This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๒๒

本册其他条目

๑. สังขิตตสูตร๒. วิตถตสูตร๓. ทุกขสูตร๔. ยถาภตสูตร๕. สิกขาสูตร๖. สมาปัตติสูตร๗. กามสูตร๘. จวนสูตร๙. ปฐมอคารวสูตร๑๐. ทุติยอคารวสูตร๑. อนนุสสุตสูตร๒. กูฏสูตร๓. สังขิตตสูตร๔. วิตถตสูตร๕. ทัฏฐัพพสูตร๖. ปุนกูฏสูตร๗. ปฐมหิตสูตร๘. ทุติยหิตสูตร๙. ตติยหิตสูตร๑๐. จตุตถหิตสูตร๑. ปฐมอคารวสูตร๒. ทุติยอคารวสูตร๓. อุปกิเลสสูตร๔. ทุสสีลสูตร๕. อนุคคหิตสูตร๖. วิมุตตายตนสูตร๗. สมาธิสูตร๘. ปัญจังคิกสูตร๙. จังกมสูตร๑๐. นาคิตสูตร๑. สุมนสูตร๒. จุนทีสูตร๓. อุคคหสูตร๔. สีหเสนาปติสูตร๕. ทานานิสังสสูตร๖. กาลทานสูตร๗. โภชนทานสูตร๘. สัทธสูตร๙. ปุตตสูตร๑๐. มหาสาลปุตตสูตร๑. อาทิยสูตร๒. สัปปุริสสูตร๓. อิฏฐสูตร๔. มนาปทายีสูตร๕. ปุญญาภิสันทสูตร๖. สัมปทาสูตร๗. ธนสูตร๘. ฐานสูตร๙. โกสลสูตร๑๐. นารทสูตร๑. อาวรณสูตร๒. อกุสลราสิสูตร๓. ปธานิยังคสูตร๔. สมยสูตร๕. มาตาปุตตสูตร๖. อุปัชฌายสูตร๗. ฐานสูตร๘. ลิจฉวิกุมารกสูตร๙. ปฐมวุฑฒปัพพชิตสูตร๑๐. ทุติยวุฑฒปัพพชิตสูตร๑. ปฐมสัญญาสูตร๒. ทุติยสัญญาสูตร๓. ปฐมวัฑฒิสูตร๔. ทุติยวัฑฒิสูตร๕. สากัจฉสูตร๖. สาชีวสูตร๗. ปฐมอิทธิปาทสูตร๘. ทุติยอิทธิปาทสูตร๙. นิพพิทาสูตร๑๐. อาสวักขยสูตร๑. ปฐมเจโตวิมุตติผลสูตร๒. ทุติยเจโตวิมุตติผลสูตร๓. ปฐมธัมมวิหารีสูตร๔. ทุติยธัมมวิหารีสูตร๕. ปฐมโยธาชีวสูตร๖. ทุติยโยธาชีวสูตร๗. ปฐมอนาคตภยสูตร๘. ทุติยอนาคตภยสูตร๙. ตติยอนาคตภยสูตร๑๐. จตุตถอนาคตภยสูตร๑. รชนียสูตร๒. วีตราคสูตร๓. กุหกสูตร๔. อัสสัทธสูตร๕. อักขมสูตร๖. ปฏิสัมภิทาปัตตสูตร๗. สีลวันตสูตร๘. เถรสูตร๙. ปฐมเสขสูตร๑๐. ทุติยเสขสูตร๑. ปฐมสัมปทาสูตร๒. ทุติยสัมปทาสูตร๓. พยากรณสูตร๔. ผาสุวิหารสูตร๕. อกุปปสูตร๖. สุตธรสูตร๗. กถาสูตร๗. กถาสูตร๙. สีหสูตร๑๐. กกุธเถรสูตร๑. สารัชชสูตร๒. อุสสังกิตสูตร๓. มหาโจรสูตร๔. สมณสุขุมาลสูตร๕. ผาสุวิหารสูตร๖. อานันทสูตร๗. สีลสูตร๘. อเสขสูตร๙. จาตุททิสสูตร๑๐. อรัญญสูตร๑. กุลูปกสูตร๒. ปัจฉาสมณสูตร๓. สัมมาสมาธิสูตร๔. อันธกวินทสูตร๕. มัจฉรินีสูตร๖. วัณณนาสูตร๗. อิสสุกินีสูตร๘. มิจฉาทิฏฐิกสูตร๙. มิจฉาวาจาสูตร๑๐. มิจฉาวายามสูตร๑. คิลานสูตร๒. สติสุปัฏฐิตสูตร๓. ปฐมอุปัฏฐากสูตร๔. ทุติยอุปัฏฐากสูตร๕. ปฐมอนายุสสาสูตร๖. ทุติยอนายุสสาสูตร๗. วปกาสสูตร๘. สมณสุขสูตร๙. ปริกุปปสูตร๑๐. พยสนสูตร๑. ปฐมจักกานุวัตตนสูตร๒. ทุติยจักกานุวัตตนสูตร๓. ธัมมราชาสูตร๔. ยัสสังทิสังสูตร๕. ปฐมปัตถนาสูตร๖. ทุติยปัตถนาสูตร๗. อัปปังสุปติสูตร๘. ภัตตาทกสูตร๙. อักขมสูตร๑๐. โสตสูตร๑. อวชานาติสูตร๒. อารภติสูตร๓. สารันททสูตร๔. ติกัณฑกีสูตร๕. นิรยสูตร๖. มิตตสูตร๗. อสัปปุริสทานสูตร๘. สัปปุริสทานสูตร๙. ปฐมสมยวิมุตตสูตร๑๐. ทุติยสมยวิมุตตสูตร๑. ปฐมสัมมัตตนิยามสูตร๒. ทุติยสัมมัตตนิยามสูตร๓. ตติยสัมมัตตนิยามสูตร๔. ปฐมสัทธัมมสัมโมสสูตร๕. ทุติยสัทธัมมสัมโมสสูตร๖. ตติยสัทธัมมสัมโมสสูตร๗. ทุกกถาสูตร๘. สารัชชสูตร๙. อุทายีสูตร๑๐. ทุปปฏิวิโนทยสูตร๑. ปฐมอาฆาตปฏิวินยสูตร๒. ทุติยอาฆาตปฏิวินยสูตร๓. สากัจฉสูตร๔. อาชีวสูตร๕. ปัญหาปุจฉาสูตร๖. นิโรธสูตร๗. โจทนาสูตร๘. สีลสูตร๙. ขิปปนิสันติสูตร๑๐. ภัททชิสูตร๑. สารัชชสูตร๒. วิสารทสูตร๓. นิรยสูตร๔. เวรสูตร๕. จัณฑาลสูตร๖. ปีติสูตร๗. วณิชชาสูตร๘. ราชสูตร๙. คิหิสูตร๑๐. ภเวสีสูตร๑. อารัญญิกสูตร๒. จีวรสูตร๓. รุกขมูลิกสูตร๔. โสสานิกสูตร๕. อัพโภกาสิกสูตร๖. เนสัชชิกสูตร๗. ยถาสันถติกสูตร๘. เอกาสนิกสูตร๙. ขลุปัจฉาภัตติกสูตร๑๐. ปัตตปิณฑิกสูตร๑. โสณสูตร๒. โทณพราหมณสูตร๓. สังคารวสูตร๔. การณปาลีบุตร๕. ปิงคิยานีสูตร๖. มหาสุปินสูตร๗. วัสสสูตร๘. วาจาสูตร๙. กุลสูตร๑๐. นิสสารณียสูตร๑. กิมพิลสูตร๒. ธัมมัสสวนสูตร๓. อัสสาชานียสูตร๔. พลสูตร๕. เจโตขิลสูตร๖. วินิพันธสูตร๗. ยาคุสูตร๘. ทันตกัฏฐสูตร๙. คีตัสสรสูตร๑๐. มุฏฐัสสติสูตร๑. อักโกสกสูตร๒. ภัณฑนการกสูตร๓. สีลสูตร๔. พหุภาณิสูตร๕. ปฐมอักขันติสูตร๖. ทุติยอักขันติสูตร๗. ปฐมอปาสาทิกสูตร๘. ทุติยอปาสาทิกสูตร๙. อัคคิสูตร๑๐. มธุราสูตร๑. ปฐมทีฆจาริกสูตร๒. ทุติยทีฆจาริกสูตร๓. อตินิวาสสูตร๔. มัจฉรีสูตร๕. ปฐมกุลุปกสูตร๖. ทุติยกุลุปกสูตร๗. โภคสูตร๘. อุสสูรภัตตสูตร๙. ปฐมกัณหสัปปสูตร๑๐. ทุติยกัณหสัปปสูตร๑. อาวาสิกสูตร๒. ปิยสูตร๓. โสภณสูตร๔. พหูปการสูตร๕. อนุกัมปสูตร๖. ปฐมอวัณณารหสูตร๗. ทุติยอวัณณารหสูตร๘. ตติยอวัณณารหสูตร๙. ปฐมมัจฉริยสูตร๑๐. ทุติยมัจฉริยสูตร๑. ปฐมทุจจริตสูตร๒. ปฐมกายทุจจริตสูตร๓. ปฐมวจีทุจจริตสูตร๔. ปฐมมโนทุจจริตสูตร๕. ทุติยทุจจริตสูตร๖. ทุติยกายทุจจริตสูตร๗. ทุติยวจีทุจจริตสูตร๘. ทุติยมโนทุจจริตสูตร๙. สีวถิกสูตร๑๐. ปุคคลัปปสาทสูตร๖. อุปสัมปทาวรรค ๑. อุปสัมปาเทตัพพสูตร ๒. นิสสยสูตร ๓. สามเณรสูตร ๔. ปัญจมัจฉริยสูตร ๕. มัจฉริยปหานสูตร ๖. ปฐมฌานสูตร ๗-๑๓. ทุติยฌานสุตตาทิสัตตกะ ๑๔. อปรปฐมฌานสูตร ๑๕-๒๑. อปรทุติยฌานสุตตาทิ ๑. สัมมุติเปยยาล ๑. ภัตตุทเทสกสูตร ๒-๑๔. เสนาสนปัญญาปกสุตตาทิ ๒. สิกขาปทเปยยาล ๑. ภิกขุสูตร ๒-๗. ภิกขุนีสุตตาทิ ๘. อาชีวกสูตร ๙-๑๗. นิคัณฐสุตตาทิ ๓. ราคเปยยาล๑. ปฐมอาหุเนยยสูตร๒. ทุติยอาหุเนยยสูตร๓. อินทริยสูตร๔. พลสูตร๕. ปฐมอาชานียสูตร๖. ทุติยอาชานียสูตร๗. ตติยอาชานียสูตร๘. อนุตตริยสูตร๙. อนุสสติฏฐานสูตร๑๐. มหานามสูตร๑. ปฐมสารณียสูตร๒. ทุติยสารณียสูตร๓. นิสสารณียสูตร๔. ภัททกสูตร๕. อนุตัปปิยสูตร๖. นกุลปิตุสูตร๗. โสปปสูตร๘. มัจฉพันธสูตร๙. ปฐมมรณัสสติสูตร๑๐. ทุติยมรณัสสติสูตร๑. สามกสูตร๒. อปริหานิยสูตร๓. ภยสูตร๔. หิมวันตสูตร๕. อนุสสติฏฐานสูตร๖. มหากัจจานสูตร๗. ปฐมสมยสูตร๘. ทุติยสมยสูตร๙. อุทายีสูตร๑๐. อนุตตริยสูตร๑. เสขสูตร๒. ปฐมอปริหานสูตร๓. ทุติยอปริหานสูตร๔. มหาโมคคัลลานสูตร๕. วิชชาภาคิยสูตร๖. วิวาทมูลสูตร๗. ทานสูตร๘. อัตตการีสูตร๙. นิทานสูตร๑๐. กิมมิลสูตร๑๑. ทารุกขันธสูตร๑๒. นาคิตสูตร๑. นาคสูตร๒. มิคสาลาสูตร๓. อิณสูตร๔. มหาจุนทสูตร๕. ปฐมสันทิฏฐิกสูตร๖. ทุติยสันทิฏฐิกสูตร๗. เขมสูตร๘. อินทริยสังวรสูตร๙. อานันทสูตร๑๐. ขัตติยสูตร๑๑. อัปปมาทสูตร๑๒. ธัมมิกสูตร๑. โสณสูตร๒. ผัคคุณสูตร๓. ฉฬภิชาติสูตร๔. อาสวสูตร๕. ทารุกัมมิกสูตร๖. หัตถิสารีปุตตสูตร๗. มัชเฌสูตร๘. ปุริสินทริยญาณสูตร๙. นิพเพธิกสูตร๑๐. สีหนาทสูตร๑. อนาคามิผลสูตร๒. อรหัตตสูตร๓. มิตตสูตร๔. สังคณิการามสูตร๕. เทวตาสูตร๖. สมาธิสูตร๗. สักขิภัพพสูตร๘. พลสูตร๙. ปฐมตัชฌานสูตร๑๐. ทุติยตัชฌานสูตร๑. ทุกขสูตร๒. อรหัตตสูตร๓. อุตตริมนุสสธัมมสูตร๔. สุขโสมนัสสสูตร๕. อธิคมสูตร๖. มหัตตสูตร๗. ปฐมนิรยสูตร๘. ทุติยนิรยสูตร๙. อัคคธัมมสูตร๑๐. รัตติทิวสสูตร๑. สีติภาวสูตร๒. อาวรณตาสูตร๓. โวโรปิตสูตร๔. สุสสูสติสูตร๕. อัปปหายสูตร๖. ปหีนสูตร๗. อภัพพสูตร๘. ปฐมอภัพพัฏฐานสูตร๙. ทุติยอภัพพัฏฐานสูตร๑๐. ตติยอภัพพัฏฐานสูตร๑๑. จตุตถอภัพพัฏฐานสูตร๑. ปาตุภาวสูตร๒. อานิสังสสูตร๓. อนิจจสูตร๔. ทุกขสูตร๕. อนัตตสูตร๖. นิพพานสูตร๗. อนวัฏฐิตสูตร๘. อุกขิตตาสิกสูตร๙. อตัมมยสูตร๑๐ ภวสูตร๑๑. ตัณหาสูตร๑. ราคสูตร๒. ทุจจริตสูตร๓. วิตักกสูตร๔. สัญญาสูตร๕. ธาตุสูตร๖. อัสสาทสูตร๗. อรติสูตร๘. สันตุฏฐิตาสูตร๙. โทวจัสสตาสูตร๑๐. อุทธัจจสูตร๑๒. สามัญญวรรค ๑. กายานุปัสสีสูตร ๒. ธัมมานุปัสสีสูตร ๓. ตปุสสสูตร ๔-๒๓. ภัลลิกาทิสูตร ราคเปยยาล

经典

๑๐. อนุตตริยสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

仅原文 · 不作诠释1 条1 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

๑๐. อนุตตริยสูตร ว่าด้วยอนุตตริยะ

๓๐注释

ภิกษุทั้งหลาย อนุตตริยะ (ภาวะอันยอดเยี่ยม) ๖ ประการนี้ อนุตตริยะ ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ทัสสนานุตตริยะ (การเห็นอันยอดเยี่ยม) ๒. สวนานุตตริยะ (การฟังอันยอดเยี่ยม) ๓. ลาภานุตตริยะ (การได้อันยอดเยี่ยม) ๔. สิกขานุตตริยะ (การศึกษาอันยอดเยี่ยม) ๕. ปาริจริยานุตตริยะ (การบำรุงอันยอดเยี่ยม) ๖. อนุสสตานุตตริยะ (การระลึกอันยอดเยี่ยม) @เชิงอรรถ : @ ธาตุหลายชนิด หมายถึง ธาตุ ๑๘ มีจักขุธาตุเป็นต้น (องฺ.เอกก.