๓. เมตตาสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๓. เมตตาสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธาตุเป็นเครื่องสลัดออก ๖ ประการนี้ ๖ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พึงกล่าวอย่างนี้ว่า เมตตาเจโตวิมุติ ข้าพเจ้าเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ตั้งมั่นแล้ว อบรมแล้ว ปรารภดีแล้ว ก็แต่ว่าพยาบาทยังครอบงำจิตของข้าพเจ้าอยู่ เธออัน ภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวตักเตือนว่า ท่านผู้มีอายุอย่าได้กล่าวอย่างนี้ อย่าได้กล่าว ตู่พระผู้มีพระภาค เพราะการกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคไม่ดี เพราะพระผู้มีพระภาคไม่ พึงตรัสอย่างนี้ ดูกรอาวุโส ข้อนั้นมิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส คือ เมื่อเมตตา- *เจโตวิมุติ อันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ตั้งมั่นแล้ว อบรมแล้ว ปรารภดีแล้ว ก็แต่ว่า พยาบาทจักครอบงำจิตของเธอ อยู่ เพราะฉะนั้น ข้อนั้นจึงไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ เพราะเมตตาเจโตวิมุตินี้ เป็น เครื่องสลัดออกซึ่งพยาบาท ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พึงกล่าวอย่างนี้ว่า กรุณาเจโตวิมุติ ข้าพเจ้าเจริญแล้ว ... ปรารภดีแล้ว ก็แต่ว่าวิหิงสายังครอบงำจิตของข้าพเจ้าอยู่ เธออันภิกษุทั้งหลายพึงกล่าวตักเตือนว่า ท่านผู้มีอายุอย่าได้กล่าวอย่างนี้ อย่าได้ กล่าวตู่พระผู้มีพระภาค เพราะการกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคไม่ดี เพราะพระผู้มีพระ ภาคไม่พึงตรัสอย่างนี้ ดูกรอาวุโส ข้อนั้นมิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส คือ เมื่อกรุณา- *เจโตวิมุติ อันภิกษุเจริญแล้ว ... ปรารภดีแล้ว ก็แต่ว่าวิหิงสาจักครอบงำจิตของ เธออยู่ เพราะฉะนั้น ข้อนั้นจึงไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ เพราะกรุณาเจโตวิมุตินี้ เป็นเครื่องสลัดออกซึ่งวิหิงสา ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พึงกล่าวอย่างนี้ว่า มุทิตาเจโตวิมุติ ข้าพเจ้าเจริญแล้ว ... ปรารภดีแล้ว ก็แต่ว่าอรติ (ความไม่ยินดีด้วย) ยังครอบงำ จิตของข้าพเจ้าอยู่ เธออันภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวตักเตือนว่า ท่านผู้มีอายุอย่า ได้กล่าวอย่างนี้ อย่าได้กล่าวตู่พระผู้มีพระภาค เพราะการกล่าวตู่พระผู้มีพระภาค ไม่ดี เพราะพระผู้มีพระภาคไม่พึงตรัสอย่างนี้ ดูกรอาวุโส ข้อนั้นมิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส คือ เมื่อมุทิตาเจโตวิมุติ อันภิกษุเจริญแล้ว ... ปรารภดีแล้ว ก็แต่ ว่าอรติจักครอบงำจิตของเธออยู่ เพราะฉะนั้น ข้อนั้นจึงไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ เพราะมุทิตาเจโตวิมุตินี้ เป็นเครื่องสลัดออกซึ่งอรติ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พึงกล่าวอย่างนี้ว่า อุเบกขาเจโตวิมุติ ข้าพเจ้าเจริญแล้ว ... ปรารภดีแล้ว ก็แต่ว่าราคะยังครอบงำจิตของข้าพเจ้าอยู่ เธอ อันภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวตักเตือนว่า ท่านผู้มีอายุอย่าได้กล่าวอย่างนี้ อย่าได้ กล่าวตู่พระผู้มีพระภาค เพราะการกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคไม่ดี เพราะพระผู้มีพระภาค ไม่พึงตรัสอย่างนี้ ดูกรอาวุโส ข้อนั้นมิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส คือ เมื่ออุเบกขา- *เจโตวิมุติ อันภิกษุเจริญแล้ว ... ปรารภดีแล้ว ก็แต่ว่า ราคะจักครอบงำจิตของ เธออยู่ เพราะฉะนั้น ข้อนั้นจึงไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ เพราะอุเบกขาเจโตวิมุตินี้ เป็นเครื่องสลัดออกซึ่งราคะ ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พึงกล่าวอย่างนี้ว่า อนิมิตตาเจโตวิมุติ (เจโตวิมุติไม่มีนิมิต) ข้าพเจ้าเจริญแล้ว ... ปรารภดีแล้ว ก็แต่ว่าวิญญาณของ ข้าพเจ้ายังแส่หานิมิตอยู่ เธออันภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวตักเตือนว่า ท่านผู้มี อายุอย่าได้กล่าวอย่างนี้ อย่าได้กล่าวตู่พระผู้มีพระภาค เพราะการกล่าวตู่พระผู้มี- *พระภาคไม่ดี เพราะพระผู้มีพระภาคไม่พึงตรัสอย่างนี้ ดูกรอาวุโส ข้อนั้นมิใช่ ฐานะ มิใช่โอกาส คือ เมื่ออนิมิตตาเจโตวิมุติ อันภิกษุเจริญแล้ว ... ปรารภดีแล้ว ก็แต่ว่าวิญญาณของเธอจักแส่หานิมิตอยู่ เพราะฉะนั้น ข้อนั้นจึงไม่เป็นฐานะที่ จะมีได้ เพราะอนิมิตตาเจโตวิมุตินี้ เป็นเครื่องสลัดออกซึ่งนิมิตทั้งปวง ฯ อีกประการหนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พึงกล่าวอย่างนี้ว่าอัสมิมานะของ ข้าพเจ้าหมดไปแล้ว และข้าพเจ้าย่อมไม่ตามเห็นว่านี้เป็นเรา ก็แต่ว่าลูกศรคือ ความสงสัยเคลือบแคลงยังครอบงำจิตของข้าพเจ้าอยู่ เธออันภิกษุทั้งหลายพึงว่า กล่าวตักเตือนว่า ท่านผู้มีอายุอย่าได้กล่าวอย่างนี้ อย่าได้กล่าวตู่พระผู้มีพระภาค เพราะการกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคไม่ดี เพราะพระผู้มีพระภาคไม่พึงตรัสอย่างนี้ ดูกร อาวุโส ข้อนั้นมิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส คือ เมื่ออัสมิมานะของภิกษุหมดไปแล้ว และเมื่อภิกษุไม่ตามเห็นอยู่ว่า นี้เป็นเรา ก็แต่ว่า ลูกศรคือความสงสัยเคลือบแคลง จักครอบงำจิตของเธออยู่ เพราะฉะนั้น ข้อนั้นจึงไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ เพราะ อรหัตมัคที่ถอนอัสมิมานะได้แล้วนี้ เป็นเครื่องสลัดออกซึ่งลูกศรคือความสงสัย เคลือบแคลง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธาตุเป็นเครื่องสลัดออก ๖ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๓
๑๓ ฉยิมา ภิกฺขเว นิสฺสารณิยา ธาตุโย กตมา ฉ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย เมตฺตา หิ โข เม เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธา อถ จ ปน เม พฺยาปาโท จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตีติ โส มา เหวนฺติสฺส วจนีโย มา อายสฺมา เอวํ อวจ มา ภควนฺตํ อพฺภาจิกฺขิ น หิ สาธุ ภควโต อพฺภกฺขานํ น หิ ภควา เอวํ วเทยฺย อฏฺฐานเมตํ อาวุโส อนวกาโส ยํ เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา ภาวิตาย พหุลีกตาย ยานีกตาย วตฺถุกตาย อนุฏฺฐิตาย ปริจิตาย สุสมารทฺธาย อถ จ ปนสฺส พฺยาปาโท จิตฺตํ ปริยาทาย ฐสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ นิสฺสรณเญฺหตํ อาวุโส พฺยาปาทสฺส ยทิทํ เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ ฯ {๒๘๔.๑} อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย กรุณา หิ โข เม เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธา อถ จ ปน เม วิเหสา จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตีติ โส มา เหวนฺติสฺส วจนีโย มา อายสฺมา เอวํ อวจ มา ภควนฺตํ อพฺภาจิกฺขิ น หิ สาธุ ภควโต อพฺภกฺขานํ น หิ ภควา เอวํ วเทยฺย อฏฺฐานเมตํ อาวุโส อนวกาโส ยํ กรุณาย เจโตวิมุตฺติยา ภาวิตาย พหุลีกตาย ยานีกตาย วตฺถุกตาย อนุฏฺฐิตาย ปริจิตาย สุสมารทฺธาย อถ จ ปนสฺส วิเหสา จิตฺตํ ปริยาทาย ฐสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ นิสฺสรณเญฺหตํ อาวุโส วิเหสาย ยทิทํ กรุณา เจโตวิมุตฺติ ฯ {๒๘๔.๒} อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย มุทิตา หิ โข เม เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธา อถ จ ปน เม อรติ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตีติ โส มา เหวนฺติสฺส วจนีโย มา อายสฺมา เอวํ อวจ มา ภควนฺตํ อพฺภาจิกฺขิ น หิ สาธุ ภควโต อพฺภกฺขานํ น หิ ภควา เอวํ วเทยฺย อฏฺฐานเมตํ อาวุโส อนวกาโส ยํ มุทิตาย เจโตวิมุตฺติยา ภาวิตาย พหุลีกตาย ยานีกตาย วตฺถุกตาย อนุฏฺฐิตาย ปริจิตาย สุสมารทฺธาย อถ จ ปนสฺส อรติ จิตฺตํ ปริยาทาย ฐสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ นิสฺสรณเญฺหตํ อาวุโส อรติยา ยทิทํ มุทิตา เจโตวิมุตฺติ ฯ {๒๘๔.๓} อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย อุเปกฺขา หิ โข เม เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธา อถ จ ปน เม ราโค จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตีติ โส มา เหวนฺติสฺส วจนีโย มา อายสฺมา เอวํ อวจ มา ภควนฺตํ อพฺภาจิกฺขิ น หิ สาธุ ภควโต อพฺภกฺขานํ น หิ ภควา เอวํ วเทยฺย อฏฺฐานเมตํ อาวุโส อนวกาโส ยํ อุเปกฺขาย เจโตวิมุตฺติยา ภาวิตาย พหุลีกตาย ยานีกตาย วตฺถุกตาย อนุฏฺฐิตาย ปริจิตาย สุสมารทฺธาย อถ จ ปนสฺส ราโค จิตฺตํ ปริยาทาย ฐสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ นิสฺสรณเญฺหตํ อาวุโส ราคสฺส ยทิทํ อุเปกฺขา เจโตวิมุตฺติ ฯ {๒๘๔.๔} อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย อนิมิตฺตา หิ โข เม เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธา อถ จ ปน เม นิมิตฺตานุสาริ วิญฺญาณํ โหตีติ โส มา เหวนฺติสฺส วจนีโย มา อายสฺมา เอวํ อวจ มา ภควนฺตํ อพฺภาจิกฺขิ น หิ สาธุ ภควโต อพฺภกฺขานํ น หิ ภควา เอวํ วเทยฺย อฏฺฐานเมตํ อาวุโส อนวกาโส ยํ อนิมิตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา ภาวิตาย พหุลีกตาย ยานีกตาย วตฺถุกตาย อนุฏฺฐิตาย ปริจิตาย สุสมารทฺธาย อถ จ ปนสฺส นิมิตฺตานุสาริ วิญฺญาณํ ภวิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ นิสฺสรณเญฺหตํ อาวุโส สพฺพนิมิตฺตานํ ยทิทํ อนิมิตฺตา เจโตวิมุตฺติ ฯ {๒๘๔.๕} อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย อสฺมีติ โข เม วิคเต อยมหมสฺมีติ จ น สมนุปสฺสามิ อถ จ ปน เม วิจิกิจฺฉากถํกถาสลฺลํ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตีติ โส มา เหวนฺติสฺส วจนีโย มา อายสฺมา เอวํ อวจ มา ภควนฺตํ อพฺภาจิกฺขิ น หิ สาธุ ภควโต อพฺภกฺขานํ น หิ ภควา เอวํ วเทยฺย อฏฺฐานเมตํ อาวุโส อนวกาโส ยํ อสฺมีติ วิคเต อยมหมสฺมีติ จ อสมนุปสฺสโต อถ จ ปนสฺส วิจิกิจฺฉากถํกถาสลฺลํ จิตฺตํ ปริยาทาย ฐสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ นิสฺสรณเญฺหตํ อาวุโส วิจิกิจฺฉากถํกถาสลฺลสฺส ยทิทํ อสฺมีติ มานสมุคฺฆาโต ฯ อิมา โข ภิกฺขเว ฉ นิสฺสารณิยา ธาตุโยติ ฯ