----------------------------------------------------
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว อาสีวิสา กตเม จตฺตาโร อาคตวิโส น โฆรวิโส โฆรวิโส น อาคตวิโส อาคตวิโส จ โฆรวิโส จ เนว อาคตวิโส น โฆรวิโส อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร อาสีวิสา ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว จตฺตาโรเม อาสีวิสูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร อาคตวิโส น โฆรวิโส โฆรวิโส น อาคตวิโส อาคตวิโส จ โฆรวิโส จ เนว อาคตวิโส น โฆรวิโส ฯ {๑๑๐.๑} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาคตวิโส โหติ น โฆรวิโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ โส จ ขฺวสฺส โกโธ น ทีฆรตฺตํ อนุเสติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาคตวิโส โหติ น โฆรวิโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อาสีวิโส อาคตวิโส น โฆรวิโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๑๑๐.๒} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล โฆรวิโส โหติ น อาคตวิโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล น เหว โข อภิณฺหํ กุชฺฌติ โส จ ขฺวสฺส โกโธ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล โฆรวิโส โหติ น อาคตวิโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อาสีวิโส โฆรวิโส น อาคตวิโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๑๑๐.๓} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาคตวิโส จ โหติ โฆรวิโส จ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ โส จ ขฺวสฺส โกโธ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาคตวิโส จ โหติ โฆรวิโส จ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อาสีวิโส อาคตวิโส จ โฆรวิโส จ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๑๑๐.๔} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว อาคตวิโส โหติ น โฆรวิโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล น เหว โข อภิณฺหํ กุชฺฌติ โส จ ขฺวสฺส โกโธ น ทีฆรตฺตํ อนุเสติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว อาคตวิโส โหติ น โฆรวิโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อาสีวิโส เนว อาคตวิโส น โฆรวิโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร อาสีวิสูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ วลาหกวคฺโค ปฐโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ เทฺว วลาหกกุมฺภา อุทกรหทา เทฺว โหนฺติ อมฺพานิ มูสิกาพลิพทฺทา รุกฺขาอาสีวิเสน เต ทสาติ ฯ -----------------