This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

๘. มูลกสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

仅原文 · 不作诠释1 条1 个版本

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๑. สจิตตวรรค ๘. มูลกสูตร ๘. มูลกสูตร ว่าด้วยมูลเหตุแห่งธรรมทั้งหลาย

๕๘

ภิกษุทั้งหลาย ถ้าพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกถามอย่างนี้ว่า ‘ผู้มีอายุ ทั้งหลาย ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นมูล ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นต้นกำเนิด ธรรมทั้งปวง มีอะไรเป็นเหตุเกิด ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นที่ชุมนุม ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นประมุข ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นใหญ่ ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นยอดยิ่ง ธรรมทั้งปวงมีอะไร เป็นแก่น ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นที่หยั่งลง ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นที่สุด’ ภิกษุ ทั้งหลาย เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว จะตอบพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้น อย่างไร ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมของข้าพระองค์ ทั้งหลายมีพระผู้มีพระภาคเป็นหลัก มีพระผู้มีพระภาคเป็นผู้นำ มีพระผู้มีพระภาค เป็นที่พึ่ง ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานวโรกาส เฉพาะพระผู้มีพระภาคเท่านั้น ที่จะทรงอธิบายเนื้อความแห่งพระภาษิตนั้นให้แจ่มแจ้งได้ ภิกษุทั้งหลายฟังต่อจาก พระผู้มีพระภาคแล้วจักทรงจำไว้” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจ ให้ดี เราจักกล่าว” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ ตรัสเรื่องนี้ว่า ภิกษุทั้งหลาย ถ้าพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกถามอย่างนี้ว่า ‘ผู้มีอายุทั้งหลาย ๑. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นมูล ๒. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นต้นกำเนิด ๓. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นเหตุเกิด ๔. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นที่ชุมนุม ๕. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นประมุข ๖. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นใหญ่ ๗. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นยอดยิ่ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๑๒๕} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๑. สจิตตวรรค ๘. มูลกสูตร ๘. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นแก่น ๙. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นที่หยั่งลง ๑๐. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นที่สุด’ เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว ควรตอบพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้น อย่างนี้ว่า ‘ผู้มีอายุทั้งหลาย ๑. ธรรมทั้งปวงมีฉันทะเป็นมูล ๒. ธรรมทั้งปวงมีมนสิการเป็นต้นกำเนิด ๓. ธรรมทั้งปวงมีผัสสะเป็นเหตุเกิด ๔. ธรรมทั้งปวงมีเวทนาเป็นที่ชุมนุม ๕. ธรรมทั้งปวงมีสมาธิเป็นประมุข ๖. ธรรมทั้งปวงมีสติเป็นใหญ่ ๗. ธรรมทั้งปวงมีปัญญาเป็นยอดยิ่ง ๘. ธรรมทั้งปวงมีวิมุตติเป็นแก่น ๙. ธรรมทั้งปวงมีอมตะเป็นที่หยั่งลง ๑๐. ธรรมทั้งปวงมีนิพพานเป็นที่สุด’ ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว ควรตอบพวกอัญเดียรถีย์ ปริพาชกเหล่านั้นอย่างนี้แล มูลกสูตรที่ ๘ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๑๒๖}

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๘. มูลกสูตร