This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

๕. วิชชาสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

仅原文 · 不作诠释1 条1 个版本

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. สมณสัญญาวรรค ๕. วิชชาสูตร ๕. วิชชาสูตร ว่าด้วยวิชชา

๑๐๕

ภิกษุทั้งหลาย อวิชชา(ความไม่รู้แจ้ง)เป็นประธานแห่งการเข้าถึง อกุศลธรรม อหิริ(ความไม่อายบาป) อโนตตัปปะ(ความไม่กลัวบาป) ก็มีตามมาด้วย ๑. ผู้มีอวิชชาไม่เห็นแจ้ง ย่อมมีมิจฉาทิฏฐิ ๒. ผู้มีมิจฉาทิฏฐิ ย่อมมีมิจฉาสังกัปปะ ๓. ผู้มีมิจฉาสังกัปปะ ย่อมมีมิจฉาวาจา ๔. ผู้มีมิจฉาวาจา ย่อมมีมิจฉากัมมันตะ ๕. ผู้มีมิจฉากัมมันตะ ย่อมมีมิจฉาอาชีวะ ๖. ผู้มีมิจฉาอาชีวะ ย่อมมีมิจฉาวายามะ ๗. ผู้มีมิจฉาวายามะ ย่อมมีมิจฉาสติ ๘. ผู้มีมิจฉาสติ ย่อมมีมิจฉาสมาธิ ๙. ผู้มีมิจฉาสมาธิ ย่อมมีมิจฉาญาณะ ๑๐. ผู้มีมิจฉาญาณะ ย่อมมีมิจฉาวิมุตติ ภิกษุทั้งหลาย วิชชา(ความรู้แจ้ง)เป็นประธานแห่งการเข้าถึงกุศลธรรมทั้งหลาย หิริ(ความอายบาป)และโอตตัปปะ(ความกลัวบาป) ก็มีตามมาด้วย ๑. ผู้มีวิชชาเห็นแจ้ง ย่อมมีสัมมาทิฏฐิ ๒. ผู้มีสัมมาทิฏฐิ ย่อมมีสัมมาสังกัปปะ ๓. ผู้มีสัมมาสังกัปปะ ย่อมมีสัมมาวาจา ๔. ผู้มีสัมมาวาจา ย่อมมีสัมมากัมมันตะ ๕. ผู้มีสัมมากัมมันตะ ย่อมมีสัมมาอาชีวะ ๖. ผู้มีสัมมาอาชีวะ ย่อมมีสัมมาวายามะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๒๔๗} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. สมณสัญญาวรรค ๖. นิชชรสูตร ๗. ผู้มีสัมมาวายามะ ย่อมมีสัมมาสติ ๘. ผู้มีสัมมาสติ ย่อมมีสัมมาสมาธิ ๙. ผู้มีสัมมาสมาธิ ย่อมมีสัมมาญาณะ ๑๐. ผู้มีสัมมาญาณะ ย่อมมีสัมมาวิมุตติ วิชชาสูตรที่ ๕ จบ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้