This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๒๓

本册其他条目

๑. ปฐมปิยสูตร๒. ทุติยปิยสูตร๓. สังขิตตพลสูตร๔. วิตถตพลสูตร๕. สังขิตตธนสูตร๖. วิตถตธนสูตร๗. อุคคสูตร๘. สัญโญชนสูตร๙. ปหานสูตร๑๐. มัจฉริยสูตร๑. ปฐมอนุสยสูตร๒. ทุติยอนุสยสูตร๓. กุลสูตร๔. ปุคคลสูตร๕. อุทกูปมาสูตร๖. อนิจจานุปัสสีสูตร๗. ทุกขานุปัสสีสูตร ๘. อนัตตานุปัสสีสูตร ๙. นิพพานสูตร๑๐. นิททสวัตถุสูตร๑. สารันททสูตร๒. วัสสการสูตร๓. ปฐมสัตตกสูตร๔. ทุติยสัตตกสูตร๕. ตติยสัตตกสูตร๖. โพชฌังคสูตร๗. สัญญาสูตร๘. ปฐมปริหานิสูตร๙. ทุติยปริหานิสูตร๑๐. วิปัตติสูตร ๑๑. ปราภวสูตร๑. อัปปมาทคารวสูตร๒. หิรีคารวสูตร๓. ปฐมโสวจัสสตาสูตร๔. ทุติยโสวจัสสตาสูตร๕. ปฐมมิตตสูตร๖. ทุติยมิตตสูตร๗. ปฐมปฏิสัมภิทาสูตร๘. ทุติยปฏิสัมภิทาสูตร๙. ปฐมวสสูตร๑๐. ทุติยวสสูตร๑๑. ปฐมนิททสสูตร๑๒. ทุติยนิททสสูตร๑. สัตตวิญญาณัฏฐิติสูตร๒. สมาธิปริกขารสูตร๓. ปฐมอัคคิสูตร๔. ทุติยอัคคิสูตร๕. ปฐมสัญญาสูตร๕. ปฐมสัญญาสูตร๗. เมถุนสูตร๘. สังโยคสูตร๙. ทานมหัปผลสูตร๑๐. นันทมาตาสูตร๑. อัพยากตสูตร๒. ปุริสคติสูตร๓. ติสสพรหมสูตร๔. สีหเสนาปติสูตร๕. อรักเขยยสูตร๖. กิมิลสูตร๗. สัตตธัมมสูตร๘. จปลายมานสูตร๙. เมตตสูตร๑๐. ภริยาสูตร๑๑. โกธนสูตร๑. หิริโอตตัปปสูตร๒. สัตตสุริยสูตร๓. นคโรปมสูตร๔. ธัมมัญญูสูตร๕. ปาริฉัตตกสูตร๖. สักกัจจสูตร๗. ภาวนาสูตร๘. อัคคิกขันโธปมสูตร๙. สุเนตตสูตร๑๐. อรกสูตร๘. วินยวรรค ๑. ปฐมวินยธรสูตร ๒. ทุติยวินยธรสูตร ๓. ตติยวินยธรสูตร ๔. จตุตถวินยธรสูตร ๕. ปฐมวินยธรโสภณสูตร ๖. ทุติยวินยธรโสภณสูตร ๗. ตติยวินยธรโสภณสูตร ๘. จตุตถวินยธรโสภณสูตร ๙. สัตถุสาสนสูตร ๑๐. อธิกรณสมถสูตร๙. สมณวรรค ๑. ภิกขุสูตร ๒. สมณสูตร ๓. พราหมณสูตร ๔. โสตติกสูตร ๕. นหาตกสูตร ๖. เวทคูสูตร ๗. อริโยสูตร ๘. อรหาสูตร ๙. อสัทธัมมสูตร ๑๐. สัทธัมมสูตร ๑๐. อาหุเนยยวรรค ราคเปยยาล๑. เมตตาสูตร๒. ปัญญาสูตร๓. ปฐมอัปปิยสูตร๔. ทุติยอัปปิยสูตร๕. ปฐมโลกธัมมสูตร๖. ทุติยโลกธัมมสูตร๗. เทวทัตตวิปัตติสูตร๘. อุตตรวิปัตติสูตร๙. นันทสูตร๑๐. การัณฑวสูตร๑. เวรัญชสูตร๒. สีหสูตร๓. อัสสาชานิยสูตร๔. อัสสขฬุงกสูตร๕. มลสูตร๖. ทูเตยยสูตร๗. ปฐมพันธนสูตร๘. ทุติยพันธนสูตร๙. ปหาราทสูตร๑๐. อุโปสถสูตร๑. ปฐมอุคคสูตร๒. ทุติยอุคคสูตร๓. ปฐมหัตถกสูตร