This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

โกกนุทสูตร

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๙๖พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต1 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต โกกนุทสูตร

๙๖

สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์ (อยู่ที่ตโปทาราม ใกล้พระนคร ราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์) ลุกขึ้นแล้วในเวลาใกล้รุ่งแห่งราตรี ได้ไปยังแม่น้ำตโปทาเพื่อสรงน้ำ ครั้นสรงน้ำที่แม่น้ำตโปทาแล้วกลับขึ้นมา มีจีวร ผืนเดียว ได้ยืนผึ่งตัวอยู่ แม้โกกนุทปริพาชกลุกขึ้นแล้วในเวลาใกล้รุ่งแห่งราตรี ได้ไปยังแม่น้ำตโปทาเพื่ออาบน้ำ โกกนุทปริพาชกได้เห็นท่านพระอานนท์เดินมา แต่ไกลเทียว ครั้นแล้วได้ถามท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอาวุโสใครอยู่ในที่นี้ ท่านพระอานนท์ตอบว่า ดูกรอาวุโส เราเป็นภิกษุ ฯ โก. ดูกรอาวุโส ภิกษุพวกไหน ฯ อา. ดูกรอาวุโส เราเป็นพวกสมณะศากยบุตร ฯ โก. ข้าพเจ้าพึงถามข้อข้องใจบางอย่างกะท่าน หากท่านจะให้โอกาส เพื่อแก้ปัญหา ฯ อา. เชิญท่านถามเถิด อาวุโส เราฟังแล้วจักกล่าวแก้ ฯ โก. ท่านผู้เจริญมีความเห็นอย่างนี้ว่า โลกเที่ยง สิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่าหรือหนอ ฯ อา. ดูกรอาวุโส เรามิได้มีความเห็นอย่างนั้น ฯ โก. ท่านผู้เจริญมีความเห็นอย่างนี้หรือว่า โลกไม่เที่ยง สิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่าหรือหนอ ฯ อา. ดูกรอาวุโส เรามิได้มีความเห็นอย่างนั้น ฯ โก. ท่านผู้เจริญมีความเห็นอย่างนี้ว่า โลกมีที่สุด ... โลกไม่มีที่สุด ... ชีพอันนั้น สรีระก็อันนั้น ... ชีพอย่างหนึ่ง สรีระก็อย่างหนึ่ง ... สัตว์เมื่อตาย แล้วย่อมเป็นอีก ... สัตว์เมื่อตายแล้วย่อมไม่เป็นอีก ... สัตว์เมื่อตายแล้วย่อมเป็น อีกก็มี ย่อมไม่เป็นอีกก็มี ... สัตว์เมื่อตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เป็น อีกก็หามิได้ สิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่าหรือหนอ ฯ อา. ดูกรอาวุโส เรามิได้มีความเห็นอย่างนั้น ฯ โก. ถ้าอย่างนั้น ท่านผู้เจริญย่อมไม่รู้ ไม่เห็นนะซิ ฯ อา. ดูกรอาวุโส เราไม่รู้ไม่เห็นหามิได้ เรารู้อยู่ เห็นอยู่ ฯ โก. ดูกรท่านผู้เจริญ ท่านถูกข้าพเจ้าถามว่า ท่านผู้เจริญมีความเห็น อย่างนี้หรือว่า โลกเที่ยง สิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่าหรือหนอ ก็กล่าวว่า ดูกรอาวุโส เรามิได้มีความเห็นอย่างนั้น เมื่อถูกถามว่า ท่านผู้เจริญมีความเห็น อย่างนี้หรือว่า โลกไม่เที่ยง สิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่าหรือหนอ ก็กล่าวว่า ดูกรอาวุโส เรามิได้มีความเห็นอย่างนั้น เมื่อถูกถามว่า ท่านผู้เจริญมีความเห็น อย่างนี้หรือว่า โลกมีที่สุด ... โลกไม่มีที่สุด ... ชีพอันนั้น สรีระก็อันนั้น ... ชีพอย่างหนึ่ง สรีระก็อย่างหนึ่ง ... สัตว์เมื่อตายแล้วย่อมเป็นอีก ... สัตว์เมื่อตาย แล้วย่อมไม่เป็นอีก ... สัตว์เมื่อตายแล้วย่อมเป็นอีกก็มี ย่อมไม่เป็นอีกก็มี ... สัตว์เมื่อตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้ สิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่าหรือหนอ ก็กล่าวว่า ดูกรอาวุโส เรามิได้มีเห็นอย่างนั้น เมื่อถูกถาม ว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านผู้เจริญย่อมไม่รู้ ไม่เห็นละซิ ก็กล่าวว่า ดูกรอาวุโส เรา ย่อมไม่รู้ ไม่เห็นหามิได้ เรารู้อยู่ เห็นอยู่ ดูกรอาวุโส ก็อรรถแห่งภาษิตนี้จะพึง เห็นได้อย่างไรเล่า ฯ อา. ดูกรอาวุโส ข้อนี้ว่า โลกเที่ยง สิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่า เป็นทิฐิอย่างหนึ่ง ข้อนี้ว่า โลกไม่เที่ยง สิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่า เป็นทิฐิ อย่างหนึ่ง ข้อนี้ว่า โลกมีที่สุด ... โลกไม่มีที่สุด ... ชีพอันนั้น สรีระก็อันนั้น ... ชีพอย่างหนึ่ง สรีระก็อย่างหนึ่ง ... สัตว์เมื่อตายแล้วย่อมเป็นอีก ... สัตว์เมื่อตาย แล้วย่อมไม่เป็นอีก ... สัตว์เมื่อตายแล้วย่อมเป็นอีกก็มี ย่อมไม่เป็นอีกก็มี ... สัตว์เมื่อตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้ สิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่า ก็เป็นทิฐิอย่างหนึ่ง ดูกรอาวุโส ทิฐิก็ดี เหตุที่ตั้งทิฐิก็ดี ที่ตั้งมั่น แห่งทิฐิก็ดี ที่ตั้งขึ้นโดยรอบแห่งทิฐิก็ดี ความเพิกถอนทิฐิก็ดี มีประมาณเท่าใด เราย่อมรู้ ย่อมเห็นทิฐิเป็นต้นนั้น มีประมาณเท่านั้น เรารู้ทิฐิเป็นต้นนั้น จึงกล่าว ว่า เรารู้อยู่ เราเห็นทิฐิเป็นต้นนั้น จึงกล่าวว่า เราเห็นอยู่ เราจะกล่าวว่า เราไม่รู้ ไม่เห็นอย่างไรได้ ดูกรอาวุโส เรารู้อยู่ เห็นอยู่ ฯ โก. ท่านผู้มีอายุชื่อไร และเพื่อนพรหมจารีทั้งหลายย่อมเรียกท่านผู้มี อายุว่าอย่างไร ฯ อา. ดูกรอาวุโส เรามีชื่อว่า อานนท์ และเพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย เรียกเราว่า อานนท์ ฯ โก. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าสนทนาอยู่กับท่านอาจารย์ผู้ใหญ่ ไม่รู้ เลยว่า เป็นท่านพระอานนท์ ก็ถ้าว่าข้าพเจ้าพึงรู้ว่านี้คือท่านพระอานนท์ไซร้ ข้าพเจ้าก็ไม่พึงกล่าวโต้ตอบถึงเท่านี้ ขอท่านพระอานนท์จงอดโทษแก่ข้าพเจ้า ด้วยเถิด ฯ จบสูตรที่ ๖

