๑๒. สัมปันนสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ๑๒. สัมปันนสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงเป็นผู้มีศีลสมบูรณ์ มี ปาติโมกข์สมบูรณ์ สำรวมแล้วด้วยปาติโมขสังวร ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร มีปรกติเห็นภัยในโทษมีประมาณน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลายเถิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเธอทั้งหลายมีศีลสมบูรณ์ มีปาติโมกข์สมบูรณ์ สำรวมแล้ว ด้วยปาติโมกขสังวร ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร มีปรกติเห็นภัยในโทษอันมี ประมาณน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย จะมีกิจอะไรที่เธอทั้งหลาย พึงกระทำให้ยิ่งขึ้นไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้อภิชฌา พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ ของภิกษุผู้เที่ยวไปอยู่ เป็นธรรมชาติปราศไปแล้ว อันภิกษุ ผู้เที่ยวไปอยู่ละวิจิกิจฉาได้แล้ว ปรารภความเพียรไม่ย่อหย่อน ตั้งสติไว้มั่น ไม่ หลงลืม กายระงับแล้ว ไม่ระส่ำระส่าย ตั้งจิตมั่น มีอารมณ์อันเดียว ภิกษุผู้ เที่ยวไปอยู่เป็นอยู่อย่างนี้ เรากล่าวว่า เป็นผู้มีความเพียร มีโอตตัปปะ ปรารภ ความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว ตลอดกาลเป็นนิตย์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้อภิชฌา พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะของภิกษุผู้ยืนอยู่ เป็นธรรมชาติปราศไปแล้ว... ถ้าแม้อภิชฌา พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ ของภิกษุผู้นั่งอยู่เป็น ธรรมชาติปราศไปแล้ว ... ถ้าแม้อภิชฌา พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ ของภิกษุผู้นอนอยู่ ตื่นอยู่ เป็นธรรมชาติปราศไปแล้ว อันภิกษุผู้นอนอยู่ ตื่นอยู่ ละวิจิกิจฉาได้แล้ว ปรารภความเพียร ไม่ย่อหย่อน ตั้งสติไว้มั่น ไม่หลงลืม กายระงับแล้ว ไม่ระส่ำระสาย ตั้งจิตไว้มั่น มีอารมณ์อันเดียว ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุแม้ผู้นอนอยู่ ตื่นอยู่เป็นอยู่แล้วอย่างนี้ เรากล่าวว่า เป็นผู้มีความเพียร มีโอตตัปปะ ปรารภความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว ตลอดกาลเป็นนิตย์ ฯ ภิกษุเพียรอยู่ พึงเดิน ยืน นั่ง นอน คู้เข้าเหยียดออก ซึ่งอวัยวะมีมือและเท้าเป็นต้นนี้ อนึ่งภิกษุพิจารณาโดยชอบ ซึ่งความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปแห่งธรรมขันธ์ในเบื้องบน เบื้องขวาง เบื้องต่ำ จนตลอดภูมิเป็นที่ไปแห่งสัตว์ผู้สัญจร ไปบนแผ่นดิน พระอริยเจ้าทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ได้กล่าวภิกษุผู้มีปรกติอยู่อย่างนั้น มีความเพียร มีความ ประพฤติสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน มีญาณทัศนวิสุทธิสมควรแก่ธรรม เป็นเครื่องสงบใจ ศึกษาอยู่ มีสติทุกเมื่ออย่างนั้นว่า เป็นผู้ มีใจเด็ดเดี่ยวตลอดกาลเป็นนิตย์ ฯ จบสูตรที่ ๑๒
๑๒ สมฺปนฺนสีลา ภิกฺขเว โหถ สมฺปนฺนปาติโมกฺขา ปาติโมกฺขสํวรสํวุตา วิหรถ อาจารโคจรสมฺปนฺนา อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวิโน สมาทาย สิกฺขถ สิกฺขาปเทสุ ฯ {๒๙๒.๑} สมฺปนฺนสีลานํ ภิกฺขเว ภวตํ สมฺปนฺนปาติโมกฺขานํ ปาติโมกฺขสํวรสํวุตานํ วิหรตํ อาจารโคจรสมฺปนฺนานํ อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวีนํ สมาทาย สิกฺขตํ สิกฺขาปเทสุ กิมสฺส ภิกฺขเว อุตฺตรึ กรณียํ จรโต เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อภิชฺฌา วิคตา โหติ พฺยาปาโท วิคโต โหติ ถีนมิทฺธํ วิคตํ โหติ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ วิคตํ โหติ วิจิกิจฺฉา ปหีนา โหติ อารทฺธวิริยํ โหติ อสลฺลีนํ อุปฏฺฐิตา สติ อปฺปมุฏฺฐา ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธ สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺคํ จรํปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจติ ฯ {๒๙๒.๒} ฐิตสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อภิชฺฌา วิคตา โหติ พฺยาปาโท วิคโต โหติ ถีนมิทฺธํ วิคตํ โหติ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ วิคตํ โหติ วิจิกิจฺฉา ปหีนา โหติ อารทฺธํ โหติ วิริยํ อสลฺลีนํ อุปฏฺฐิตา สติ อปฺปมุฏฺฐา ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธ สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺคํ ฐิโตปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจติ ฯ {๒๙๒.๓} นิสินฺนสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อภิชฺฌา วิคตา โหติ พฺยาปาโท วิคโต โหติ ถีนมิทฺธํ วิคตํ โหติ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ วิคตํ โหติ วิจิกิจฺฉา ปหีนา โหติ อารทฺธํ โหติ วิริยํ อสลฺลีนํ อุปฏฺฐิตา สติ อปฺปมุฏฺฐา ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธ สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺคํ นิสินฺโนปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริย ปหิตตฺโตติ วุจฺจติ ฯ {๒๙๒.๔} สยานสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ชาครสฺส อภิชฺฌา วิคตา โหติ พฺยาปาโท วิคโต โหติ ถีนมิทฺธํ วิคตํ โหติ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ วิคตํ โหติ วิจิกิจฺฉา ปหีนา โหติ อารทฺธํ โหติ วิริยํ อสลฺลีนํ อุปฏฺฐิตา สติ อปฺปมุฏฺฐา ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธ สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺคํ สยาโนปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ชาคโร เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจตีติ ฯ ยตํ จเร ยตํ ติฏฺเฐ ยตํ อจฺเฉ ยตํ สเย ยตํ สมฺมิญฺชเย ภิกฺขุ ยตเมนํ ปสารเย อุทฺธํ ติริยํ อปาจีนํ ยาวตา ชคโต คติ สมเวกฺขิตา จ ธมฺมานํ ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ เอวํ วิหาริมาตาปึ สนฺตวุตฺตึ อนุทฺธตํ เจโตสมถสามีจึ สิกฺขมานํ สทา สตํ สตตํ ปหิตตฺโตติ อาหุ ภิกฺขุํ ตถาวิธนฺติ ฯ ทฺวาทสมํ ฯ