๔. ทุติยหัตถกสูตร๕. มหานามสูตร๖. ชีวกสูตร๗. ปฐมพลสูตร๘. ทุติยพลสูตร๙. อักขณสูตร๑๐. อนุรุทธมหาวิตักกสูตร๑. ปฐมทานสูตร๒. ทุติยทานสูตร๓. ทานวัตถุสูตร๔. เขตตสูตร๕. ทานูปปัตติสูตร๖. ปุญญกิริยาวัตถุสูตร๗. สัปปุริสทานสูตร๘. สัปปุริสสูตร๙. อภิสันทสูตร๑๐. ทุจจริตวิปากสูตร๑. สังขิตตุโปสถสูตร๒. วิตถตุโปสถสูตร๓. วิสาขาสูตร๔. วาเสฏฐสูตร๕. โพชฌาสูตร๖. อนุรุทธสูตร๗. ทุติยวิสาขาสูตร๘. นกุลมาตาสูตร๙. ปฐมอิธโลกิกสูตร๑๐. ทุติยอิธโลกิกสูตร๑. โคตมีสูตร๒. โอวาทสูตร๓. สังขิตตสูตร๔. ทีฆชาณุสูตร๕. อุชชยสูตร๖. ภยสูตร๗. ปฐมอาหุเนยยสูตร๘. ทุติยอาหุเนยยสูตร๙. ปฐมปุคคลสูตร๑๐. ทุติยปุคคลสูตร๑. อิจฉาสูตร๒. อลังสูตร๓. สังขิตตสูตร๔. คยาสีสสูตร๕. อภิภายตนสูตร๖. วิโมกขสูตร๗. อนริยโวหารสูตร๘. อริยโวหารสูตร๙. ปริสาสูตร๑๐. ภูมิจาลสูตร๑. ปฐมสัทธาสูตร๒. ทุติยสัทธาสูตร๓. ปฐมมรณัสสติสูตร๔. ทุติยมรณัสสติสูตร๕. ปฐมสัมปทาสูตร๖. ทุติยสัมปทาสูตร๗. อิจฉาสูตร๘. อลังสูตร๙. ปริหานสูตร๑๐. กุสีตารัมภวัตถุสูตร๑. สติสัมปชัญญสูตร๒. ปุณณิยสูตร๓. มูลกสูตร๔. โจรสูตร๕. สมณสูตร๖. ยสสูตร๗. ปัตตนิกุชชนสูตร๘. อัปปสาทปเวทนียสูตร๙. ปฏิสารณียสูตร๑๐. สัมมาวัตตนสูตร๑. สัมโพธิสูตร๒. นิสสยสูตร๓. เมฆิยสูตร๔. นันทกสูตร๕. พลสูตร๖. เสวนาสูตร๗. สุตวาสูตร๘. สัชฌสูตร๙. ปุคคลสูตร๑๐. อาหุเนยยสูตร๑. สีหนาทสูตร๒. สอุปาทิเสสสูตร๓. โกฏฐิตสูตร๔. สมิทธิสูตร๕. คัณฑสูตร๖. สัญญาสูตร๗. กุลสูตร๘. นวังคุโปสถสูตร๙. เทวตาสูตร๑๐. เวลามสูตร๑. ติฐานสูตร๒. อัสสขฬุงกสูตร๓. ตัณหามูลกสูตร๔. สัตตาวาสสูตร๕. ปัญญาสูตร๖. สิลายูปสูตร๗. ปฐมเวรสูตร๘. ทุติยเวรสูตร๙. อาฆาตวัตถุสูตร๑๐. อาฆาตปฏิวินยสูตร๑๑. อนุปุพพนิโรธสูตร๑. อนุปุพพวิหารสูตร๒. อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร๓. นิพพานสุขสูตร๔. คาวีอุปมาสูตร๕. ฌานสูตร๖. อานันทสูตร๗. โลกายติกสูตร๘. เทวาสุรสังคามสูตร๙. นาคสูตร๑๐. ตปุสสสูตร๑. สัมพาธสูตร๒. กายสักขีสูตร๓. ปัญญาวิมุตตสูตร๔. อุภโตภาควิมุตตสูตร๕. สันทิฏฐิกธัมมสูตร๖. สันทิฏฐิกนิพพานสูตร๗. นิพพานสูตร๘. ปรินิพพานสูตร๙. ตทังคนิพพานสูตร๑๐ . ทิฏฐธัมมนิพพานสูตร๑. เขมสูตร๒. เขมัปปัตตสูตร๓. อมตสูตร๔. อมตัปปัตตสูตร๕. อภยสูตร๖. อภยัปปัตตสูตร๗. ปัสสัทธิสูตร๘. อนุปุพพปัสสัทธิสูตร๙. นิโรธสูตร๑๐. อนุปุพพนิโรธสูตร๑๑. อภัพพสูตร๑. สิกขาทุพพัลยสูตร๒. นีวรณสูตร๓. กามคุณสูตร๔. อุปาทานักขันธสูตร๕. โอรัมภาคิยสูตร๖. คติสูตร๗. มัจฉริยสูตร๘. อุทธัมภาคิยสูตร๙. เจโตขีลสูตร๑๐. เจตโสวินิพันธสูตร๓. สัมมัปปธานวรรค ๑. สิกขาสูตร ... ๑๐. เจตโสวินิพันธสูตร๔. อิทธิปาทวรรค ๑. สิกขาสูตร ... ๑๐. เจตโสวินิพันธสูตรราคเปยยาล

经典

๗. โลกายติกสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

1 条1 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

๗. โลกายติกสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ผู้ชำนาญคัมภีร์โลกายัต

ครั้งนั้น พราหมณ์ผู้ชำนาญในคัมภีร์โลกายัต ๒ คน เข้าไปเฝ้าพระ ผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ สนทนาปราศรัยกับพระผู้มีพระภาคพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่ท่านพระโคดม ท่านปูรณะ กัสสปะ เป็นสัพพัญญู เห็นสิ่งทั้งปวง ปฏิญญาญาณทัสสนะอย่างเบ็ดเสร็จว่า ‘เมื่อเราเดิน ยืน หลับ และตื่นอยู่ ญาณทัสสนะได้ปรากฏต่อเนื่องตลอดไป’ เธอกล่าวอย่างนี้ว่า ‘เรารู้เห็นโลกอันไม่มี ที่สุดด้วยญาณอันไม่มีที่สุด’ ท่านพระโคดม แม้แต่ท่านนิครนถ นาฎบุตรนี้ก็เป็น สัพพัญญู เห็นสิ่งทั้งปวง ปฏิญญาญาณทัสสนะอย่างเบ็ดเสร็จว่า ‘เมื่อเราเดิน ยืน หลับ และตื่นอยู่ ญาณทัสสนะได้ปรากฏต่อเนื่องตลอดไป’ เธอกล่าวอย่างนี้ว่า @เชิงอรรถ : @ น้อมไปไม่ได้ ในที่นี้หมายถึงไม่น้อมไปตามอำนาจราคะ (องฺ.นวก.อ. ๓/๓๗/๓๑๑) @ นำไปไม่ได้ ในที่นี้หมายถึงไม่ถูกชักนำไปตามอำนาจโทสะ (องฺ.นวก.อ. ๓/๓๗/๓๑๑) @ โลกายัต หมายถึงวิตัณฑวาทศาสตร์ คือ ศิลปะแห่งการเอาชนะผู้อื่นในเชิงวาทศิลป์ โดยการอ้างทฤษฎีและ @ประเพณีทางสังคมมาหักล้างสัจธรรม มุ่งแสดงให้เห็นว่าตนฉลาดกว่า มิได้มุ่งสัจธรรมแต่อย่างใด @(ที.สี.อ. ๑/๒๕๖/๒๒๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๕๑๕} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๔. มหาวรรค ๗. โลกายติกสูตร ‘เรารู้เห็นโลกอันไม่มีที่สุดด้วยญาณอันไม่มีที่สุด’ ท่านพระโคดม ทั้ง ๒ คนนี้ต่างพูด อวดความรู้กัน ต่างพูดขัดแย้งกัน ใครพูดจริง ใครพูดเท็จ” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อย่าเลย พราหมณ์ เรื่องที่คนทั้ง ๒ คนนี้ต่างพูดอวด ความรู้กัน ต่างพูดขัดแย้งกัน