This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๓. ทุจริตวรรค

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๒๒๑–๒๓๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต11 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ทุจริตวรรคที่ ๓

ทุจฺจริตวคฺโค ตติโย

๒๒๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย วจีทุจริต ๔ อย่างนี้ ๔ อย่างเป็นไฉน คือ คำเท็จ ๑ คำส่อเสียด ๑ คำหยาบ ๑ คำเพ้อเจ้อ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย วจีทุจริต ๔ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ อย่างนี้ ๔ อย่างเป็นไฉน คือ คำจริง ๑ คำไม่ส่อเสียด ๑ คำอ่อนหวาน ๑ คำพอประมาณ ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ อย่างนี้ ฯ

จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว วจีทุจฺจริตานิ กตมานิ จตฺตาริ มุสาวาโท ปิสุณา วาจา ผรุสา วาจา สมฺผปฺปลาโป อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ วจีทุจฺจริตานิ ฯ จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว วจีสุจริตานิ กตมานิ จตฺตาริ สจฺจวาจา อปิสุณา วาจา สณฺหา วาจา มนฺตาภาสา อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ วจีสุจริตานีติ ฯ

๒๒๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เป็นผู้ไม่ฉลาด เป็นอสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ถูกขจัดถูกทำลาย เป็นคนมีโทษ วิญญูชนติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการ เป็นไฉน คือ กายทุจริต ๑ วจีทุจริต ๑ มโนทุจริต ๑ มิจฉาทิฐิ ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย คนพาลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นผู้ไม่ฉลาด เป็น อสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ถูกขจัด ถูกทำลาย เป็นคนมีโทษ วิญญูชนติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้ประกอบ ด้วยธรรม ๔ ประการ เป็นผู้ฉลาด เป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกขจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีโทษ วิญญูชนไม่ติเตียน และย่อมได้ประสบบุญเป็น อันมาก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายสุจริต ๑ วจีสุจริต ๑ มโนสุจริต ๑ สัมมาทิฐิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นผู้ฉลาด เป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกขจัด ไม่ให้ถูกทำลายไม่มีโทษ วิญญูชนไม่ติเตียน และย่อมได้ประสบบุญเป็นอันมาก ฯ

จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ กตเมหิ จตูหิ กายทุจฺจริเตน วจีทุจฺจริเตน มโนทุจฺจริเตน มิจฺฉาทิฏฺฐิยา อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ ฯ {๒๒๒.๑} จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวติ กตเมหิ จตูหิ กายสุจริเตน วจีสุจริเตน มโนสุจริเตน สมฺมาทิฏฺฐิยา อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวตีติ ฯ

๒๒๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เป็นผู้ไม่ฉลาด เป็นอสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ถูกขจัด ถูกทำลาย เป็นผู้มีโทษ วิญญูชนติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการ เป็นไฉน คือ กายทุจริต ๑ วจีทุจริต ๑ มโนทุจริต ๑ ความเป็นคนอกตัญญู อกตเวที ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นผู้ไม่ฉลาด เป็นอสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ถูกขจัด ถูกทำลายเป็นผู้มีโทษ วิญญูชนติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เป็นคนฉลาด เป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารตน ไม่ให้ถูกขจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีโทษ วิญญูชนไม่ติเตียน และย่อมประสบ บุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายสุจริต ๑ วจีสุจริต ๑ มโนสุจริต ๑ ความเป็นคนกตัญญูกตเวที ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้ ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นคนฉลาด เป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารตน ไม่ให้ถูกขจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีโทษวิญญูชนไม่ติเตียน และย่อมประสบ บุญเป็นอันมาก ฯ

จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ กตเมหิ จตูหิ กายทุจฺจริเตน วจีทุจฺจริเตน มโนทุจฺจริเตน อกตญฺญุตา อกตเวทิตา ฯเปฯ กายสุจริเตน วจีสุจริเตน มโนสุจริเตน กตญฺญุตา กตเวทิตา ฯเปฯ

๒๒๔

เป็นคนฆ่าสัตว์ ๑ ลักทรัพย์ ๑ ประพฤติผิดในกาม ๑ พูดเท็จ ๑ ฯลฯ เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ๑ งดเว้นจากการลักทรัพย์ ๑ งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ๑ งดเว้นจากการพูดเท็จ ๑ ฯลฯ

ปาณาติปาตี โหติ อทินฺนาทายี โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารี โหติ มุสาวาที โหติ ฯเปฯ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ ฯเปฯ

๒๒๕

เป็นผู้มีความเห็นผิด ๑ ดำริผิด ๑ ทำการงานผิด ๑ เจรจาผิด ๑ ฯลฯ เป็นผู้มีความเห็นชอบ ๑ ดำริชอบ ๑ เจรจาชอบ ๑ ทำการงานชอบ ๑ ฯลฯ

มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ มิจฺฉาสงฺกปฺโป โหติ มิจฺฉาวาโจ โหติ มิจฺฉากมฺมนฺโต โหติ ฯเปฯ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ สมฺมาสงฺกปฺโป โหติ สมฺมาวาโจ โหติ สมฺมากมฺมนฺโต โหติ ฯเปฯ

๒๒๖

เป็นผู้มีอาชีพผิด ๑ พยายามผิด ๑ ระลึกผิด ๑ ตั้งใจไว้ผิด ๑ ฯลฯ เป็นผู้มีอาชีพชอบ ๑ พยายามชอบ ๑ ระลึกชอบ ๑ ตั้งใจไว้ชอบ ๑ ฯลฯ

มิจฺฉาอาชีโว โหติ มิจฺฉาวายาโม โหติ มิจฺฉาสติ โหติ มิจฺฉาสมาธิ โหติ ฯเปฯ สมฺมาอาชีโว โหติ สมฺมาวายาโม โหติ สมฺมาสติ โหติ สมฺมาสมาธิ โหติ ฯเปฯ

๒๒๗

เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าได้เห็น ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ ไม่ได้ฟังว่าได้ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ทราบว่าได้ทราบ ๑ เป็นผู้มักกล่าว สิ่งที่ไม่ได้รู้ว่าได้รู้ ๑ ฯลฯ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๑ เป็นผู้ มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ฟังว่าไม่ได้ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้รู้ว่าไม่ได้รู้ ๑ ฯลฯ

อทิฏฺเฐ ทิฏฺฐวาที โหติ อสฺสุเต สุตวาที โหติ อมุเต มุตวาที โหติ อวิญฺญาเต วิญฺญาตวาที โหติ ฯเปฯ อทิฏฺเฐ อทิฏฺฐวาที โหติ อสฺสุเต อสฺสุตวาที โหติ อมุเต อมุตวาที โหติ อวิญฺญาเต อวิญฺญาตวาที โหติ ฯเปฯ

๒๒๘

เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ ได้ฟังว่าไม่ได้ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ ได้รู้ว่าไม่ได้รู้ ๑ ฯลฯ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าได้เห็น ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ ได้ฟังว่าได้ฟัง ๑ มักกล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่าได้ทราบ ๑ มักกล่าวสิ่งที่ได้รู้ว่าได้รู้ ๑ ฯลฯ

ทิฏฺเฐ อทิฏฺฐวาที โหติ สุเต อสฺสุตวาที โหติ มุเต อมุตวาที โหติ วิญฺญาเต อวิญฺญาตวาที โหติ ฯเปฯ ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐวาที โหติ สุเต สุตวาท โหติ มุเต มุตวาที โหติ วิญฺญาเต วิญฺญาตวาที โหติ ฯเปฯ

๒๒๙

เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ เป็นผู้ทุศีล ๑ ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ ฯลฯ เป็นผู้มีศรัทธา ๑ มีศีล ๑ มีหิริ ๑ มีโอตตัปปะ ๑ ฯลฯ

อสฺสทฺโธ โหติ ทุสฺสีโล โหติ อหิริโก โหติ อโนตฺตปฺปี โหติ ฯเปฯ สทฺโธ โหติ สีลวา โหติ หิริมา โหติ โอตฺตปฺปี โหติ ฯเปฯ

๒๓๐

เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ ทุศีล ๑ เกียจคร้าน ๑ มีปัญญา ทราม ๑ ฯลฯ เป็นผู้มีศรัทธา ๑ มีศีล ๑ ปรารภความเพียร ๑ มีปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นผู้ฉลาด เป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกขจัด ไม่ให้ถูกทำลาย เป็นผู้ไม่มีโทษ วิญญูชนไม่ติเตียน และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก ฯ

อสฺสทฺโธ โหติ ทุสฺสีโล โหติ กุสีโต โหติ ทุปฺปญฺโญ โหติ ฯเปฯ สทฺโธ โหติ สีลวา โหติ อารทฺธวิริโย โหติ ปญฺญวา โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวตีติ ฯ

๒๓๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กวี ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉน คือ จินตกวี ๑ สุตกวี ๑ อรรถกวี ๑ ปฏิภาณกวี ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย กวี ๔ จำพวกนี้แล ฯ จบทุจริตวรรคที่ ๓ -----------------------------------------------------

จตฺตาโรเม ภิกฺขเว กวี กตเม จตฺตาโร จินฺตากวิ สุตกวิ อตฺถกวิ ปฏิภาณกวิ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร กวีติ ฯ ทุจฺจริตวคฺโค ตติโย ฯ --------------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย