๔. ปุปผวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๔. ปุปผวรรค ๑. ปัญจสตภิกขุวัตถุ ๔. ปุปผวรรค หมวดว่าด้วยดอกไม้ ๑. ปัญจสตภิกขุวัตถุ เรื่องภิกษุ ๕๐๐ รูป (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป ดังนี้)
ใครจักรู้แจ้งแผ่นดินนี้ ยมโลก และมนุษยโลกนี้ พร้อมทั้งเทวโลก ใครจักเลือกบทธรรม ที่ตถาคตแสดงไว้ดีแล้ว เหมือนช่างดอกไม้ผู้ชาญฉลาดเลือกเก็บดอกไม้ ฉะนั้น
พระเสขะ จักรู้แจ้งแผ่นดินนี้ ยมโลก และมนุษยโลกนี้ พร้อมทั้งเทวโลก พระเสขะจักเลือกบทธรรมที่ตถาคตแสดงไว้ดีแล้ว เหมือนช่างดอกไม้ผู้ชาญฉลาดเลือกเก็บดอกไม้ ฉะนั้น @เชิงอรรถ : @ แผ่นดิน ในที่นี้หมายถึงอัตภาพ (ขุ.ธ.อ. ๓/๒) @ ยมโลก หมายถึงอบายภูมิ ๔ (ขุ.ธ.อ. ๓/๒) @ บทธรรม หมายถึงโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ (ขุ.ธ.อ. ๓/๒) @ พระเสขะ หมายถึงพระอริยบุคคล ๗ จำพวก มีพระโสดาบัน เป็นต้น ผู้ศึกษาตามไตรสิกขา @คือ ศีล สมาธิ และปัญญา (ขุ.ธ.อ. ๓/๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๔. ปุปผวรรค ๓. วิฑูฑภวัตถุ ๒. มรีจิกัมมัฏฐานิกภิกขุวัตถุ เรื่องภิกษุผู้เจริญมรีจิกัมมัฏฐาน (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุผู้เจริญกัมมัฏฐานมีพยับแดดเป็นอารมณ์ ดังนี้)
ภิกษุผู้รู้แจ้งว่า ร่างกายนี้เปรียบเหมือนฟองน้ำ รู้ชัดว่า ร่างกายนี้มีลักษณะดุจพยับแดด ตัดพวงดอกไม้ของมาร ได้แล้ว ก็จะไปถึงสถานที่ที่มัจจุราชหาไม่พบ ๓. วิฑูฑภวัตถุ เรื่องเจ้าชายวิฑูฑภะ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)
มฤตยู ย่อมฉุดคร่านรชนผู้มีใจติดข้องอยู่ในอารมณ์ต่างๆ ผู้มัวแต่เลือกเก็บดอกไม้ อยู่ เหมือนห้วงน้ำใหญ่พัดพาเอาชาวบ้านที่หลับไหลไป ฉะนั้น @เชิงอรรถ : @ ชื่อว่า เหมือนฟองน้ำ เพราะจะดำรงอยู่ได้ไม่นาน @ชื่อว่า ดุจพยับแดด เพราะปรากฏในที่ไกลเหมือนเป็นรูปที่จะยึดถือจับต้องได้ แต่พอเข้าใกล้กลับว่างเปล่า @ยึดถือจับต้องไม่ได้เลย ดำรงอยู่ได้ชั่วกาลนิดหน่อย (ขุ.ธ.อ. ๓/๔) @ ตัดพวงดอกไม้ของมาร หมายถึงตัดวัฏฏะในภูมิ ๓ (กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ) ได้ด้วยอริยมรรค (ขุ.ธ.อ. ๓/๔) @ สถานที่มัจจุราชหาไม่พบ หมายถึงอมตนิพพาน (ขุ.ธ.อ. ๓/๔) @ มฤตยู หมายถึงความตาย (ขุ.ธ.อ. ๓/๒๕) @ ดอกไม้ ในที่นี้หมายถึงกามคุณ ๕ (ขุ.ธ.อ. ๓/๒๔-๒๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๔. ปุปผวรรค ๖. ปาฏิกาชีวกวัตถุ ๔. ปติปูชิกาวัตถุ เรื่องนางปติปูชิกา (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)
มฤตยูย่อมทำคนที่มีใจติดข้องอยู่ในอารมณ์ต่างๆ ผู้มัวแต่เลือกเก็บดอกไม้อยู่ ผู้ไม่อิ่มในกามทั้งหลาย ให้ตกอยู่ในอำนาจ ๕. มัจฉริโกสิยเสฏฐิวัตถุ เรื่องโกสิยเศรษฐีผู้ตระหนี่ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)
ภมรไม่ทำลายดอก สี และกลิ่น ดูดแต่น้ำหวานไป ฉันใด มุนีพึงเที่ยวไปในหมู่บ้าน ฉันนั้น ๖. ปาฏิกาชีวกวัตถุ เรื่องอาชีวกชื่อปาฏิกะ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่อุบาสิกาผู้รับใช้อาชีวกชื่อปาฏิกะ ดังนี้)
