This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

สักกสูตร

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๔๖พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต1 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต สักกสูตร

๔๖

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิโครธารามใกล้กรุง กบิลพัสดุ์ สักกชนบท ครั้งนั้นแล อุบาสกชาวสักกชนบทเป็นอันมาก ได้เข้า ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับในวันอุโบสถ ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามอุบาสกชาวสักกชนบทว่า ดูกรอุบาสกชาวสักกชนบททั้งหลาย ท่านทั้งหลายย่อมรักษาอุโบสถอันประกอบ ด้วยองค์ ๘ แลหรือ อุบาสกชาวสักกชนบทเหล่านั้นกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ บางคราวข้าพระองค์ทั้งหลายย่อมรักษาอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ บางคราวไม่ได้รักษา พระพุทธเจ้าข้า ฯ พ. ดูกรอุบาสกชาวสักกะทั้งหลาย ไม่เป็นลาภของท่านทั้งหลายเสียแล้ว ท่านทั้งหลายไม่ได้ดีเสียแล้ว ที่ท่านทั้งหลายเมื่อชีวิตมีภัยเพราะความโศก มีภัย เพราะความตายอยู่อย่างนี้ บางคราวก็รักษาอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ บางคราวก็ไม่ได้รักษา ดูกรอุบาสกชาวสักกะทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจะสำคัญ ความข้อนั้นเป็นไฉน บุรุษในโลกนี้พึงยังทรัพย์กึ่งกหาปณะให้เกิดขึ้นทุกๆ วัน ด้วยการงานอันชอบโดยไม่แตะต้องอกุศลเลย สมควรจะกล่าวได้หรือไม่ว่า เป็น บุรุษฉลาดสมบูรณ์ด้วยความหมั่น ฯ อุ. สมควรกล่าวได้อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า ฯ พ. ดูกรอุบาสกชาวสักกะทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้น เป็นไฉน บุรุษในโลกนี้พึงยังทรัพย์กหาปณะหนึ่งให้เกิดขึ้นทุกๆ วัน ด้วยการ งานอันชอบโดยไม่แตะต้องอกุศลเลย สมควรจะกล่าวได้หรือไม่ว่า เป็นบุรุษ ผู้ฉลาดสมบูรณ์ด้วยความหมั่น ฯ อุ. สมควรกล่าวได้อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า ฯ พ. ดูกรอุบาสกชาวสักกะทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้น เป็นไฉน บุรุษในโลกนี้ พึงยังทรัพย์ ๒ กหาปณะ ๓ กหาปณะ ๔ กหาปณะ ๕ กหาปณะ ๖ กหาปณะ ๗ กหาปณะ ๘ กหาปณะ ๙ กหาปณะ ๑๐ กหาปณะ ๒๐ กหาปณะ ๓๐ กหาปณะ ๔๐ กหาปณะ ๕๐ กหาปณะ ๑๐๐ กหาปณะ ให้เกิดขึ้นทุกๆ วัน ด้วยการงานอันชอบโดยไม่แตะต้องอกุศลเลย สมควรจะ กล่าวได้หรือไม่ว่า เป็นบุรุษผู้ฉลาดสมบูรณ์ด้วยความหมั่น ฯ อุ. สมควรกล่าวได้อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า ฯ พ. ดูกรอุบาสกชาวสักกะทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้น เป็นไฉน บุรุษนั้นเมื่อยังทรัพย์ ๑๐๐ กหาปณะ ๑,๐๐๐ กหาปณะ ให้เกิดขึ้น ทุกๆ วัน เก็บทรัพย์ที่ตนได้แล้วๆ ไว้ เป็นผู้มีชีวิตร้อยปี จะพึงประสบ กองโภคสมบัติเป็นอันมากบ้างหรือหนอ ฯ อุ. พึงเป็นอย่างนั้นได้ พระพุทธเจ้าข้า ฯ พ. ดูกรอุบาสกชาวสักกะทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้น เป็นไฉน บุรุษนั้นจะพึงเสวยความสุขโดยส่วนเดียวอยู่หนึ่งคืน หนึ่งวันหรือ กึ่งวัน อันมีโภคสมบัติเป็นเหตุ มีโภคสมบัติเป็นแดนเกิด มีโภคสมบัติเป็นที่ตั้ง บ้างหรือหนอ ฯ อุ. มิได้เป็นอย่างนั้นเลย พระพุทธเจ้าข้า ฯ พ. ข้อนั้นเป็นเหตุอะไร ฯ อุ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะกามทั้งหลายเป็นของไม่เที่ยง เป็นของ ว่างเปล่า เป็นของหลอกลวง เป็นของมีความฉิบหายไปเป็นธรรมดา ฯ พ. ดูกรอุบาสกชาวสักกะทั้งหลาย ส่วนสาวกของเราในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว ปฏิบัติตามที่เราพร่ำสอนอยู่ตลอด ๑๐ ปี พึงเป็นผู้เสวยความสุขโดยส่วนเดียวตลอดร้อยปีก็มี หมื่นปีก็มี แสนปี ก็มี และสาวกของเรานั้นแล พึงเป็นสกทาคามีก็มี เป็นอนาคามีก็มี เป็น โสดาบันปฏิบัติไม่ผิดก็มี ดูกรอุบาสกชาวสักกะทั้งหลาย ๑๐ ปีจงยกไว้ สาวก ของเราในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว ปฏิบัติ ตามที่เราพร่ำสอนตลอด ๙ ปี ๘ ปี ๗ ปี ๖ ปี ๕ ปี ๔ ปี ๓ ปี ๒ ปี ๑ ปี พึงเป็นผู้เสวยความสุขโดยส่วนเดียวตลอดร้อยปีก็มี หมื่นปีก็มี แสนปีก็มี และสาวกของเรานั้นแล พึงเป็นสกทาคามีก็มี พึงเป็นอนาคามีก็มี เป็นโสดาบัน ปฏิบัติไม่ผิดก็มี ดูกรอุบาสกชาวสักกะทั้งหลาย ๑ ปีจงยกไว้ สาวกของเราใน ธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว ปฏิบัติตามที่เรา พร่ำสอนตลอด ๑๐ เดือน พึงเป็นผู้เสวยสุขโดยส่วนเดียวตลอดร้อยปีก็มี หมื่นปีก็มี แสนปีก็มี และสาวกของเรานั้นแล พึงเป็นสกทาคามีก็มี เป็น อนาคามีก็มี เป็นโสดาบันปฏิบัติไม่ผิดก็มี ดูกรอุบาสกชาวสักกะทั้งหลาย ๑๐ เดือนจงยกไว้ สาวกของเราในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว ปฏิบัติตามที่เราพร่ำสอนตลอด ๙ เดือน ๘ เดือน ๗ เดือน ๖ เดือน ๕ เดือน ๔ เดือน ๓ เดือน ๒ เดือน ๑ เดือน กึ่งเดือน พึงเป็นผู้ เสวยสุขโดยส่วนเดียวตลอดร้อยปีก็มี หมื่นปีก็มี แสนปีก็มี และสาวกของเรา นั้นแล พึงเป็นสกทาคามีก็มี เป็นอนาคามีก็มี เป็นโสดาบันปฏิบัติไม่ผิดก็มี ดูกรอุบาสกชาวสักกะทั้งหลาย กึ่งเดือนจงยกไว้ สาวกของเราในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว ปฏิบัติตามที่เราพร่ำสอนตลอด ๑๐ คืน ๑๐ วัน พึงเป็นผู้เสวยสุขโดยส่วนเดียวตลอดร้อยปีก็มี หมื่นปีก็มี แสนปีก็มี และสาวกของเรานั้นแล พึงเป็นสกทาคามีก็มี เป็นอนาคามีก็มี เป็นโสดาบันปฏิบัติไม่ผิดก็มี ดูกรอุบาสกชาวสักกะทั้งหลาย ๑๐ คืน ๑๐ วัน จงยกไว้ สาวกของเราในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจ เด็ดเดี่ยว ปฏิบัติตามที่เราพร่ำสอนตลอด ๙ คืน ๙ วัน ๘ คืน ๘ วัน ๗ คืน ๗ วัน ๖ คืน ๖ วัน ๕ คืน ๕ วัน ๔ คืน ๔ วัน ๓ คืน ๓ วัน ๒ คืน ๒ วัน ๑ คืน ๑ วัน พึงเป็นผู้เสวยสุขโดยส่วนเดียวตลอดร้อยปีก็มี หมื่นปีก็มี แสนปีก็มี