อัปปสุตสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต อัปปสุตสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลผู้มีสุตะน้อย ไม่เข้าถึงด้วยสุตะ ๑ บุคคลผู้มีสุตะ น้อย เข้าถึงด้วยสุตะ ๑ บุคคลผู้มีสุตะมากไม่เข้าถึงด้วยสุตะ ๑ บุคคลผู้มีสุตะ มาก เข้าถึงด้วยสุตะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีสุตะน้อย ไม่เข้าถึงด้วย สุตะอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ มีสุตะ คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละน้อย เขาหาได้รู้อรรถ รู้ธรรมแห่งสุตะน้อยนั้น แล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมไม่ บุคคลผู้มีสุตะน้อย ไม่เข้าถึงด้วยสุตะอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีสุตะน้อยเข้าถึงด้วย สุตะอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ มีสุตะ คือ สุตตะ เคยยะ ฯลฯ เวทัลละ น้อย เขาย่อมรู้อรรถรู้ธรรมแห่งสุตะน้อยนั้น แล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม บุคคลผู้มีสุตะน้อยเข้าถึงด้วยสุตะอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีสุตะ มาก ไม่เข้าถึงด้วยสุตะอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ มีสุตะ คือ สุตตะ เคยยะ ฯลฯ เวทัลละมาก เขาหาได้รู้ทั่วถึงอรรถรู้ทั่วถึงธรรมแห่งสุตะมากนั้น แล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมไม่ บุคคลผู้มีสุตะมากไม่เข้าถึงด้วยสุตะอย่างนี้ แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีสุตะมากเข้าถึงด้วยสุตะอย่างไร บุคคลบางคน ในโลกนี้ มีสุตะ คือ สุตตะ เคยยะ ฯลฯ เวทัลละมาก เขารู้ทั่วถึงอรรถ รู้ทั่วถึงธรรมแห่งสุตะมากนั้น แล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม บุคคลผู้มีสุตะ มากเข้าถึงด้วยสุตะอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏ อยู่ในโลก ฯ ถ้าบุคคลแม้มีสุตะน้อย ไม่ตั้งมั่นแล้วในศีล นักปราชญ์ ทั้งหลายย่อมติเตียนเขา ทั้งโดยศีลและสุตะทั้งสอง ถ้า บุคคลแม้มีสุตะน้อย ตั้งมั่นแล้วในศีล นักปราชญ์ย่อม สรรเสริญเขาโดยศีล แต่สุตะของเขาไม่สมบูรณ์ ถ้าบุคคล แม้มีสุตะมาก ไม่ตั้งมั่นแล้วในศีล นักปราชญ์ย่อมติเตียน เขาโดยศีล แต่สุตะของเขาสมบูรณ์ ถ้าบุคคลแม้มีสุตะมาก ตั้งมั่นดีแล้วในศีล นักปราชญ์ย่อมสรรเสริญเขา ทั้งโดยศีล และสุตะทั้งสอง ใครควรเพื่อจะติเตียนเขาผู้เป็นพหูสูต ผู้ทรงธรรม เป็นพุทธสาวกผู้มีปัญญา ผู้เป็นประดุจแท่งทอง ชมพูนุท แม้เทวดาก็ย่อมชมเชย แม้พรหมก็สรรเสริญ ฯ จบสูตรที่ ๖
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร อปฺปสฺสุโต สุเตน อนุปปนฺโน อปฺปสฺสุโต สุเตน อุปปนฺโน พหุสฺสุโต สุเตน อนุปปนฺโน พหุสฺสุโต สุเตน อุปปนฺโน ฯ {๖.๑} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อปฺปสฺสุโต โหติ สุเตน อนุปปนฺโน อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส อปฺปกํ สุตํ โหติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถา อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส ตสฺส อปฺปกสฺส สุตสฺส น อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล อปฺปสฺสุโต โหติ สุเตน อนุปปนฺโน ฯ {๖.๒} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อปฺปสฺสุโต โหติ สุเตน อุปปนฺโน อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส อปฺปกํ สุตํ โหติ สุตฺตํ เคยฺยํ ฯเปฯ เวทลฺลํ โส ตสฺส อปฺปกสฺส สุตสฺส อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล อปฺปสฺสุโต โหติ สุเตน อุปปนฺโน ฯ {๖.๓} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล พหุสฺสุโต โหติ สุเตน อนุปปนฺโน อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส พหุํ สุตํ โหติ สุตฺตํ เคยฺยํ ฯเปฯ เวทลฺลํ โส ตสฺส พหุกสฺส สุตสฺส น อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล พหุสฺสุโต โหติ สุเตน อนุปปนฺโน ฯ {๖.๔} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล พหุสฺสุโต โหติ สุเตน อุปปนฺโน อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส พหุํ สุตํ โหติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถา อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส ตสฺส พหุกสฺส สุตสฺส อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล พหุสฺสุโต โหติ สุเตน อุปปนฺโน ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ อปฺปสฺสุโตปิ เจ โหติ สีเลสุ อสมาหิโต อุภเยน นํ ครหนฺติ สีลโต จ สุเตน จ ฯ อปฺปสฺสุโตปิ เจ โหติ สีเลสุ สุสมาหิโต สีลโต นํ ปสํสนฺติ นาสฺส สมฺปชฺชเต สุตํ ฯ พหุสฺสุโตปิ เจ โหติ สีเลสุ อสมาหิโต สีลโต นํ ครหนฺติ ตสฺส สมฺปชฺชเต สุตํ ฯ พหุสฺสุโตปิ เจ โหติ สีเลสุ สุสมาหิโต อุภเยน นํ ปสํสนฺติ สีลโต จ สุเตน จ ฯ พหุสฺสุตํ ธมฺมธรํ สปฺปญฺญํ พุทฺธสาวกํ เนกฺขํ ชมฺโพนทสฺเสว โก ตํ นินฺทิตุมรหติ เทวาปิ นํ ปสํสนฺติ พฺรหฺมุนาปิ ปสํสิโตติ ฯ