๘. ปสูรสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ปสูรสูตรที่ ๘
สุตฺตนิปาเต จตุตฺถสฺส อฏฺฐกวคฺคสฺส อฏฺฐมํ ปสูรสุตฺตํ
สมณพราหมณ์ผู้ประกอบด้วยทิฐิ ย่อมกล่าวว่า ความบริสุทธิ์ว่ามีอยู่ในธรรมนี้เท่านั้น ไม่กล่าวความบริสุทธิ์ ในธรรมเหล่าอื่น สมณพราหมณ์เป็นอันมาก กล่าวความดี งามในศาสดาของตนเป็นต้นที่ตนอาศัยแล้ว ถือมั่นอยู่ใน สัจจะเฉพาะอย่าง (มีคำว่าโลกเที่ยงเป็นต้น) สมณพราหมณ์ เจ้าทิฐิ ๒ พวกนั้น ประสงค์จะกล่าวโต้ตอบกัน เข้าไปสู่ บริษัทแล้ว ย่อมโต้เถียงกันและกันว่าเป็นคนเขลา สมณ- พราหมณ์เหล่านั้นต้องการแต่ความสรรเสริญ เป็นผู้มีความ สำคัญว่า เราทั้งหลายเป็นคนฉลาดอาศัยศาสดาของกันและ กันเป็นต้นแล้ว ย่อมกล่าวคำทะเลาะกัน บุคคลปรารถนาแต่ ความสรรเสริญ ขวนขวายหาถ้อยคำวิวาท กระทบกระเทียบ กันในท่ามกลางบริษัท แต่กลับเป็นผู้เก้อเขินในเพราะวาทะ อันผู้ตัดสินปัญหาไม่ทำให้เลื่อมใส บุคคลนั้นเป็นผู้แสวงหา โทษ ย่อมโกรธเพราะความนินทา ผู้พิจารณาปัญหาทั้งหลาย กล่าววาทะใดของบุคคลนั้นอันตนไม่ทำให้เลื่อมใสแล้วว่าเป็น วาทะเสื่อมสิ้น บุคคลผู้มีวาทะเสื่อมแล้วนั้น ย่อมคร่ำครวญ เศร้าโศก ทอดถอนใจว่า ท่านผู้นี้กล่าวสูงเกินเราไป ความ วิวาทเหล่านี้เกิดแล้วในพวกสมณะ ความกระทบกระทั่งกัน ย่อมมีในเพราะวาทะเหล่านี้ บุคคลเห็นโทษแม้นี้แล้ว พึง เว้นความทะเลาะกันเสีย ความสรรเสริญและลาภ ย่อมไม่มี เป็นอย่างอื่นไปเลย ก็หรือบุคคลนั้นกล่าววาทะในท่ามกลาง บริษัท เป็นผู้อันบุคคลสรรเสริญแล้วในเพราะทิฐินั้น ย่อม รื่นเริงใจสูงขึ้นเพราะต้องการชัยชนะและมานะนั้นได้ถึงความ ต้องการชัยชนะนั้นสมใจนึก การยกตนของบุคคลนั้น เป็น พื้นแห่งความกระทบกัน และบุคคลนั้นย่อมกล่าวถึงการ ถือตัวและการดูหมิ่นผู้อื่น บุคคลเห็นโทษแม้นี้แล้ว พึงเว้น ความทะเลาะกันเสีย ผู้ฉลาดทั้งหลาย ย่อมไม่กล่าวความ บริสุทธิ์ด้วยการทะเลาะกันนั้น บุคคลผู้เจ้าทิฐิปรารถนาพบ บุคคลเจ้าทิฐิผู้เป็นปฏิปักษ์กัน ย่อมคำราม เปรียบเหมือน ทหารผู้กล้าหาญ ซึ่งพระราชาทรงเลี้ยงแล้วด้วยราชขาทนียา- หาร ปรารถนาพบทหารผู้เป็นปฏิปักษ์กัน ย่อมคำราม ฉะนั้น ดูกรท่านผู้องอาจ บุคคลเจ้าทิฐิเป็นปฏิปักษ์ของท่านนั้น มีอยู่ ณ ที่ใด ท่านจงไป ณ ที่นั้นเถิด กิเลสชาติเพื่อการรบนี้ ไม่มีในกาลก่อนเลย (กิเลสชาตินั้นเราผู้ตถาคตละเสียแล้ว ณ ควงแห่งไม้โพธินั้นแล) สมณพราหมณ์เหล่าใดถือรั้น ทิฐิแล้ว ย่อมวิวาทกันและย่อมกล่าวว่า สิ่งนี้เท่านั้นจริง ท่านผู้กระทำความเป็นข้าศึกในวาทะ (ถ้อยคำ) ที่เกิดขึ้น จงกล่าวทุ่มเถียงกะสมณพราหมณ์เหล่านั้นเถิด พราหมณ์เหล่า นั้นไม่มีในที่นี้เลย ส่วนพระอรหันตขีณาสพทั้งหลาย กำจัด เสนา คือกิเลสให้พินาศแล้ว ไม่กระทำความเห็นให้ผิดไป จากความเห็น เที่ยวไปอยู่ ดูกรปสุระ ท่านจะได้สู้รบโต้ ตอบอะไร ในพระอรหันต์ผู้ไม่มีความยึดถือว่าสิ่งนี้ประเสริฐ ในโลกนี้ ถ้าท่านคิดถึงทิฐิทั้งหลายอยู่ด้วยใจ ถึงความตรึกไป ต่างๆ ถือเอาความเป็นคู่แข่งขันกับพระพุทธะผู้กำจัดกิเลส ได้แล้วไซร้ ท่านจะสามารถเพื่อถือเอาความเป็นคู่แข่งขันให้ สำเร็จไม่ได้เลย ฯ จบปสูรสูตรที่ ๘
|๔๑๕.๑๒๕๒| ๘ อิเธว สุทฺธี อิติ วาทยนฺติ นาญฺเญสุ ธมฺเมสุ วิสุทฺธิมาหุ ยํ นิสฺสิตา ตตฺถ สุภํ วทานา ปจฺเจกสจฺเจสุ ปุถู นิวิฏฺฐา ฯ |๔๑๕.๑๒๕๓| เต วาทกามา ปริสํ วิคยฺห พาลํ ทหนฺตี มิถุ อญฺญมญฺญํ วทนฺติ เต อญฺญสิตา กโถชฺชํ ปสํสกามา กุสลา วทานา ฯ |๔๑๕.๑๒๕๔| ยุตฺโต กถายํ ปริสาย มชฺเฌ ปสํสมิจฺฉํ วินิฆาติ โหติ อปาหตสฺมึ ปน มงฺกุ โหติ นินฺทาย โส กุปฺปติ รนฺธเมสี ฯ |๔๑๕.๑๒๕๕| ยมสฺส วาทํ ปริหีนมาหุ อปาหตํ ปญฺหวิมํสกาเส ปริเทวติ โสจติ หีนวาโท อุปจฺจคา มนฺติ อนุตฺถุนาติ ฯ |๔๑๕.๑๒๕๖| เอเต วิวาทา สมเณสุ ชาตา เอเตสุ อุคฺฆาติ นิคฺฆาติ โหติ เอตมฺปิ ทิสฺวา วิรเม กโถชฺชํ น หญฺญทตฺถตฺถิ ปสํสลาภา ฯ |๔๑๕.๑๒๕๗| ปสํสิโต วา ปน ตตฺถ โหติ อกฺขาย วาทํ ปริสาย มชฺเฌ โส หสฺสตี อุณฺณมติจฺจ เตน ปปฺปุยฺย ตํ อตฺถ ยถา มโน อหุ ฯ |๔๑๕.๑๒๕๘| ยา อุณฺณตี สาสฺส วิฆาตภูมิ มานาติมานํ วทเต ปเนโส เอตมฺปิ ทิสฺวา วิรเม กโถชฺชํ น เตน สุทฺธึ กุสลา วทนฺติ ฯ |๔๑๕.๑๒๕๙| สูโร ยถา ราชขาทาย ปุฏฺโฐ อภิคชฺชเมติ ปฏิสูรมิจฺฉํ เยเนว โส เตน ปเลหิ สูร ปุพฺเพว นตฺถี ยทิทํ ยุธาย ฯ |๔๑๕.๑๒๖๐| เย ทิฏฺฐิมุคฺคยฺห วิวาทยนฺติ อิทเมว สจฺจนฺติ จ วาทยนฺติ เต ตฺวํ วทสฺสุ น หิ เตธ อตฺถิ วาทมฺหิ ชาเต ปฏิเสนิกตฺตา ฯ |๔๑๕.๑๒๖๑| วิเสนิกตฺวา ปน เย จรนฺติ ทิฏฺฐีหิ ทิฏฺฐึ อวิรุชฺฌมานา เตสุ ตฺวํ กึ ลเภโถ ปสูร เยสีธ นตฺถี ปรมุคฺคหีตํ ฯ |๔๑๕.๑๒๖๒| อถ ตฺวํ ปวิตกฺกมาคมา มนสา ทิฏฺฐิคตานิ จินฺตยนฺโต โธเนน ยุคํ สมาคมา น หิ ตฺวํ สกฺขสิ สมฺปยาตเวติ ฯ ปสูรสุตฺตํ อฏฺฐมํ ฯ ------------