๑๓. สัมมาปริพพาชนิยสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต สัมมาปริพพาชนิยสูตรที่ ๑๓ พระพุทธนิมิตตรัสถามด้วยพระคาถาว่า
สุตฺตนิปาเต ทุติยสฺส จูฬวคฺคสฺส เตรสมํ สมฺมาปริพฺพาชนิยสุตฺตํ
เราขอถามมุนีผู้มีปัญญามาก ผู้ข้ามถึงฝั่ง ปรินิพพานแล้ว ดำรงตนมั่น ภิกษุนั้นบรรเทากามทั้งหลายแล้ว พึงเว้น รอบโดยชอบในโลกอย่างไร ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ภิกษุใด ถอนการถือความเกิด ความฝันและลักษณะว่า เป็นมงคลขึ้นได้แล้ว ภิกษุนั้นละมงคลอันเป็นโทษได้แล้ว พึงเว้นรอบโดยชอบในโลก ภิกษุพึงนำเสียซึ่งความกำหนัด ในกามทั้งหลาย ทั้งที่เป็นของมนุษย์ ทั้งที่เป็นของทิพย์ ภิกษุนั้นตรัสรู้ธรรมแล้ว ก้าวล่วงภพได้แล้ว พึงเว้นรอบ โดยชอบในโลก ภิกษุกำจัดคำส่อเสียดแล้ว พึงละความ โกรธ ความตระหนี่ ภิกษุนั้นละความยินดีและความ ยินร้ายได้แล้ว พึงเว้นรอบโดยชอบในโลก ภิกษุละสัตว์ และสังขารอันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รักแล้ว ไม่ถือมั่น อัน ตัณหาและทิฐิไม่อาศัยแล้วในภพไหนๆ หลุดพ้นแล้วจาก ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์ พึงเว้นรอบโดยชอบในโลก ภิกษุนั้น กำจัดเสียแล้วซึ่งความกำหนัดด้วยอำนาจแห่งความ พอใจในความยึดถือทั้งหลาย ย่อมไม่เห็นความเป็นสาระ ในอุปธิทั้งหลาย ภิกษุนั้นผู้อันตัณหาและทิฐิไม่อาศัยแล้ว อันใครๆ พึงนำไปไม่ได้ พึงเว้นรอบโดยชอบในโลก ภิกษุนั้นไม่ผิดพลาดด้วยวาจาใจและการงานแล้ว รู้แจ้ง แล้วซึ่งธรรมโดยชอบ ปรารถนาบทคือนิพพานอยู่ พึงเว้น รอบโดยชอบในโลก ภิกษุใดประสบอยู่ ไม่พึงยึดถือ ว่าเราแม้ถูกด่าก็ไม่พึงผูกโกรธ ได้โภชนะที่ผู้อื่นให้แล้ว ไม่พึงประมาทมัวเมา ภิกษุนั้นพึงเว้นรอบโดยชอบในโลก ภิกษุละความโลภและภพแล้ว งดเว้นจากการตัดและการ จองจำสัตว์อื่น ข้ามพ้นความสงสัย ไม่มีกิเลสดุจลูกศร พึงเว้นรอบโดยชอบในโลก ภิกษุรู้แจ้งความปฏิบัติอันสมควร แก่ตน และรู้แจ้งธรรมตามความเป็นจริงแล้ว ไม่พึงเบียด- เบียนสัตว์ไรๆ ในโลก พึงเว้นรอบโดยชอบในโลก ภิกษุ ใดไม่มีอนุสัย ถอนอกุศลมูลอะไรๆ ขึ้นได้แล้ว ภิกษุ นั้นไม่มีความหวัง ไม่มีตัณหา พึงเว้นรอบโดยชอบ ในโลก ภิกษุผู้สิ้นอาสวะ ละมานะได้แล้ว ก้าวล่วง ธรรมชาติอันเป็นทางแห่งราคะได้หมด ฝึกฝนตน ดับกิเลส ได้แล้ว มีจิตตั้งมั่น พึงเว้นรอบโดยชอบในโลก ภิกษุผู้ มีศรัทธาได้สดับแล้ว เห็นมรรค ไม่แล่นไปด้วยอำนาจ ทิฐิในสัตว์ทั้งหลายผู้ไปแล้วด้วยทิฐิ ภิกษุนั้นเป็นนักปราชญ์ กำจัดเสียซึ่งโลภะ โทสะ และปฏิฆะ พึงเว้นรอบ โดยชอบในโลก ภิกษุนั้นชนะกิเลสด้วยอรหัตมรรคอันหมด จดดี มีกิเลสดุจหลังคาเปิดแล้ว มีความชำนาญในธรรม ทั้งหลาย ถึงนิพพาน ไม่มีความหวั่นไหว ฉลาดในญาณ อันเป็นที่ดับสังขาร พึงเว้นรอบโดยชอบในโลก ภิกษุ ล่วงความกำหนดว่าเราว่าของเรา ในปัญจขันธ์ทั้งที่เป็นอดีต ทั้งที่เป็นอนาคต มีปัญญาบริสุทธิ์ก้าวล่วงทั้ง ๓ กาล หลุด พ้นแล้วจากอายตนะทั้งปวง พึงเว้นรอบโดยชอบในโลก ภิกษุผู้รู้บทแห่งสัจจะทั้งหลาย ตรัสรู้ธรรม เห็นการละ อาสวะทั้งหลายเป็นวิวฏะ (นิพพาน) ไม่ข้องอยู่ในภพไหนๆ เพราะความหมดสิ้นไปแห่งอุปธิทั้งปวง พึงเว้นรอบโดยชอบ ในโลก ฯ พระพุทธนิมิตตรัสพระคาถาว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้อนี้เป็นอย่างนั้นแน่แท้ทีเดียว ภิกษุ ใดมีปรกติอยู่อย่างนี้ ฝึกฝนตนแล้ว ล่วงธรรมเป็นที่ตั้ง แห่งสังโยชน์ทั้งปวง ภิกษุนั้นพึงเว้นรอบโดยชอบในโลก ฯ จบสัมมาปริพพาชนิยสูตรที่ ๑๓