บุคคลไม่พึงใส่ใจถ้อยคำแสลงหูของคนอื่น ไม่พึงเพ่งเล็งกิจที่คนอื่นทำแล้วหรือยังไม่ได้ทำ แต่พึงตรวจดูกิจที่ตนทำแล้วและยังไม่ได้ทำเท่านั้น @เชิงอรรถ : @ ผู้ไม่อิ่มในกามทั้งหลาย หมายถึงผู้ไม่อิ่มในกิเลสกามและวัตถุกาม มุ่งแต่จะแสวงหา มุ่งแต่จะให้ได้มา @มุ่งแต่จะใช้สอย และมุ่งแต่จะสะสม (ขุ.ธ.อ. ๓/๒๙) @ ความหมายในคาถานี้คือ มุนีผู้เป็นทั้งพระเสขะและพระอเสขะเที่ยวบิณฑบาตในหมู่บ้านตามลำดับเรือน @รับเอาภิกษาหารโดยไม่ทำลายศรัทธาและทรัพย์ของชาวบ้าน ดุจหมู่ผึ้งที่บินเข้าไปในหมู่ไม้ดูดเอาแต่น้ำหวาน @ไม่ทำลายดอก สี และกลิ่นของต้นไม้ ในคาถานี้ ตรัสถึงคุณสมบัติของพระขีณาสพ (ขุ.ธ.อ. ๓/๓๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๔. ปุปผวรรค ๙. อานันทเถรวัตถุ ๗. ฉัตตปาณิอุปาสกวัตถุ เรื่องฉัตตปาณิอุบาสก (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระอานนทเถระ ดังนี้)
วาจาสุภาษิต ย่อมไม่มีผลแก่ผู้ไม่ทำตาม เหมือนดอกไม้งาม มีสีสวย (แต่) ไม่มีกลิ่น
วาจาสุภาษิต ย่อมมีผลแก่ผู้ทำตามด้วยดี เหมือนดอกไม้งาม มีทั้งสีและมีกลิ่น ฉะนั้น ๘. วิสาขาวัตถุ เรื่องนางวิสาขา (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)
สัตว์ผู้มีอันจะต้องตาย เมื่อเกิดมาแล้ว ควรสร้างกุศลไว้ให้มาก เหมือนช่างดอกไม้ร้อยพวงมาลัยไว้เป็นจำนวนมากจากกองดอกไม้ ฉะนั้น ๙. อานันทเถรวัตถุ เรื่องพระอานนทเถระ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระอานนทเถระ ดังนี้)
กลิ่นดอกไม้ลอยไปทวนลมไม่ได้ กลิ่นจันทน์ กลิ่นกฤษณา @เชิงอรรถ : @ วาจาสุภาษิต ในที่นี้หมายถึงพุทธพจน์ คือพระไตรปิฎก (ขุ.ธ.อ. ๒/๔๔) @ ผู้ไม่ทำตาม หมายถึงบุคคลผู้ไม่ตั้งใจประพฤติตามพระพุทธพจน์โดยเอื้อเฟื้อ กล่าวคือไม่ตั้งใจฟัง ทรงจำ @และนำมาปฏิบัติ ผลจึงไม่เกิดแก่ผู้นั้น (ขุ.ธ.อ. ๒/๔๔-๔๕) @ ดูเทียบ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๓๒๓-๓๒๔/๓๙๓ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๔. ปุปผวรรค ๑๑. โคธิกเถรวัตถุ หรือกลิ่นกระลำพักก็ลอยไปทวนลมไม่ได้ ส่วนกลิ่นของสัตบุรุษ ลอยไปทวนลมได้ เพราะสัตบุรุษขจรไปทั่วทุกทิศ
กลิ่นศีลยอดเยี่ยมกว่ากลิ่นหอมเหล่านี้ คือ กลิ่นจันทน์ กลิ่นกฤษณา กลิ่นดอกอุบล และกลิ่นดอกมะลิ ๑๐. มหากัสสปเถรวัตถุ เรื่องพระมหากัสสปเถระ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)
กลิ่นกฤษณา หรือกลิ่นจันทน์นี้ หอมเพียงเล็กน้อย แต่กลิ่นของท่านผู้มีศีล หอมมากที่สุด หอมฟุ้งไปทั่วทั้งเทวโลกและมนุษยโลก ๑๑. โคธิกเถรวัตถุ เรื่องพระโคธิกเถระ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)
มารย่อมไม่พบทางของท่านผู้มีศีลสมบูรณ์ ผู้อยู่ด้วยความไม่ประมาทเป็นปกติ ผู้หลุดพ้นแล้วเพราะรู้ชอบ @เชิงอรรถ : @ สัตบุรุษย่อมมีกลิ่นเกียรติคุณคือศีลแผ่ขจรไปทั่วทุกทิศ (ขุ.ธ.อ. ๓/๗๙-๘๐) @และดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๘๐/๓๐๕ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๕. พาลวรรค ๑. อัญญตรปุริสวัตถุ ๑๒. ครหทินนวัตถุ เรื่องนายครหทินน์ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่นายครหทินน์ และนายสิริคุตต์ ดังนี้)
ในกองขยะที่เขาทิ้งไว้ข้างทางใหญ่ ยังมีดอกบัวมีกลิ่นหอมรื่นรมย์ใจเกิดขึ้นมาได้ ฉันใด
ในหมู่ปุถุชนผู้มืดมนซึ่งเปรียบได้กับกองขยะ ก็ยังมีสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเจริญรุ่งเรืองอยู่ด้วยปัญญา ฉันนั้น ปุปผวรรคที่ ๔ จบ