เทวสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เทวสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว สงครามระหว่างเทวดา กับอสูรได้ประชิดกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสงครามครั้งนั้น พวกอสูรชนะ พวก เทวดาแพ้ และพวกเทวดาที่แพ้ได้พากันหนีไป พวกอสูรลุกไล่ติดตามมุ่งไปทาง ทิศอุดร ครั้งนั้นแล พวกเทวดาได้มีความคิดอย่างนี้ว่า พวกอสูรลุกไล่ติดตามมา จำเราจะทำสงครามกับพวกอสูรครั้งที่ ๒ อีก ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ครั้งที่ ๒ พวกเทวดาก็ทำสงครามกับพวกอสูรอีก พวกอสูรชนะ พวกเทวดาแพ้ และพวกเทวดาที่แพ้ได้พากันหนีไป พวกอสูร ลุกไล่ติดตามมุ่งไปทางทิศอุดร ครั้งนั้นแล พวกเทวดาได้มีความคิดอย่างนี้ว่า พวก อสูรลุกไล่ติดตามมา จำเราจะทำสงครามกับพวกอสูรครั้งที่ ๓ อีก ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ครั้งที่ ๓ พวกเทวดาทำสงครามกับพวกอสูรอีก พวกอสูรชนะ พวกเทวดาแพ้ และพวกเทวดาที่แพ้กลัวพากันหนีเข้าไปในเทพบุรี ก็แหละพวกเทวดาที่หนีเข้าไปเทพบุรี ได้มีความคิดอย่างนี้ว่า บัดนี้ พวกเรามีตน ได้ที่พึ่งแล้ว พวกอสูรจะทำอะไรเราไม่ได้ แม้พวกอสูรก็มีความคิดอย่างนี้ว่า บัดนี้ พวกเทวดามีตนได้ที่พึ่งแล้ว พวกเราจะทำอะไรไม่ได้ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว สงครามระหว่างเทวดากับอสูรได้ ประชิดกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ในสงครามครั้งนั้น พวกเทวดาชนะ พวกอสูร แพ้ และพวกอสูรที่แพ้ได้กันหนีไป พวกเทวดาลุกไล่ติดตามมุ่งไปทางทิศทักษิณ ครั้งนั้นแล พวกอสูรได้มีความคิดอย่างนี้ว่า พวกเทวดาลุกไล่ติดตามมา จำเรา จะทำสงครามกับพวกเทวดาแม้ครั้งที่ ๒ อีก ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ครั้งที่ ๒ พวกอสูรก็ทำความกับพวกเทวดาอีก พวกเทวดาชนะ พวกอสูรแพ้ และพวกอสูรที่แพ้ได้พากันหนีไป พวกเทวดา ลุกไล่ติดตามมุ่งไปทางทิศทักษิณ ครั้งนั้นแล พวกอสูรได้มีความคิดอย่างนี้ว่า พวกเทวดาลุกไล่ติดตามมา จำเราจะทำสงครามกับพวกเทวดาแม้ครั้งที่ ๓ อีก ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ครั้งที่ ๓ พวกอสูรก็ทำสงครามกับพวกเทวดาอีก พวกเทวดาก็ชนะ พวกอสูรแพ้ และพวกอสูรที่แพ้ได้พากันหนีเข้าไปยังอสูรบุรี ก็แหละพวกอสูรที่พากันหนีเข้าไปในอสูรบุรี ได้มีความคิดอย่างนี้ว่า บัดนี้ พวก เรามีตนได้ที่พึ่งแล้ว พวกเทวดาจะทำอะไรเราไม่ได้ แม้พวกเทวดาก็มีความคิด อย่างนี้ว่า บัดนี้ พวกอสูรมีตนเป็นที่พึ่งแล้ว พวกเราทำอะไรไม่ได้ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล สมัยใด ภิกษุสงัดจากกาม ... บรรลุปฐมฌาน ... สมัยนั้น ภิกษุมีความคิดอย่างนี้ว่า บัดนี้ เรามีตนได้ที่พึ่งแล้ว มารจะทำอะไรเราไม่ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้มารผู้ลามกก็มีความคิดอย่างนี้ว่า บัดนี้ ภิกษุมีตนได้ที่พึ่งแล้ว เราจะทำอะไรไม่ได้ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุบรรลุทุติยฌาน ฯลฯ บรรลุตติยฌาน ฯลฯ บรรลุจตุตถฌาน ฯลฯ สมัยนั้น ภิกษุมีความคิดอย่างนี้ว่า บัดนี้ เรามีตนได้ที่ พึ่งแล้ว มารจะทำอะไรเราไม่ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้มารผู้ลามกก็มีความคิด อย่างนี้ว่า บัดนี้ ภิกษุมีตนได้ที่พึ่งแล้ว เราจะทำอะไรไม่ได้ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุ เพราะล่วงรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง บรรลุอากาสานัญจายตนฌาน ... สมัยนั้น ภิกษุ นี้เรียกว่า ได้ทำมารให้เป็นที่สุด ให้ติดตามไม่ได้ ปิดตามารสนิท มารมองไม่เห็น ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุ เพราะล่วงอากาสานัญจายตนฌานโดย ประการทั้งปวง บรรลุวิญญาณัญจายตนฌาน ฯลฯ บรรลุอากิญจัญญายตนฌาน ฯลฯ บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ฯลฯ บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ อาสวะของเธอ สิ้นรอบแล้วเพราะเห็นด้วยปัญญา สมัยนั้น ภิกษุนี้เรียกว่า ได้กระทำมารให้เป็น ที่สุด ให้ติดตามไม่ได้ ปิดตามารสนิท มารมองไม่เห็น ฯ จบสูตรที่ ๘
๓๙ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว เทวาสุรสงฺคาโม สมุปพฺยูโฬฺห อโหสิ ตสฺมึ โข ปน ภิกฺขเว สงฺคาเม อสุรา ชินึสุ เทวา ปราชิยึสุ ปราชิตา จ ภิกฺขเว เทวา อปสฺสึเสฺวว อุตฺตราภิมุขา อภิภยึสุ อสุรา อถโข ภิกฺขเว เทวานํ เอตทโหสิ อภิภยนฺเตว โข อสุรา ยนฺนูน มยํ ทุติยมฺปิ อสุเรหิ สงฺคาเมยฺยามาติ ฯ {๒๔๓.๑} ทุติยมฺปิ โข ภิกฺขเว เทวา อสุเรหิ สงฺคาเมสุํ ทุติยมฺปิ โข ภิกฺขเว อสุรา ชินึสุ เทวา ปราชิยึสุ ปราชิตา จ ภิกฺขเว เทวา อปสฺสึเสฺวว อุตฺตราภิมุขา อภิภยึสุ อสุรา อถโข ภิกฺขเว เทวานํ เอตทโหสิ อภิภยนฺเตว โข อสุรา ยนฺนูน มยํ ตติยมฺปิ อสุเรหิ สงฺคาเมยฺยามาติ ฯ {๒๔๓.๒} ตติยมฺปิ โข ภิกฺขเว เทวา อสุเรหิ สงฺคาเมสุํ ตติยมฺปิ โข ภิกฺขเว อสุรา ชินึสุ เทวา ปราชิยึสุ ปราชิตา จ ภิกฺขเว เทวา ภีตา เทวปุเรเยว ปวิสึสุ เทวปุรคตานญฺจ ปน ภิกฺขเว เทวานํ เอตทโหสิ ภีรุตฺตาณคเตน โข ทานิ มยํ เอตรหิ อตฺตนา วิหราม อกรณียา อสุเรหีติ อสุรานมฺปิ ภิกฺขเว เอตทโหสิ ภีรุตฺตาณคเตน โข ทานิ เทวา เอตรหิ อตฺตนา วิหรนฺติ อกรณียา อเมฺหหีติ ฯ {๒๔๓.๓} ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว เทวาสุรสงฺคาโม สมุปพฺยูโฬฺห อโหสิ ตสฺมึ โข จ ภิกฺขเว สงฺคาเม เทวา ชินึสุ อสุรา ปราชิยึสุ ปราชิตา จ ภิกฺขเว อสุรา อปสฺสึเสฺวว ทกฺขิเณน มุขา อภิภยึสุ เทวา อถโข ภิกฺขเว อสุรานํ เอตทโหสิ อภิภยนฺเตว โข เทวา ยนฺนูน มยํ ทุติยมฺปิ เทเวหิ สงฺคาเมยฺยามาติ ฯ {๒๔๓.