เอกํ สมยํ อายสฺมา อานนฺโท รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย เยน ตโปทา เตนุปสงฺกมิ คตฺตานิ ปริสิญฺจิตุํ ตโปทาย คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา เอกจีวโร อฏฺฐาสิ คตฺตานิ ปุพฺพาปยมาโน ฯ โกกนุโทปิ โข ปริพฺพาชโก รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย เยน ตโปทา เตนุปสงฺกมิ คตฺตานิ ปริสิญฺจิตุํ อทฺทสา โข โกกนุโท ปริพฺพาชโก อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ เกฺวตฺถ อาวุโสติ ฯ อหมาวุโส ภิกฺขูติ ฯ กตเม อาวุโส ภิกฺขูติ ฯ สมณา อาวุโส สกฺยปุตฺติยาติ ฯ ปุจฺเฉยฺยาม มยํ อายสฺมนฺตํ กิญฺจิเทว เทสํ สเจ อายสฺมา โอกาสํ กโรติ ปญฺหสฺส เวยฺยากรณายาติ ปุจฺฉาวุโส สุตฺวา เวทิสฺสามาติ กึ นุ โข โภ สสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ เอวํทิฏฺฐิโก ภวนฺติ ฯ น โข อหํ อาวุโส เอวํทิฏฺฐิโก สสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ ฯ {๙๖.๑} กึ นุ โข โภ อสสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ เอวํทิฏฺฐิโก ภวนฺติ ฯ น โข อหํ อาวุโส เอวํทิฏฺฐิโก อสสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ ฯ กึ นุ โข โภ อนฺตวา โลโก ... อนนฺตวา โลโก ... ตํ ชีวํ ตํ สรีรํ ... อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรํ ... โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา ... น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา ... โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา ... เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ เอวํทิฏฺฐิโก ภวนฺติ ฯ น โข อหํ อาวุโส เอวํทิฏฺฐิโก เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ ฯ เตนหิ ภวํ น ชานาติ น ปสฺสตีติ ฯ น โข อหํ อาวุโส น ชานามิ น ปสฺสามิ ชานามิหํ อาวุโส ปสฺสามีติ ฯ {๙๖.๒} กึ นุ โข โภ สสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ เอวํทิฏฺฐิโก ภวนฺติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น โข อหํ อาวุโส เอวํทิฏฺฐิโก สสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วเทสิ กึ นุ โข โภ อสสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ เอวํทิฏฺฐิโก ภวนฺติ ปุฏฺโฐ สมาโน น โข อหํ อาวุโส เอวํทิฏฺฐิโก อสสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วเทสิ กึ นุ โข โภ อนฺตวา โลโก ... อนนฺตวา โลโก ... ตํ ชีวํ ตํ สรีรํ ... อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรํ ... โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา ... น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา ... โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา ... เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ เอวํทิฏฺฐิโก ภวนฺติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น โข อหํ อาวุโส เอวํทิฏฺฐิโก เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ วเทสิ เตนหิ ภวํ น ชานาติ น ปสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น โข อหํ อาวุโส น ชานามิ น ปสฺสามิ ชานามหํ อาวุโส ปสฺสามีติ วเทสิ ฯ {๙๖.๓} ยถากถํ ปนาวุโส อิมสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพติ สสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ โข อาวุโส ทิฏฺฐิคตเมตํ อสสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ โข อาวุโส ทิฏฺฐิคตเมตํ อนฺตวา โลโก ... อนนฺตวา โลโก ... ตํ ชีวํ ตํ สรีรํ ... อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรํ ... โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา ... น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา ... โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา ... เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ โข อาวุโส ทิฏฺฐิคตเมตํ ยาวตา อาวุโส ทิฏฺฐิคตา ยาวตา ทิฏฺฐิฏฺฐานา อธิฏฺฐานํ ปริยุฏฺฐานํ สมุคฺฆาโต ตมหํ ชานามิ ตมหํ ปสฺสามิ ตมหํ ชานนฺโต ชานามีติ ตมหํ ปสฺสนฺโต ปสฺสามีติ กฺยาหํ วกฺขามิ น ชานามิ น ปสฺสามีติ ชานามหํ อาวุโส ปสฺสามีติ ฯ {๙๖.๔} โก นาม อายสฺมา กถญฺจ ปนายสฺมนฺตํ สพฺรหฺมจารี สญฺชานนฺตีติ ฯ อานนฺโทติ โข เม อาวุโส นามํ อานนฺโทติ จ ปน มํ สพฺรหฺมจารี สญฺชานนฺตีติ ฯ มหาจริเยน กิร โภ สทฺธึ มนฺตยมานา น ชานิมฺหา อายสฺมา อานนฺโทติ ฯ สเจ หิ มยํ สญฺชาเนยฺยาม อยมายสฺมา อานนฺโทติ เอตฺตกมฺปิ โน นปฺปฏิภาเสยฺย ขมตุ จ เม อายสฺมา อานนฺโทติ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

โกกนุทสูตร