อ. ๑/๕๗๗/๔๗๓) @และดู อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๑๘๓/๑๔๒) @ มีสติก้าวไป หมายถึงเมื่อเดินก็เดินไปอย่างมีสติและปัญญา (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๒๙/๑๑๓) @มีสติถอยกลับ หมายถึงแม้เมื่อจะกลับ ก็กลับอย่างมีสติและปัญญา (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๒๙/๑๑๓) @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ฉักกนิบาต ข้อ ๘ หน้า ๔๑๙ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๔๗๑} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. อนุตตริยวรรค ๑๐. อนุตตริยสูตร ทัสสนานุตตริยะ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ไปเพื่อเห็นช้างแก้วบ้าง ไปเพื่อเห็นม้าแก้วบ้าง ไปเพื่อเห็นแก้วมณีบ้าง ไปเพื่อเห็นของสูงของต่ำบ้าง หรือไปเพื่อเห็นสมณะหรือ พราหมณ์ผู้เห็นผิดปฏิบัติผิดบ้าง ภิกษุทั้งหลาย การเห็นนี้มีอยู่ เราไม่กล่าวว่า ไม่มี แต่ว่าการเห็นนี้ยังเป็นการเห็นที่เลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่ อริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ไม่เป็นไปเพื่อ คลายกำหนัด ไม่เป็นไปเพื่อดับ ไม่เป็นไปเพื่อสงบระงับ ไม่เป็นไปเพื่อรู้ยิ่ง ไม่เป็นไป เพื่อตรัสรู้ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ส่วนบุคคลใดมีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น บรรลุที่สุด มีความเลื่อมใส อย่างยิ่ง ไปเพื่อเห็นตถาคตหรือสาวกของตถาคต ภิกษุทั้งหลาย การเห็นนี้ของ บุคคลนั้น เป็นการเห็นที่ยอดเยี่ยมกว่าการเห็นทั้งหลาย เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุ ญายธรรม เพื่อทำให้แจ้งนิพพาน การที่บุคคลผู้มีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั่งมั่น บรรลุที่สุด มีความเลื่อมใส อย่างยิ่ง ไปเพื่อเห็นตถาคตหรือสาวกของพระตถาคต นี้เรียกว่า ทัสสนานุตตริยะ ทัสสนานุตตริยะ เป็นอย่างนี้ สวนานุตตริยะ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ไปเพื่อฟังเสียงกลองบ้าง ไปเพื่อฟังเสียงพิณบ้าง ไปเพื่อฟังเสียงเพลงขับบ้าง ไปเพื่อฟังเสียงสูงเสียงต่ำบ้าง หรือไปเพื่อฟังธรรมของ @เชิงอรรถ : @ ไม่ใช่อริยะ ในที่นี้หมายถึง ไม่ประเสริฐ ไม่สูงสุด ไม่บริสุทธิ์ อันพระอริยะทั้งหลายไม่เสพ @(องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๓๐/๑๑๔, องฺ.ฉกฺก.ฏีกา. ๓/๓๐/๑๒๘) @ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ หมายถึงไม่ประกอบด้วยประโยชน์ที่ไพบูลย์ต่างๆ เช่นทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ @(ประโยชน์ภพนี้) และสัมปรายิกัตถประโยชน์ (ประโยชน์ในภพหน้า) (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๓๐/๑๑๔, @องฺ.ฉกฺก.