This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

เกสีสูตร

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑๑๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต1 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต เกสีวรรคที่ ๒ เกสีสูตร

เกสีวคฺโค ทุติโย

๑๑๑

ครั้งนั้นแล สารถีผู้ฝึกม้าชื่อเกสี เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามว่า ดูกรเกสี ท่านอันใครๆ ก็รู้กันดีแล้วว่าเป็นสารถี ผู้ฝึกม้า ก็ท่านฝึกหัดม้าที่ควรฝึกอย่างไร สารถีผู้ฝึกม้าชื่อเกสีกราบทูลว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ฝึกหัดม้าที่ควรฝึกด้วยวิธีละม่อมบ้าง รุนแรงบ้าง ทั้งละม่อมทั้งรุนแรงบ้าง ฯ พ. ดูกรเกสี ถ้าม้าที่ควรฝึกของท่านไม่เข้าถึงการฝึกหัดด้วยวิธีละม่อม ด้วยวิธีรุนแรง ด้วยวิธีทั้งละม่อมทั้งรุนแรง ท่านจะทำอย่างไรกะมัน ฯ เก. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าม้าที่ควรฝึกของข้าพระองค์ ไม่เข้าถึงการ ฝึกหัดด้วยวิธีละม่อม ด้วยวิธีรุนแรง ด้วยวิธีทั้งละม่อมทั้งรุนแรง ก็ฆ่ามันเสียเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะคิดว่าโทษมิใช่คุณอย่าได้มีแก่สกุลอาจารย์ของเราเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็พระผู้มีพระภาคเป็นสารถีฝึกบุรุษชั้นเยี่ยม ก็พระผู้มีพระภาค ทรงฝึกบุรุษที่ควรฝึกอย่างไร ฯ พ. ดูกรเกสี เราแล ย่อมฝึกบุรุษที่ควรฝึกด้วยวิธีละม่อมบ้าง รุนแรงบ้าง ทั้งละม่อมทั้งรุนแรงบ้าง ดูกรเกสี ในวิธีทั้ง ๓ นั้น การฝึกดังต่อไปนี้ เป็นวิธี ละม่อม คือ กายสุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งกายสุจริตเป็นดังนี้ วจีสุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งวจีสุจริตเป็นดังนี้ มโนสุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งมโนสุจริตเป็นดังนี้ เทวดาเป็นดังนี้ มนุษย์เป็นดังนี้ การฝึกดังต่อไปนี้เป็นวิธีรุนแรง คือกายทุจริต เป็นดังนี้ วิบากแห่งกายทุจริตเป็นดังนี้ วจีทุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งวจีทุจริต เป็นดังนี้ มโนทุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งมโนทุจริตเป็นดังนี้ นรกเป็นดังนี้ กำเนิดสัตว์ ดิรัจฉานเป็นดังนี้ ปิตติวิสัยเป็นดังนี้ การฝึกดังต่อไปนี้ เป็นวิธีทั้งละม่อมทั้ง รุนแรง คือ กายสุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งกายสุจริตเป็นดังนี้ กายทุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งกายทุจริตเป็นดังนี้ วจีสุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งวจีสุจริตเป็นดังนี้ วจีทุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งวจีทุจริตเป็นดังนี้ มโนสุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่ง มโนสุจริตเป็นดังนี้ มโนทุจริตเป็นดังนี้ วิบากแห่งมโนทุจริตเป็นดังนี้ เทวดา เป็นดังนี้ มนุษย์เป็นดังนี้ นรกเป็นดังนี้ กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานเป็นดังนี้ ปิตติวิสัย เป็นดังนี้ ฯ เก. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าบุรุษที่ควรฝึกของพระองค์ไม่เข้าถึงการฝึก ด้วยวิธีละม่อม ด้วยวิธีรุนแรง ด้วยวิธีทั้งละม่อมทั้งรุนแรง พระผู้มีพระภาค จะทำอย่างไรกะเขา ฯ พ. ดูกรเกสี ถ้าบุรุษที่ควรฝึกของเราไม่เข้าถึงการฝึกด้วยวิธีละม่อม ด้วยวิธีรุนแรง ด้วยวิธีทั้งละม่อมทั้งรุนแรง เราก็ฆ่าเขาเสียเลย ฯ เก. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ปาณาติบาตไม่สมควรแก่พระผู้มีพระภาคเลย ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น ไฉนพระผู้มีพระภาคจึงตรัสอย่างนี้ว่า ฆ่าเขาเสีย ฯ พ. จริง เกสี ปาณาติบาตไม่สมควรแก่ตถาคต ก็แต่ว่าบุรุษที่ควร ฝึกใด ย่อมไม่เข้าถึงการฝึกด้วยวิธีละม่อม ด้วยวิธีรุนแรง ด้วยวิธีทั้งละม่อม ทั้งรุนแรง ตถาคตไม่สำคัญบุรุษที่ควรฝึกนั้นว่า ควรว่ากล่าว ควรสั่งสอน แม้ พรหมจารีผู้เป็นวิญญูชนก็ย่อมไม่สำคัญว่า ควรว่ากล่าว ควรสั่งสอน ดูกรเกสี ข้อที่ตถาคต ไม่สำคัญบุรุษที่ควรฝึกว่า ควรว่ากล่าว ควรสั่งสอน แม้สพรหมจารี ผู้เป็นวิญญูชนทั้งหลายก็ไม่สำคัญว่า ควรว่ากล่าว ควรสั่งสอน นี้เป็นการฆ่าอย่างดี ในวินัยของพระอริยะ ฯ เก. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อที่พระตถาคตไม่สำคัญบุรุษที่ควรฝึกว่า ควร ว่ากล่าว ควรสั่งสอน แม้สพรหมจารีผู้วิญญูชนก็ไม่สำคัญว่า ควรว่ากล่าว ควรสั่งสอน นั้นเป็นการฆ่าอย่างดีแน่นอน ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของ พระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระผู้มีพระภาค ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย เปรียบเหมือนหงายของ ที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืดด้วยหวังว่า คนมีจักษุจักเห็นรูปฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาค กับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำ ข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ จบสูตรที่ ๑