ใครพูดจริง ใครพูดเท็จนี้จงพักไว้ก่อน เราจักแสดง ธรรมแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว” พราหมณ์ เหล่านั้นทูลรับสนองพระพุทธดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า “พราหมณ์ เปรียบเหมือนบุรุษ ๔ คน ยืนอยู่ ๔ ทิศ ต่างมีฝีเท้าวิ่งได้เร็ว และก้าวได้เร็ว พวกเขาต่างมีฝีเท้าเร็วเช่นนี้ เปรียบเหมือนนายขมังธนูถือธนูไว้มั่น ศึกษามาเจนจบ ฝีมือช่ำชอง ผ่านการประลองฝีมือมาแล้ว พึงใช้ลูกธนูชนิดเบาๆ ยิงเงาตาลด้านขวางให้ผ่านไปได้โดยไม่ยาก และยิงได้รวดเร็วกว่าการก้าวเท้าดังที่ กล่าวมา เปรียบเหมือนจากมหาสมุทรในทิศตะวันออกถึงมหาสมุทรในทิศตะวันตก ถ้าบุรุษผู้ยืนอยู่ทางทิศตะวันออก พึงกล่าวอย่างนี้ว่า ‘เราจะเดินไปถึงที่สุดโลก’ เขางดกิน ดื่ม เคี้ยว และลิ้ม งดถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ งดหลับและพักผ่อน เขามีอายุ ๑๐๐ ปี มีชีวิตอยู่ ๑๐๐ ปี เดินไปได้ตลอด ๑๐๐ ปี ยังไปไม่ถึงที่สุดโลกเลย จะพึงตายเสียก่อนในระหว่าง ถ้าบุรุษผู้ยืนอยู่ทางทิศตะวันตก ฯลฯ ทางทิศเหนือ ฯลฯ ถ้าบุรุษผู้ยืนอยู่ทางทิศใต้พึงกล่าวอย่างนี้ว่า ‘เราจะเดินไปถึงที่สุดของโลก’ เขางดกิน ดื่ม เคี้ยว และลิ้ม งดถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ งดหลับและพักผ่อน เขามีอายุ ๑๐๐ ปี มีชีวิตอยู่ ๑๐๐ ปี เดินไปได้ตลอด ๑๐๐ ปี ยังไปไม่ถึงที่สุดโลกเลย ก็จะพึง ตายเสียก่อนในระหว่าง ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเราจะไม่กล่าวว่า ‘บุคคลพึงรู้ พึงเห็น พึงถึงที่สุดโลกได้ด้วยการวิ่งไปเช่นนี้’ แต่เราก็ไม่กล่าวว่า ‘บุคคลยังไม่ถึง ที่สุดโลกจะทำที่สุดทุกข์ได้’ พราหมณ์ กามคุณ ๕ ประการนี้ เรียกว่า ‘โลก’ ในอริยวินัย กามคุณ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. รูปที่พึงรู้แจ้งทางตา อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๕๑๖} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๔. มหาวรรค ๗. โลกายติกสูตร ๒. เสียงที่พึงรู้แจ้งทางหู ฯลฯ ๓. กลิ่นที่พึงรู้แจ้งทางจมูก ฯลฯ ๔. รสที่พึงรู้แจ้งทางลิ้น ฯลฯ ๕. โผฏฐัพพะที่พึงรู้แจ้งทางกาย อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด พราหมณ์ กามคุณ ๕ ประการนี้แล เรียกว่า ‘โลก’ ในอริยวินัย