และสาวกของเรานั้นแล พึงเป็นสกทาคามีก็มี เป็นอนาคามีก็มี เป็นโสดาบันปฏิบัติไม่ผิดก็มี ดูกรอุบาสกชาวสักกะทั้งหลาย ไม่เป็นลาภของท่าน ทั้งหลายเสียแล้ว ท่านทั้งหลายไม่ได้ดีแล้ว ที่ท่านทั้งหลาย เมื่อชีวิตมีภัยเพราะ ความโศก มีภัยเพราะความตายอย่างนี้ บางคราวก็รักษาอุโบสถอันมีองค์ ๘ บางครั้งก็ไม่รักษา ฯ อุ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เหล่านี้จักรักษาอุโบสถ อัน ประกอบด้วยองค์ ๘ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ จบสูตรที่ ๖

เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมึ นิโคฺรธาราเม ฯ อถโข สมฺพหุลา สกฺกา อุปาสกา ตทหุโปสเถ เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺเน โข สกฺเก อุปาสเก ภควา เอตทโวจ อปินุ ตุเมฺห สกฺกา อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อุโปสถํ อุปวสถาติ ฯ อปฺเปกทา มยํ ภนฺเต อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อุโปสถํ อุปวสาม อปฺเปกทา น อุปวสามาติ ฯ เตสํ โว สกฺกา อลาภา เตสํ ทุลฺลทฺธํ เย ตุเมฺห เอวํ โสกสภเย ชีวิเต มรณสภเย ชีวิเต อปฺเปกทา อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อุโปสถํ อุปวสถ อปฺเปกทา น อุปวสถ ตํ กึ มญฺญถ สกฺกา อิธ ปุริโส เยน กมฺมฏฺฐาเนน อนาปชฺช อกุสลํ ทิวสํ อฑฺฒกหาปณํ นิพฺพิเสยฺย ทกฺโข ปุริโส อุฏฺฐานสมฺปนฺโนติ อลํ วจนายาติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ {๔๖.๑} ตํ กึ มญฺญถ สกฺกา อิธ ปุริโส เยน กมฺมฏฺฐาเนน อนาปชฺช อกุสลํ ทิวสํ กหาปณํ นิพฺพิเสยฺย ทกฺโข ปุริโส อุฏฺฐานสมฺปนฺโนติ อลํ วจนายาติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ ตํ กึ มญฺญถ สกฺกา อิธ ปุริโส เยน กมฺมฏฺฐาเนน อนาปชฺช อกุสลํ ทิวสํ เทฺว กหาปเณ นิพฺพิเสยฺย ตโย กหาปเณ นิพฺพิเสยฺย จตฺตาโร กหาปเณ นิพฺพิเสยฺย ปญฺจ กหาปเณ นิพฺพิเสยฺย ฉ กหาปเณ นิพฺพิเสยฺย สตฺต กหาปเณ นิพฺพิเสยฺย อฏฺฐ กหาปเณ นิพฺพิเสยฺย นว กหาปเณ นิพฺพิเสยฺย ทส กหาปเณ นิพฺพิเสยฺย วีสํ กหาปเณ นิพฺพิเสยฺย ตึสํ กหาปเณ นิพฺพิเสยฺย จตฺตาฬีสํ กหาปเณ นิพฺพิเสยฺย ปญฺญาสํ กหาปเณ นิพฺพิเสยฺย กหาปณสตํ นิพฺพิเสยฺย ทกฺโข ปุริโส อุฏฺฐานสมฺปนฺโนติ อลํ วจนายาติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ {๔๖.๒} ตํ กึ มญฺญถ สกฺกา อปิ นุ โข โส ปุริโส ทิวเส กหาปณสตํ กหาปณสหสฺสํ นิพฺพิสมาโน ลทฺธํ ลทฺธํ นิกฺขิปนฺโต วสฺสสตชีวี มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ อธิคจฺเฉยฺยาติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ {๔๖.๓} ตํ กึ มญฺญถ สกฺกา อปิ นุ โข โส ปุริโส โภคเหตุกํ โภคนิทานํ โภคาธิกรณํ เอกํ วา รตฺตึ เอกํ วา ทิวสํ อุปฑฺฒํ วา ทิวสํ เอกนฺตสุขปฏิสํเวที วิหเรยฺยาติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ กามา หิ ภนฺเต อนิจฺจา ตุจฺฉา มุสา โมสธมฺมาติ ฯ {๔๖.