|๓๓๑.๗๘๔| ๑๓ ปุจฺฉามิ มุนึ ปหูตปญฺญํ ติณฺณํ (ปารคตํ ) ปรินิพฺพุตํ ฐิตตฺตํ นิกฺขมฺม ฆรา ปนุชฺช กาเม กถํ (ภิกฺขุ) สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๘๕| ยสฺส มงฺคลา สมูหตา (ติ ภควา) อุปฺปาตา สุปินา จ ลกฺขณา จ ส มงฺคลโทสวิปฺปหีโน (ภิกฺขุ) สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๘๖| ราคํ วินเยถ มานุเสสุ ทิพฺเพสุ กาเมสุ จาปิ ภิกฺขุ อติกฺกมฺม ภวํ สเมจฺจ ธมฺมํ สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๘๗| วิปิฏฺฐิกตฺวา เปสุณานิ โกธํ กทริยํ ชเหยฺย ภิกฺขุ อนุโรธวิโรธวิปฺปหีโน สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๘๘| หิตฺวาน ปิยญฺจ อปฺปิยญฺจ อนุปาทาย อนิสฺสิโต กุหิญฺจิ สํโยชนิเยหิ วิปฺปมุตฺโต สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๘๙| น โส อุปธีสุ สารเมติ อาทาเนสุ วิเนยฺย ฉนฺทราคํ โส อนิสฺสิโต อนญฺญเนยฺโย สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๙๐| วจสา มนสา จ กมฺมุนา จ อวิรุทฺโธ สมฺมา วิทิตฺวา ธมฺมํ นิพฺพานปทาภิปตฺถยาโน สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๙๑| โย วนฺทติ มนฺติ น อุณฺณเมยฺย อกุฏฺโฐปิ น สนฺธิเยถ ภิกฺขุ ลทฺธา ปรโภชนํ น มชฺเช สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๙๒| โลภญฺจ ภวญฺจ วิปฺปหาย วิรโต เฉทนพนฺธนโต ภิกฺขุ โส ติณฺณกถงฺกโถ วิสลฺโล สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๙๓| สารุปฺปมตฺตโน วิทิตฺวา น จ ภิกฺขุ หึเสยฺย กญฺจิ โลเก ยถาตถํ ธมฺมํ วิทิตฺวา สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๙๔| ยสฺสานุสยา น สนฺติ เกจิ มูลา อกุสลา สมูหตา เส โส นิราสโส อนาสสาโน สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๙๕| อาสวขีโณ ปหีนมาโน สพฺพํ ราคปถํ อุปาติวตฺโต ทนฺโต ปรินิพฺพุโต ฐิตตฺโต สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๙๖| สทฺโธ สุตวา นิยามทสฺสี วคฺคคเตสุ น วคฺคสารี ธีโร โลภํ โทสํ วิเนยฺย ปฏิฆํ สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๙๗| สํสุทฺธชิโน วิวฏจฺฉโท ธมฺเมสุ วสี ปารคู อเนโช สงฺขารนิโรธญาณกุสโล สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๙๘| อตีเตสุ อนาคเตสุ จาปิ กปฺปาตีโต อติจฺจสุทฺธิปญฺโญ สพฺพายตเนหิ วิปฺปมุตฺโต สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๗๙๙| อญฺญาย ปทํ สเมจฺจ ธมฺมํ วิวฏํ ทิสฺวาน ปหานมาสวานํ สพฺพูปธีนํ ปริกฺขยา โน สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺย ฯ |๓๓๑.๘๐๐| อทฺธา หิ ภควา ตเถว เอตํ โย โส เอวํวิหาริ ทนฺโต ภิกฺขุ สพฺพสํโยชนิเย วีติวตฺโต สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺยาติ ฯ สมฺมาปริพฺพาชนิยสุตฺตํ เตรสมํ ฯ -----------