ฏีกา. ๓/๓๐/๑๒๘) @ บรรลุที่สุด ในที่นี้หมายถึงถึงความไม่หวั่นไหว (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๓๐/๑๑๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๔๗๒} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. อนุตตริยวรรค ๑๐. อนุตตริยสูตร สมณะหรือพราหมณ์ผู้เห็นผิดปฏิบัติผิดบ้าง ภิกษุทั้งหลาย การฟังนี้มีอยู่ เราไม่ กล่าวว่า ไม่มี แต่ว่าการฟังนี้ ยังเป็นการฟังที่เลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่อริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ไม่เป็นไปเพื่อ คลายกำหนัด ไม่เป็นไปเพื่อดับ ไม่เป็นไปเพื่อสงบระงับ ไม่เป็นไปเพื่อรู้ยิ่ง ไม่เป็นไป เพื่อตรัสรู้ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ส่วนบุคคลใดมีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น บรรลุที่สุด มีความเลื่อมใส อย่างยิ่ง ไปเพื่อฟังธรรมของตถาคตหรือสาวกของตถาคต ภิกษุทั้งหลาย การฟังนี้ ของบุคคลนั้น เป็นการฟังที่ยอดเยี่ยมกว่าการฟังทั้งหลาย เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุ ญายธรรม เพื่อทำให้แจ้งนิพพาน การที่บุคคลผู้มีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น บรรลุที่สุด มีความเลื่อมใส อย่างยิ่ง ไปเพื่อฟังธรรมของตถาคต หรือสาวกของพระตถาคต นี้เรียกว่า สวนานุตตริยะ ทัสสนานุตตริยะ สวนานุตตริยะ เป็นอย่างนี้ ลาภานุตตริยะ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ได้บุตรบ้าง ได้ภรรยาบ้าง ได้ทรัพย์บ้าง ได้ของสูง ของต่ำบ้างหรือได้ศรัทธาในสมณะหรือพราหมณ์ผู้เห็นผิดปฏิบัติผิดบ้าง ภิกษุ ทั้งหลาย การได้นั้นมีอยู่ เราไม่กล่าวว่า ไม่มี แต่ว่าการได้นี้ยังเป็นการได้ที่เลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่อริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นไปเพื่อ ความเบื่อหน่าย ไม่เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด ไม่เป็นไปเพื่อดับ ไม่เป็นไปเพื่อสงบระงับ ไม่เป็นไปเพื่อรู้ยิ่ง ไม่เป็นไปเพื่อตรัสรู้ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ส่วนบุคคลใดมีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น บรรลุที่สุด มีความเลื่อมใส อย่างยิ่ง ได้ศรัทธาในตถาคต หรือสาวกของตถาคต ภิกษุทั้งหลาย การได้นี้ของ บุคคลนั้นเป็นการได้ที่ยอดเยี่ยมกว่าการได้ทั้งหลาย เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อทำให้แจ้งนิพพาน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๔๗๓} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. อนุตตริยวรรค ๑๐. อนุตตริยสูตร การที่บุคคลมีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น บรรลุที่สุด มีความเลื่อมใส อย่างยิ่ง ได้ศรัทธาในตถาคต หรือสาวกของตถาคต นี้เรียกว่า ลาภานุตตริยะ ทัสสนานุตตริยะ สวนานุตตริยะ ลาภานุตตริยะ เป็นอย่างนี้ สิกขานุตตริยะ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ศึกษาศิลปะเกี่ยวกับช้างบ้าง