๔} ทุติยมฺปิ โข ภิกฺขเว อสุรา เทเวหิ สงฺคาเมสุํ ทุติยมฺปิ โข ภิกฺขเว เทวา ชินึสุ อสุรา ปราชิยึสุ ปราชิตา จ ภิกฺขเว อสุรา อปสฺสึเสฺวว ทกฺขิเณน มุขา อภิภยึสุ เทวา อถโข ภิกฺขเว อสุรานํ เอตทโหสิ อภิภยนฺเตว โข เทวา ยนฺนูน มยํ ตติยมฺปิ เทเวหิ สงฺคาเมยฺยามาติ ฯ {๒๔๓.๕} ตติยมฺปิ โข ภิกฺขเว อสุรา เทเวหิ สงฺคาเมสุํ ตติยมฺปิ โข ภิกฺขเว เทวา ชินึสุ อสุรา ปราชิยึสุ ปราชิตา จ ภิกฺขเว อสุรา ภีตา อสุรปุเรเยว ปวิสึสุ อสุรปุรคตานญฺจ ปน ภิกฺขเว อสุรานํ เอตทโหสิ ภีรุตฺตาณคเตน โข ทานิ มยํ เอตรหิ อตฺตนา วิหราม อกรณียา เทเวหีติ เทวานมฺปิ ภิกฺขเว เอตทโหสิ ภีรุตฺตาณคเตน โข ทานิ อสุรา เอตรหิ อตฺตนา วิหรนฺติ อกรณียา อเมฺหหีติ ฯ {๒๔๓.๖} เอวเมว โข ภิกฺขเว ยสฺมึ สมเย ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ตสฺมึ ภิกฺขเว สมเย ภิกฺขุสฺส เอวํ โหติ ภีรุตฺตาณคเตน โข ทานาหํ เอตรหิ อตฺตนา วิหรามิ อกรณีโย มารสฺสาติ มารสฺสาปิ ภิกฺขเว ปาปิมโต เอวํ โหติ ภีรุตฺตาณคเตน โข ทานิ ภิกฺขุ เอตรหิ อตฺตนา วิหรติ อกรณีโย มยฺหนฺติ ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย ภิกฺขุ วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา ฯเปฯ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ตสฺมึ ภิกฺขเว สมเย ภิกฺขุสฺส เอวํ โหติ ภีรุตฺตาณคเตน โข ทานาหํ เอตรหิ อตฺตนา วิหรามิ อกรณีโย มารสฺสาติ มารสฺสาปิ ภิกฺขเว ปาปิมโต เอวํ โหติ ภีรุตฺตาณคเตน โข ทานิ ภิกฺขุ เอตรหิ อตฺตนา วิหรติ อกรณีโย มยฺหนฺติ {๒๔๓.๗} ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย ภิกฺขุ สพฺพโส รูปสญฺญานํ สมติกฺกมา ปฏิฆสญฺญานํ อตฺถงฺคมา นานตฺตสญฺญานํ อมนสิการา อนนฺโต อากาโสติ อากาสานญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อนฺตมกาสิ มารํ อปทํ พนฺธิตฺวา มารจกฺขุํ อทสฺสนํ คโต ปาปิมโต ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย ภิกฺขุ สพฺพโส อากาสานญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม อนนฺตํ วิญฺญาณนฺติ วิญฺญาณญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ฯเปฯ สพฺพโส วิญฺญาณญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม นตฺถิ กิญฺจีติ อากิญฺจญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ฯเปฯ สพฺพโส อากิญฺจญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ฯเปฯ สพฺพโส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม สญฺญาเวทยิตนิโรธํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ปญฺญายปสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อนฺตมกาสิ มารํ อปทํ พนฺธิตฺวา มารจกฺขุํ อทสฺสนํ คโต ปาปิมโต ติณฺโณ โลเก วิสตฺติกนฺติ ฯ