อถโข เกสี อสฺสทมฺมสารถิ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข เกสึ อสฺสทมฺมสารถึ ภควา เอตทโวจ ตฺวญฺจ ขฺวาสิ เกสิ สญฺญาโต อสฺสทมฺมสารถิ กถญฺจ ปน ตฺวํ เกสิ อสฺสทมฺมํ วิเนสีติ ฯ อหํ โข ภนฺเต อสฺสทมฺมํ สเณฺหนปิ วิเนมิ ผรุเสนปิ วิเนมิ สณฺหผรุเสนปิ วิเนมีติ ฯ สเจ เต เกสิ อสฺสทมฺโม สเณฺหน วินยํ น อุเปติ ผรุเสน วินยํ น อุเปติ สณฺหผรุเสน วินยํ น อุเปติ กินฺติ ตํ กโรสีติ ฯ สเจ เม ภนฺเต อสฺสทมฺโม สเณฺหน วินยํ น อุเปติ ผรุเสน วินยํ น อุเปติ สณฺหผรุเสน วินยํ น อุเปติ หนามิ นํ ภนฺเต ตํ กิสฺส เหตุ มา เม อาจริยกุลสฺส อวณฺโณ อโหสีติ ภควา ปน ภนฺเต อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ กถํ ปน ภนฺเต ภควา ปุริสทมฺมํ วิเนตีติ ฯ {๑๑๑.๑} อหํ โข เกสิ ปุริสทมฺมํ สเณฺหนปิ วิเนมิ ผรุเสนปิ วิเนมิ สณฺหผรุเสนปิ วิเนมิ ตตฺริทํ เกสิ สณฺหสฺมึ อิติ กายสุจริตํ อิติ กายสุจริตสฺส วิปาโก อิติ วจีสุจริตํ อิติ วจีสุจริตสฺส วิปาโก อิติ มโนสุจริตํ อิติ มโนสุจริตสฺส วิปาโก อิติ เทวา อิติ มนุสฺสา ตตฺริทํ เกสิ ผรุสสฺมึ อิติ กายทุจฺจริตํ อิติ กายทุจฺจริตสฺส วิปาโก อิติ วจีทุจฺจริตํ อิติ วจีทุจฺจริตสฺส วิปาโก อิติ มโนทุจฺจริตํ อิติ มโนทุจฺจริตสฺส วิปาโก อิติ นิรโย อิติ ติรจฺฉานโยนิ อิติ ปิตฺติวิสโย ตตฺริทํ เกสิ สณฺหผรุสสฺมึ อิติ กายสุจริตํ อิติ กายสุจริตสฺส วิปาโก อิติ กายทุจฺจริตํ อิติ กายทุจฺจริตสฺส วิปาโก อิติ วจีสุจริตํ อิติ วจีสุจริตสฺส วิปาโก อิติ วจีทุจฺจริตํ อิติ วจีทุจฺจริตสฺส วิปาโก อิติ มโนสุจริตํ อิติ มโนสุจริตสฺส วิปาโก อิติ มโนทุจฺจริตํ อิติ มโนทุจฺจริตสฺส วิปาโก อิติ เทวา อิติ มนุสฺสา อิติ นิรโย อิติ ติรจฺฉานโยนิ อิติ ปิตฺติวิสโยติ ฯ {๑๑๑.๒} สเจ เต ภนฺเต ปุริสทมฺโม สเณฺหน วินยํ น อุเปติ ผรุเสน วินยํ น อุเปติ สณฺหผรุเสน วินยํ น อุเปติ กินฺติ ตํ ภควา กโรตีติ ฯ สเจ เม เกสิ ปุริสทมฺโม สเณฺหน วินยํ น อุเปติ ผรุเสน วินยํ น อุเปติ สณฺหผรุเสน วินยํ น อุเปติ หนามิ นํ เกสีติ ฯ น โข โน ภนฺเต ภควโต ปาณาติปาโต กปฺปติ อถ จ ปน ภควา เอวมาห หนามิ นํ เกสีติ ฯ สจฺจํ เกสิ น ตถาคตสฺส ปาณาติปาโต กปฺปติ อปิจ โย ปุริสทมฺโม สเณฺหน วินยํ น อุเปติ ผรุเสน วินยํ น อุเปติ สณฺหผรุเสน วินยํ น อุเปติ น ตํ ตถาคโต วตฺตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญติ นปิ วิญฺญู สพฺรหฺมจารี วตฺตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญนฺติ สุวโธเหโส เกสิ อริยสฺส วินเย ยํ น ตถาคโต วตฺตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญติ นปิ วิญฺญู สพฺรหฺมจารี วตฺตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญนฺตีติ ฯ {๑๑๑.๓} โส หิ นูน ภนฺเต สุวโธ โหติ ยํ น ตถาคโต วตฺตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญติ นปิ วิญฺญู สพฺรหฺมจารี วตฺตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญนฺติ อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต เสยฺยถาปิ ภนฺเต นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย อนฺธกาเร วา เตลปฺปชฺโชตํ ธาเรยฺย จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ เอวเมวํ ภควตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต เอสาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุปาสกํ มํ ภนฺเต ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คตนฺติ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

เกสีสูตร