โกฏฐิตสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต โกฏฐิตสูตร
ครั้งนั้นแล ท่านพระมหาโกฏฐิตะเข้าไปหาท่านพระสารีบุตร ถึงที่อยู่ ได้ปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกัน ไปแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้ถามท่านพระสารีบุตรว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อ ประโยชน์นี้ว่า กรรมใดที่ให้ผลในปัจจุบัน ขอกรรมนั้นจงให้ผลในสัมปรายภพ แก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มี พระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดที่ให้ผลในสัมปรายภพ ขอกรรมนั้นจงให้ ผลในปัจจุบันแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มี พระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเป็นสุข ขอกรรมนั้นจงให้ผล เป็นทุกข์แก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มี พระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเป็นทุกข์ ขอกรรมนั้นจงให้ผล เป็นสุขแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเสร็จแล้ว ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลเสร็จแล้ว แก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มี พระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดยังไม่ให้ผลเสร็จแล้ว ขอกรรมนั้นจงให้ผล เสร็จแล้วแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มี พระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลมาก ขอกรรมนั้นจงให้ผลน้อยแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มี พระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลน้อย ขอกรรมอันนั้นจงให้ผลมาก แก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มี พระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดยังให้ผล ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มี พระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดไม่ให้ผล ขอกรรมนั้นจงให้ผลแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร เมื่อเราถามท่านว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใด ให้ผลในปัจจุบัน ขอกรรมนั้นจงให้ผลในสัมปรายภพแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านตอบว่า ดูกรอาวุโสไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใด ให้ผลในสัมปรายภพ ขอกรรมนั้นจงให้ผลในปัจจุบันแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า บุคคลอยู่ประพฤติ พรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเป็นสุข ขอกรรมนั้นจงให้ผลเป็นทุกข์แก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเป็นทุกข์ ขอกรรมนั้นจง ให้ผลเป็นสุขแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่ อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ใน พระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเสร็จแล้ว ขอกรรมนั้นจง ไม่ให้ผลเสร็จแล้วแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดไม่ให้ผลเสร็จแล้ว ขอกรรมนั้น จงให้ผลเสร็จแล้วแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่ อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ใน พระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลมาก ขอกรรมนั้นจงให้ผล น้อยแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มี พระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลน้อย ขอกรรมนั้นจงให้ผลมากแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อ ประโยชน์นี้ว่า กรรมใดยังให้ผล ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกร อาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์ นี้ว่า กรรมใดไม่ให้ผล ขอกรรมนั้นจงให้ผลแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่าน ก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ดูกรอาวุโส ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น บุคคลจะ อยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์อะไร ฯ ส. ดูกรอาวุโส สิ่งใดแล ที่ยังไม่รู้ ไม่เห็น ไม่บรรลุ ไม่กระทำ ให้แจ้ง ไม่ตรัสรู้ บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อรู้ เพื่อเห็น เพื่อบรรลุ เพื่อกระทำให้แจ้ง เพื่อตรัสรู้สิ่งนั้น ดูกรอาวุโส สิ่งที่ยัง ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่บรรลุ ไม่กระทำให้แจ้ง ไม่ตรัสรู้ว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มี พระภาค เพื่อรู้ เพื่อเห็น เพื่อบรรลุ เพื่อกระทำให้แจ้ง เพื่อตรัสรู้สิ่งนั้น ดูกรอาวุโส สิ่งนี้แลที่ยังไม่รู้ ไม่เห็น ไม่บรรลุ ไม่กระทำให้แจ้ง ไม่ตรัสรู้ บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อรู้ เพื่อเห็น เพื่อบรรลุ เพื่อกระทำให้แจ้ง เพื่อตรัสรู้ สิ่งนั้น ฯ จบสูตรที่ ๓
๑๓ อถโข อายสฺมา มหาโกฏฺฐิโต เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา มหาโกฏฺฐิโต อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ สมฺปรายเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ {๒๑๗.๑} กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ สมฺปรายเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ สุขเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ทุกฺขเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ทุกฺขเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ สุขเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กินฺนุโข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ปริปกฺกเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อปริปกฺกเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อปริปกฺกเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ปริปกฺกเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ พหุเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อปฺปเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อปฺปเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ พหุเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ เวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ เวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ {๒๑๗.๒} กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ สมฺปรายเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ สมฺปรายเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ สุขเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ทุกฺขเวทนียํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ทุกฺขเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ สุขเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ปริปกฺกเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อปริปกฺกเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อปริปกฺกเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ปริปกฺกเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ พหุเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อปฺปเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ {๒๑๗.๓} กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อปฺปเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ พหุเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ เวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโส วเทสิ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ เวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ อถ กิมตฺถํ จรหาวุโส ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ {๒๑๗.๔} ยํ โขสฺส อาวุโส อญฺญาตํ อทิฏฺฐํ อปฺปตฺตํ อสจฺฉิกตํ อนภิสเมตํ ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ปตฺติยา สจฺฉิกิริยาย อภิสมยาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ อิทํ ทุกฺขนฺติ โขสฺส อาวุโส อยํ ทุกฺขสมุทโยติ โขสฺส อาวุโส อยํ ทุกฺขนิโรโธติ โขสฺส อาวุโส อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โขสฺส อาวุโส อญฺญาตํ อทิฏฺฐํ อปฺปตฺตํ อสจฺฉิกตํ อนภิสเมตํ ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ปตฺติยา สจฺฉิกิริยาย อภิสมยาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ อิทํ โขสฺส อาวุโส อญฺญาตํ อทิฏฺฐํ อปฺปตฺตํ อสจฺฉิกตํ อนภิสเมตํ ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ปตฺติยา สจฺฉิกิริยาย อภิสมถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