ธรรมิกสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ธรรมิกสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด พระราชาเป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม สมัยนั้น แม้พวกข้าราชการ ก็เป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อพวกข้าราชการไม่ตั้ง อยู่ในธรรม สมัยนั้น แม้พราหมณ์และคฤหบดีก็เป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อ พราหมณ์และคฤหบดีไม่ตั้งอยู่ในธรรม สมัยนั้น แม้ชาวนิคมและชาวชนบท ก็ เป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อชาวนิคมและชาวชนบทไม่ตั้งอยู่ในธรรม พระจันทร์ และพระอาทิตย์ย่อมหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ เมื่อพระจันทร์และพระอาทิตย์หมุน เวียนไม่สม่ำเสมอ หมู่ดาวนักษัตรก็ย่อมหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ เมื่อคืนและวัน หมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ เดือนหนึ่งและกึ่งเดือนก็หมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ เมื่อ เดือนหนึ่งและกึ่งเดือนหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ ฤดูและปีก็ย่อมหมุนเวียนไม่สม่ำ เสมอเมื่อฤดูและปีหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ ลมย่อมพัดไม่สม่ำเสมอ เมื่อลมพัดไม่ สม่ำเสมอ ลมก็เดินผิดทางไม่สม่ำเสมอ ย่อมพัดเวียนไป เมื่อลมเดินผิดทางไม่สม่ำ เสมอพัดเวียนไป เทวดาย่อมกำเริบ เมื่อเทวดากำเริบฝนย่อมไม่ตกต้องตามฤดูกาล เมื่อฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้าทั้งหลายก็สุกไม่เสมอกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ผู้บริโภคข้าวที่สุกไม่เสมอกัน ย่อมเป็นผู้มีอายุน้อย มีผิวพรรณเศร้าหมอง มีกำลังน้อย มีอาพาธมาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด พระราชาเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม สมัยนั้น แม้ข้าราชการก็ย่อมเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อข้าราชการตั้งอยู่ในธรรม สมัยนั้น แม้พราหมณ์และคฤหบดีก็เป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อพราหมณ์และ คฤหบดีตั้งอยู่ในธรรม สมัยนั้น แม้ชาวนิคมและชาวชนบท ก็ย่อมเป็นผู้ตั้งอยู่ ในธรรม เมื่อชาวนิคมและชาวชนบทเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม พระจันทร์และพระ อาทิตย์ก็ย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอ เมื่อพระจันทร์และพระอาทิตย์หมุนเวียนสม่ำ เสมอกัน หมู่ดาวนักษัตรก็ย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอ เมื่อหมู่ดาวนักษัตรหมุนเวียน สม่ำเสมอ คืนและวันก็ย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอ เมื่อคืนและวันย่อมหมุนเวียน สม่ำเสมอ เดือนหนึ่งและกึ่งเดือนก็ย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอกัน เมื่อ เดือนหนึ่งและกึ่งเดือนหมุนเวียนสม่ำเสมอ ฤดูและปีก็ย่อมหมุนเวียนไปสม่ำ เสมอ เมื่อฤดูและปีหมุนเวียนไปสม่ำเสมอกัน ลมย่อมพัดสม่ำเสมอ เมื่อลม พัดสม่ำเสมอ ลมย่อมพัดไปถูกทาง เมื่อลมพัดไปถูกทาง เทวดาย่อม ไม่กำเริบ เมื่อเทวดาไม่กำเริบ ฝนย่อมตกต้องตามฤดูกาล เมื่อฝน ตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้าก็สุกเสมอกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ผู้บริโภคข้าว กล้าที่สุกเสมอกัน ย่อมมีอายุยืน มีผิวพรรณดี มีกำลัง และมีอาพาธน้อย ฯ เมื่อฝูงโคข้ามไปอยู่ ถ้าโคผู้นำฝูงไปคด โคเหล่านั้นย่อม ไปคดทั้งหมด ในเมื่อโคผู้นำไปคด ในมนุษย์ก็เหมือนกัน ผู้ใดได้รับสมมติให้เป็นผู้นำ ถ้าผู้นั้นประพฤติอธรรม ประชาชนนอกนี้ก็จะประพฤติอธรรมเหมือนกัน แว่นแคว้น ทั้งหมดจะได้ประสบความทุกข์ ถ้าพระราชาเป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ ในธรรม เมื่อฝูงโคข้ามไปอยู่ ถ้าโคผู้นำฝูงไปตรง โคเหล่า นั้นย่อมไปตรงทั้งหมด ในเมื่อโคผู้นำไปตรง ในหมู่มนุษย์ ก็เหมือนกัน ผู้ใดได้รับสมมติให้เป็นผู้นำ ถ้าผู้นั้นประพฤติ ธรรม ประชาชนนอกนี้ย่อมประพฤติธรรมเหมือนกัน แว่น แคว้นทั้งหมดย่อมได้ประสบความสุข ถ้าพระราชาเป็นผู้ ตั้งอยู่ในธรรม ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบปัตตกรรมวรรคที่ ๒ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปัตตกรรมสูตร ๒. อันนนาถสูตร ๓. สพรหมกสูตร ๔. นิรยสูตร ๕. รูปสูตร ๖. สราคสูตร ๗. อหิสูตร ๘. เทว- *ทัตตสูตร ๙. ปธานสูตร ๑๐. ธรรมิกสูตร ฯ -----------------------------------------------------
ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย ราชาโน อธมฺมิกา โหนฺติ ราชยุตฺตาปิ ตสฺมึ สมเย อธมฺมิกา โหนฺติ ราชยุตฺเตสุ ภิกฺขเว อธมฺมิเกสุ พฺราหฺมณคหปติกาปิ ตสฺมึ สมเย อธมฺมิกา โหนฺติ พฺราหฺมณคหปติเกสุ อธมฺมิเกสุ เนคมชานปทาปิ ตสฺมึ สมเย อธมฺมิกา โหนฺติ เนคมชานปเทสุ อธมฺมิเกสุ วิสมํ จนฺทิมสุริยา ปริวตฺตนฺติ วิสมํ จนฺทิมสุริเยสุ ปริวตฺตนฺเตสุ วิสมํ นกฺขตฺตานิ ตารกรูปานิ ปริวตฺตนฺติ วิสมํ นกฺขตฺเตสุ ตารกรูเปสุ ปริวตฺตนฺเตสุ วิสมํ รนฺตินฺทิวา ปริวตฺตนฺติ วิสมํ รตฺตินฺทิเวสุ ปริวตฺตนฺเตสุ วิสมํ มาสฑฺฒมาสา ปริวตฺตนฺติ วิสมํ มาสฑฺฒมาเสสุ ปริวตฺตนฺเตสุ วิสมํ อุตุสํวจฺฉรา ปริวตฺตนฺติ วิสมํ อุตุสํวจฺฉเรสุ ปริวตฺตนฺเตสุ วิสมํ วาตา วายนฺติ วิสมํ วาเตสุ วายนฺเตสุ วิสมา อปญฺชสา ปริวตฺตนฺติ วิสเมสุ อปญฺชเสสุ ปริวตฺตนฺเตสุ เทวตา ปริกุปิตา ภวนฺติ เทวตาสุ ปริกุปิตาสุ เทโว น สมฺมา ธารํ อนุปฺปเวจฺฉติ เทเว น สมฺมา ธารํ อนุปฺปเวจฺฉนฺเต วิสมปากีนิ สสฺสานิ ภวนฺติ วิสมปากีนิ ภิกฺขเว สสฺสานิ มนุสฺสา ปริภุญฺชนฺตา อปฺปายุกา จ โหนฺติ ทุพฺพณฺณา จ ทุพฺพลา จ พหฺวาพาธา จ ฯ {๗๐.๑} ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย ราชาโน ธมฺมิกา โหนฺติ ราชยุตฺตาปิ ตสฺมึ สมเย ธมฺมิกา โหนฺติ ราชยุตฺเตสุ ธมฺมิเกสุ พฺราหฺมณคหปติกาปิ ตสฺมึ สมเย ธมฺมิกา โหนฺติ พฺราหฺมณ- คหปติเกสุ ธมฺมิเกสุ เนคมชานปทาปิ ตสฺมึ สมเย ธมฺมิกา โหนฺติ เนคมชานปเทสุ ธมฺมิเกสุ สมํ จนฺทิมสุริยา ปริวตฺตนฺติ สมํ จนฺทิมสุริเยสุ ปริวตฺตนฺเตสุ สมํ นกฺขตฺตานิ ตารกรูปานิ ปริวตฺตนฺติ สมํ นกฺขตฺเตสุ ตารกรูเปสุ ปริวตฺตนฺเตสุ สมํ รตฺตินฺทิวา ปริวตฺตนฺติ สมํ รตฺตินฺทิเวสุ ปริวตฺตนฺเตสุ สมํ มาสฑฺฒมาสา ปริวตฺตนฺติ สมํ มาสฑฺฒมาเสสุ ปริวตฺตนฺเตสุ สมํ อุตุสํวจฺฉรา ปริวตฺตนฺติ สมํ อุตุสํวจฺฉเรสุ ปริวตฺตนฺเตสุ สมํ วาตา วายนฺติ สมํ วาเตสุ วายนฺเตสุ สมา ปญฺชสา ปริวตฺตนฺติ สเมสุ ปญฺชเสสุ ปริวตฺตนฺเตสุ เทวตา อปริกุปิตา ภวนฺติ เทวตาสุ อปริกุปิตาสุ เทโว สมฺมา ธารํ อนุปฺปเวจฺฉติ เทเว สมฺมา ธารํ อนุปฺปเวจฺฉนฺเต สมปากีนิ สสฺสานิ ภวนฺติ สมปากีนิ ภิกฺขเว สสฺสานิ มนุสฺสา ปริภุญฺชนฺตา ทีฆายุกา จ โหนฺติ วณฺณวนฺโต จ พลวนฺโต จ อปฺปาพาธา จาติ ฯ คุนฺนญฺเจ ตรมานานํ ชิมฺหํ คจฺฉติ ปุงฺคโว สพฺพา ตา ชิมฺหํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต ชิมฺหํ คเต สติ เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต โส เจ อธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา สพฺพํ รฏฺฐํ ทุกฺขํ เสติ ราชา เจ โหตฺยธมฺมิโก ฯ คุนฺนญฺเจ ตรมานานํ อุชุํ คจฺฉติ ปุงฺคโว สพฺพา ตา อุชุํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต อุชุํ คเต สติ เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต โส เจ ธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ เสติ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโกติ ฯ ปตฺตกมฺมวคฺโค ทุติโย ฯ ตสฺสุทฺทานํ ปตฺตกมฺมํ อนฺนนาโถ สพฺรหฺมนิรยา รูเปน ปญฺจมํ สราคอหินา เทวทตฺโต ปธานํ ธมฺมิเกน จาติ ฯ ---------------