ภิกษุในธรรมวินัยนี้สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ที่มีวิตกวิจาร ปีติและสุขอันเกิดจากวิเวกอยู่ เราเรียกว่า ภิกษุนี้ถึงที่สุดโลกแล้ว อยู่ในที่สุดโลก คนพวกอื่นกล่าวถึงภิกษุนั้นอย่างนี้ว่า ‘แม้ภิกษุนี้ก็เกี่ยวข้องกับโลก สลัดตนออกจากโลกไม่ได้’ แม้เราเองก็กล่าวอย่างนี้ว่า ‘แม้ภิกษุนี้ก็เกี่ยวข้องกับโลก สลัดตนออกจากโลกไม่ได้’ ภิกษุบรรลุทุติยฌาน ฯลฯ ตติยฌาน ฯลฯ จตุตถฌาน ฯลฯ เราก็เรียกว่า ภิกษุนี้ถึงที่สุดโลกแล้ว อยู่ในที่สุดโลก คนพวกอื่นกล่าวถึงภิกษุนั้นอย่างนี้ว่า ‘แม้ภิกษุนี้ก็เกี่ยวข้องกับโลก สลัดตนออกจากโลกไม่ได้’ แม้เราเองก็กล่าวอย่างนี้ว่า ‘แม้ภิกษุนี้ก็เกี่ยวข้องกับโลก สลัดตนออกจากโลกไม่ได้’ ภิกษุบรรลุอากาสานัญจายตนฌานโดยกำหนดว่า ‘อากาศหาที่สุดมิได้’ อยู่ เพราะล่วงรูปสัญญา ดับปฏิฆสัญญา ไม่กำหนดนานัตตสัญญา เราก็เรียกว่า ภิกษุนี้ถึงที่สุดโลกแล้ว อยู่ในที่สุดโลก คนพวกอื่นกล่าวถึงภิกษุนั้นอย่างนี้ว่า ‘แม้ภิกษุนี้ก็เกี่ยวข้องกับโลก สลัดตนออกจากโลกไม่ได้’ แม้เราก็กล่าวอย่างนี้ว่า ‘แม้ภิกษุนี้ก็เกี่ยวข้องกับโลก สลัดตนออกจากโลกไม่ได้’ ภิกษุล่วงอากาสานัญจายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุวิญญาณัญจายตน- ฌาน โดยกำหนดว่า ‘วิญญาณหาที่สุดมิได้’ อยู่ ฯลฯ ภิกษุล่วงวิญญาณัญจายตนฌาน โดยประการทั้งปวง บรรลุอากิญจัญญายตนฌานโดยกำหนดว่า ‘ไม่มีอะไร’ อยู่ ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๕๑๗} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๔. มหาวรรค ๘. เทวาสุรสังคามสูตร ภิกษุล่วงอากิญจัญญายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตน- ฌานอยู่ เราก็เรียกว่า ภิกษุนี้ถึงที่สุดโลกแล้ว อยู่ในที่สุดโลก คนพวกอื่นกล่าวถึง ภิกษุนั้นอย่างนี้ว่า ‘แม้ภิกษุนี้ก็เกี่ยวข้องกับโลก สลัดตนออกจากโลกไม่ได้’ แม้เราก็ กล่าวอย่างนี้ว่า ‘แม้ภิกษุนี้ก็เกี่ยวข้องกับโลก สลัดตนออกจากโลกไม่ได้’ ภิกษุล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุสัญญาเวทยิต- นิโรธอยู่ อาสวะทั้งหลายของเธอหมดสิ้นแล้ว เพราะเห็นด้วยปัญญา เราเรียกว่า ภิกษุนี้ถึงที่สุดโลกแล้ว อยู่ในที่สุดโลก ข้ามพ้นตัณหาเครื่องข้องในโลกได้” โลกายติกสูตรที่ ๗ จบ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้