๔} อิธ ปน โว สกฺกา มม สาวโก ทส วสฺสานิ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต ยถา มยานุสิฏฺฐํ ตถา ปฏิปชฺชมาโน สตํปิ วสฺสานิ สตํปิ วสฺสสตานิ สตํปิ วสฺสสหสฺสานิ เอกนฺตสุขปฏิสํเวที วิหเรยฺย โส จ ขฺวสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา อปณฺณกํ วา โสตาปนฺโน ติฏฺฐนฺตุ สกฺกา ทส วสฺสานิ อิธ มม สาวโก นว วสฺสานิ อฏฺฐ วสฺสานิ สตฺต วสฺสานิ ฉ วสฺสานิ ปญฺจ วสฺสานิ จตฺตาริ วสฺสานิ ตีณิ วสฺสานิ เทฺว วสฺสานิ เอกํ วสฺสํ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต ยถา มยานุสิฏฺฐํ ตถา ปฏิปชฺชมาโน สตํปิ วสฺสานิ สตํปิ วสฺสสตานิ สตํปิ วสฺสสหสฺสานิ เอกนฺตสุขปฏิสํเวที วิหเรยฺย โส จ ขฺวสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา อปณฺณกํ วา โสตาปนฺโน ติฏฺฐตุ สกฺกา เอกํ วสฺสํ {๔๖.๕} อิธ มม สาวโก ทส มาเส อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต ยถา มยานุสิฏฺฐํ ตถา ปฏิปชฺชมาโน สตํปิ วสฺสานิ สตํปิ วสฺสสตานิ สตํปิ วสฺสสหสฺสานิ เอกนฺตสุขปฏิสํเวที วิหเรยฺย โส จ ขฺวสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา อปณฺณกํ วา โสตาปนฺโน ติฏฺฐนฺตุ สกฺกา ทส มาสา {๔๖.๖} อิธ มม สาวโก นว มาเส อฏฺฐ มาเส สตฺต มาเส ฉ มาเส ปญฺจ มาเส จตฺตาโร มาเส ตโย มาเส เทฺว มาเส เอกมาสํ อฑฺฒมาสํ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต ยถา มยานุสิฏฺฐํ ตถา ปฏิปชฺชมาโน สตํปิ วสฺสานิ สตํปิ วสฺสสตานิ สตํปิ วสฺสสหสฺสานิ เอกนฺตสุขปฏิสํเวที วิหเรยฺย โส จ ขฺวสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา อปณฺณกํ วา โสตาปนฺโน ติฏฺฐตุ สกฺกา อฑฺฒมาโส {๔๖.๗} อิธ มม สาวโก ทส รตฺตินฺทิเว อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต ยถา มยานุสิฏฺฐํ ตถา ปฏิปชฺชมาโน สตํปิ วสฺสานิ สตํปิ วสฺสสตานิ สตํปิ วสฺสสหสฺสานิ เอกนฺตสุขปฏิสํเวที วิหเรยฺย โส จ ขฺวสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา อปณฺณกํ วา โสตาปนฺโน ติฏฺฐนฺตุ สกฺกา ทส รตฺตินฺทิวา {๔๖.๘} อิธ มม สาวโก นว รตฺตินฺทิเว อฏฺฐ รตฺตินฺทิเว สตฺต รตฺตินฺทิเว ฉ รตฺตินฺทิเว ปญฺจ รตฺตินฺทิเว จตฺตาโร รตฺตินฺทิเว ตโย รตฺตินฺทิเว เทฺว รตฺตินฺทิเว เอกรตฺตินฺทิวํ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต ยถา มยานุสิฏฺฐํ ตถา ปฏิปชฺชมาโน สตํปิ วสฺสานิ สตํปิ วสฺสสตานิ สตํปิ วสฺสสหสฺสานิ เอกนฺตสุขปฏิสํเวที วิหเรยฺย โส จ ขฺวสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา อปณฺณกํ วา โสตาปนฺโน เตสํ โว สกฺกา อลาภา เตสํ ทุลฺลทฺธํ เย ตุเมฺห เอวํ โสกสภเย ชีวิเต มรณสภเย ชีวิเต อปฺเปกทา อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อุโปสถํ อุปวสถ อปฺเปกทา น อุปวสถาติ ฯ เอเต มยํ ภนฺเต อชฺชตคฺเค อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อุโปสถํ อุปวสิสฺสามาติ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย