This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

๙. กิงสีลสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

仅原文 · 不作诠释7 条1 个版本

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๙. กิงสีลสูตร ๙. กิงสีลสูตร ว่าด้วยการจะบรรลุประโยชน์สูงสุดต้องประพฤติเช่นไร

๓๒๗

(ท่านพระสารีบุตรทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้) นรชนมีปกติอย่างไร มีความประพฤติอย่างไร เพิ่มพูนการทำอะไรบ้าง จึงชื่อว่า พึงดำรงตนอยู่อย่างถูกต้อง และบรรลุประโยชน์สูงสุดได้

๓๒๘

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) นรชนควรเป็นผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ ไม่ริษยา และควรรู้จักกาลที่จะเข้าไปหาครูทั้งหลาย รู้จักขณะที่จะฟังธรรมีกถาที่ท่านกล่าว และตั้งใจฟังสุภาษิตอื่นๆ จากท่านโดยเคารพ

๓๒๙

ควรลดมานะ นบนอบอ่อนน้อม เข้าไปยังสำนักของครูตามเวลาเหมาะสม ตั้งใจระลึกถึงอรรถ ธรรม สังยมะ พรหมจรรย์ พร้อมทั้งยึดถือปฏิบัติตามนั้น

๓๓๐

ควรเป็นผู้พอใจธรรม ยินดีในธรรม ดำรงอยู่ในธรรม รู้จักพิจารณาธรรม ไม่ควรกล่าววาจาที่ประทุษร้ายธรรม ควรให้เวลาสิ้นไปกับสุภาษิตที่แท้ @เชิงอรรถ : @ ผู้ใหญ่ มี ๔ คือ (๑) ปัญญาวุฒ ผู้ใหญ่โดยปัญญา (๒) คุณวุฒ ผู้ใหญ่โดยคุณความดี (๓) ชาติวุฒ ผู้ใหญ่ @โดยชาติ (เกิดในชาติกำเนิดฐานะอันสูง) (๔) วัยวุฒ ผู้ใหญ่โดยวัยคือเกิดก่อน ในที่นี้หมายถึงปัญญาวุฒ @(ขุ.สุ.อ. ๒/๓๒๘/๑๔๗) @ สังยมะ หมายถึงศีล (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๒๙/๑๔๘) @ สุภาษิตที่แท้ หมายถึงสุภาษิตที่ประกอบด้วยสมถะและวิปัสสนา (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๐/๑๔๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๗๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๙. กิงสีลสูตร

๓๓๑

การละความสนุกรื่นเริง การพูดกระซิบ ความร่ำไรรำพัน ความโกรธง่าย การหลอกลวงเสแสร้งทำความดี ความยินดีในปัจจัย ความถือตัว การชิงดีชิงเด่น ความหยาบคาย และความหมกมุ่นอยู่ในกิเลสดุจน้ำฝาดย้อมใจ ควรเป็นผู้ปราศจากความมัวเมา ดำรงสติมั่นคงอยู่

๓๓๒

นรชนใดเป็นผู้ประพฤติรีบด่วน เป็นผู้ประมาท เพียงแต่รู้สุภาษิตอันเป็นสาระ และได้สดับสมาธิอันเป็นสาระในธรรมที่รู้เท่านั้น ปัญญาและสุตะย่อมไม่เจริญแก่นรชนนั้นเลย

๓๓๓

ส่วนนรชนผู้ยินดีในธรรม ที่พระอริยะประกาศแล้ว เป็นผู้ประเสริฐกว่าคนนอกนี้ ด้วยกาย วาจา และใจ ดำรงมั่นอยู่ในสันติ โสรัจจะ และสมาธิ จึงได้บรรลุถึงธรรมอันเป็นสาระแห่งสุตะและปัญญา กิงสีลสูตรที่ ๙ จบ @เชิงอรรถ : @ ประพฤติรีบด่วน ในที่นี้หมายถึงไม่พิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบ ตกไปในอำนาจกิเลสมีราคะเป็นต้น @(ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๒/๑๕๐) @ ความหมายในคาถานี้ คือ นรชนผู้ถูกราคะเป็นต้นครอบงำ ไม่พิจารณาไตร่ตรอง ประมาท ไม่บำเพ็ญ @เพียรอย่างต่อเนื่อง แม้จะได้รับโอวาท ฟังสุภาษิตมากมายก็ตาม แต่ปัญญาของเขาก็ไม่เจริญ เพราะไม่รู้ @ความหมาย และสุตะก็ไม่เจริญเพราะไม่มีการปฏิบัติตาม (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๒/๑๕๐) @ ธรรม ในที่นี้หมายถึงสมถวิปัสสนา (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๓/๑๕๑) @ สันติ หมายถึงนิพพาน โสรัจจะ หมายถึงมัคคปัญญาอันมีนิพพานเป็นอารมณ์ สมาธิ หมายถึงมัคคสมาธิ @(ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๓/๑๕๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๗๖}

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๙. กิงสีลสูตร