ศึกษาศิลปะเกี่ยวกับ ม้าบ้าง ศึกษาศิลปะเกี่ยวกับรถบ้าง ศึกษาศิลปะเกี่ยวกับธนูบ้าง ศึกษาศิลปะ เกี่ยวกับดาบบ้าง ศึกษาศิลปะชั้นสูงชั้นต่ำบ้าง หรือศึกษาศิลปะจากสมณะหรือ พราหมณ์ผู้เห็นผิดปฏิบัติผิดบ้าง ภิกษุทั้งหลาย การศึกษานั้นมีอยู่ เราไม่กล่าวว่า ไม่มี แต่ว่าการศึกษานี้ยังเป็นการศึกษาที่เลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่อริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ไม่เป็นไปเพื่อ คลายกำหนัด ไม่เป็นไปเพื่อดับ ไม่เป็นไปเพื่อสงบระงับ ไม่เป็นไปเพื่อรู้ยิ่ง ไม่เป็นไป เพื่อตรัสรู้ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ส่วนบุคคลใดมีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น บรรลุที่สุด มีความเลื่อมใส อย่างยิ่ง ศึกษาอธิศีลบ้าง ศึกษาอธิจิตบ้าง ศึกษาอธิปัญญาบ้าง ในธรรมวินัยที่ ตถาคตประกาศไว้ การศึกษานี้ของบุคคลนั้นเป็นการศึกษาที่ยอดเยี่ยมกว่าการศึกษา ทั้งหลาย เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อทำให้แจ้งนิพพาน การที่บุคคลมีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น บรรลุที่สุด มีความเลื่อมใส อย่างยิ่ง ศึกษาอธิศีลบ้าง ศึกษาอธิจิตบ้าง ศึกษาอธิปัญญาบ้าง ในธรรมวินัยที่ ตถาคตประกาศไว้ นี้เรียกว่า สิกขานุตตริยะ ทัสสนานุตตริยะ สวนานุตตริยะ ลาภานุตตริยะ สิกขานุตตริยะ เป็นอย่างนี้ ปาริจริยานุตตริยะ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้บำรุงกษัตริย์บ้าง บำรุงพราหมณ์บ้าง บำรุงคหบดีบ้าง บำรุงคนชั้นสูงชั้นต่ำบ้าง หรือบำรุงสมณะหรือพราหมณ์ผู้เห็นผิดปฏิบัติผิดบ้าง ภิกษุ ทั้งหลาย การบำรุงนั้นมีอยู่ เราไม่กล่าวว่า ไม่มี แต่ว่าการบำรุงนี้ยังเป็นการบำรุง ที่เลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่อริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๔๗๔} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. อนุตตริยวรรค ๑๐. อนุตตริยสูตร ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ไม่เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด ไม่เป็นไปเพื่อดับ ไม่เป็น ไปเพื่อสงบระงับ ไม่เป็นไปเพื่อรู้ยิ่ง ไม่เป็นไปเพื่อตรัสรู้ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ส่วนบุคคลใดมีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น บรรลุที่สุด มีความเลื่อมใส อย่างยิ่ง บำรุงตถาคตหรือสาวกของตถาคต การบำรุงนี้ของบุคคลนั้นเป็นการบำรุงที่ ยอดเยี่ยมกว่าการบำรุงทั้งหลาย เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าว ล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อทำให้แจ้ง นิพพาน การที่บุคคลมีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น บรรลุที่สุด มีความเลื่อมใส อย่างยิ่ง บำรุงตถาคตหรือสาวกของตถาคต นี้เรียกว่า ปาริจริยานุตตริยะ ทัสสนานุตตริยะ สวนานุตตริยะ ลาภานุตตริยะ สิกขานุตตริยะ ปาริจริยา- นุตตริยะ เป็นอย่างนี้ อนุสสตานุตตริยะ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ระลึกถึงการได้บุตรบ้าง ระลึกถึงการได้ภรรยาบ้าง ระลึกถึงการได้ทรัพย์บ้าง ระลึกถึงการได้ของสูงของต่ำบ้าง หรือระลึกถึงสมณะ หรือพราหมณ์ผู้เห็นผิดปฏิบัติผิดบ้าง ภิกษุทั้งหลาย การระลึกนั้นมีอยู่ เราไม่ กล่าวว่า ไม่มี แต่ว่าการระลึกนี้ยังเป็นการระลึกที่เลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของ ปุถุชน ไม่ใช่อริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นไปความเบื่อหน่าย ไม่เป็นไป เพื่อคลายกำหนัด ไม่เป็นไปเพื่อดับ ไม่เป็นไปเพื่อสงบระงับ ไม่เป็นไปเพื่อรู้ยิ่ง ไม่เป็นไปเพื่อตรัสรู้ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ส่วนบุคคลใดมีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น บรรลุที่สุด มีความเลื่อมใส อย่างยิ่ง ระลึกถึงตถาคตหรือสาวกของตถาคต ภิกษุทั้งหลาย การระลึกถึงนี้ของ บุคคลนั้น เป็นการระลึกถึงที่ยอดเยี่ยมกว่าการระลึกถึงทั้งหลาย เป็นไปเพื่อความ บริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อทำให้แจ้งนิพพาน การที่บุคคลมีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น บรรลุที่สุด มีความเลื่อมใส อย่างยิ่ง นี้เรียกว่า อนุสสตานุตตริยะ ภิกษุทั้งหลาย อนุตตริยะ ๖ ประการนี้แล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๔๗๕} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. อนุตตริยวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ภิกษุเหล่าใดได้ทัสสนานุตตริยะ สวนานุตตริยะ ลาภานุตตริยะ ยินดีในสิกขานุตตริยะ ตั้งมั่นปาริจริยานุตตริยะ เจริญอนุสสตานุตตริยะอันประกอบด้วยวิเวก อันเกษม ให้ถึงอมตธรรม เป็นผู้ยินดีในความไม่ประมาท มีปัญญาเครื่องรักษาตน สำรวมในศีล ภิกษุเหล่านั้นแล ย่อมรู้ที่เป็นที่ดับแห่งทุกข์ตามกาลอันควร อนุตตริยสูตรที่ ๑๐ จบ อนุตตริยวรรคที่ ๓ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สามกสูตร ๒. อปริหานิยสูตร ๓. ภยสูตร ๔. หิมวันตสูตร ๕. อนุสสติฏฐานสูตร ๖. มหากัจจานสูตร ๗. ปฐมสมยสูตร ๘. ทุติยสมยสูตร ๙. อุทายีสูตร ๑๐. อนุตตริยสูตร @เชิงอรรถ : @ ทั้ง ๓ คำ คือ วิเวก อมตธรรม และ ที่เป็นที่ดับแห่งทุกข์ ในคาถานี้หมายถึงนิพพาน @(องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๓๐/๑๑๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๔๗๖}

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้