This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๑๓. อุพพรีเปตวัตถุ

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑๑๐พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา1 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๓. อุพพรีเปตวัตถุ ว่าด้วยดาบสถวายโอวาทแก่พระนางอุพพรี

๑๑๐

พระเจ้าพรหมทัตต์ผู้เป็นใหญ่ ได้เสวยราชสมบัติในแคว้นปัญจาลราช พระองค์เสด็จสวรรคตโดยกาลอันล่วงไปแห่งวัน และราตรีทั้งหลาย พระนางเจ้าอุพพรีมเหสีเสด็จไปยังพระเมรุมาศ แล้วทรงกรรแสงอยู่ เมื่อพระนางไม่เห็นพระเจ้าพรหมทัตต์ ก็กรรแสงว่า พรหมทัตต์ๆ ก็ดาบสผู้เป็นมุนีสมบูรณ์ด้วยจรณญาณ ได้มาที่พระนางอุพพรีประทับอยู่ นั้น ท่านได้ถามชนทั้งหลายที่มาประชุมกันในที่นั้นว่า นี่เป็นพระเมรุมาศ ของใครมีกลิ่นหอมต่างๆ ฟุ้งตลบไป หญิงนี้เป็นภรรยาของใคร เมื่อไม่ เห็นพระเจ้าพรหมทัตต์ผู้เป็นใหญ่ ซึ่งเสด็จไปแล้วไกลจากโลกนี้ คร่ำ- ครวญอยู่ว่า พรหมทัตต์ๆ ชนที่มาประชุมกันอยู่ในที่นั้น กล่าวตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญนี่เป็นพระเมรุมาศของพระเจ้าพรหมทัตต์ ข้าแต่ท่านผู้ นิรทุกข์ นี่เป็นพระเมรุมาศของพระเจ้าพรหมทัตต์ มีกลิ่นหอมฟุ้งตลบไป หญิงนี้เป็นพระมเหสีของท้าวเธอ เมื่อไม่เห็นพระเจ้าพรหมทัตต์พระราช- สวามี ซึ่งเสด็จไปไกลจากโลกนี้ ทรงพระกรรแสงอยู่ว่า พรหมทัตต์ๆ ดาบสจึงถามว่า พระราชามีพระนามว่าพรหมทัตต์ ถูกเผาในป่าช้านี้ ๘๖,๐๐๐ พระองค์ แล้ว บรรดาพระเจ้าพรหมทัตต์เหล่านั้น พระนางทรงกรรแสงถึงพระเจ้า พรหมทัตต์พระองค์ไหน? พระนางอุพพรีตรัสตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พระราชาพระองค์ใด เป็นพระราชโอรสของพระเจ้า- จุฬนี ทรงเป็นใหญ่อยู่ในแคว้นปัญจาลราช ดิฉันเศร้าโศกถึงพระราชา พระองค์นั้น ผู้เป็นพระราชสวามี ทรงประทานสิ่งของที่น่าใคร่ทุกอย่าง. ดาบสกล่าวว่า พระราชาทุกพระองค์ทรงพระนามว่า พรหมทัตต์เหมือนกันทั้งหมดเป็น พระราชโอรสของพระเจ้าจุฬนี เป็นใหญ่อยู่ในแคว้นปัญจาลราช พระนาง เป็นพระมเหสีของพระราชาเหล่านั้น ทั้งหมดโดยลำดับกันมา เหตุไร พระนางจึงเว้นพระราชาองค์ก่อนๆ มาทรงกรรแสงถึงแต่พระราชาองค์ หลังเล่า? พระนางอุพพรีตรัสตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ดิฉันเกิดเป็นแต่หญิงตลอดกาลนานเท่านั้นหรือ หรือเกิดเป็นบุรุษ ท่านพูดถึงแต่การที่ดิฉันเป็นหญิงในสงสารเป็นอันมาก. ดาบสตอบว่า บางคราวพระนางเกิดเป็นหญิง บางคราวก็เกิดเป็นบุรุษ บางคราวก็เข้าถึง กำเนิดปศุสัตว์ ที่สุดแห่งอัตภาพทั้งหลายอันเป็นอดีต ย่อมไม่ปรากฏ อย่างนี้. พระนางอุพพรีตรัสว่า ท่านดับความกระวนกระวายทั้งปวงของดิฉัน ผู้เร่าร้อนอยู่ให้หายเหมือน บุคคลดับไฟที่ราดน้ำมันด้วยน้ำ ฉะนั้น ท่านได้บรรเทาความโศกถึง พระสวามีของดิฉันผู้ถูกความโศกครอบงำแล้ว ถอนขึ้นแล้วหนอซึ่งลูกศร คือความโศกอันเสียบแทงที่หทัยของดิฉัน ข้าแต่ท่านผู้เป็นมหามุนี ดิฉัน เป็นผู้มีลูกศรคือ ความโศกอันท่านถอนขึ้นได้แล้ว เป็นผู้เย็นสงบแล้ว ดิฉันจะไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้อีกเพราะได้ฟังคำของท่าน. พระนางอุพพรี ฟังคำสุภาษิตของดาบสผู้เป็นสมณะนั้นแล้ว ถือบาตร และจีวรออกบวชเป็นบรรพชิต ครั้นออกบวชแล้วเจริญเมตตาจิต เพื่อเข้าถึงพรหมโลก พระนางอุพพรีนั้น เมื่อท่องเที่ยวไปสู่บ้านหนึ่ง จากบ้านหนึ่ง สู่นิคมและราชธานีทั้งหลาย ได้เสด็จสวรรคตที่บ้านอุรุเวลา พระนางเบื่อหน่ายความเป็นหญิง เจริญเมตตาจิตเพื่อบังเกิดในพรหมโลก จึงได้เป็นผู้เข้าถึงพรหมโลก. จบ อุพพรีเปตวัตถุที่ ๑๓. รวมเรื่องที่มีในอุพพรีวรรคนี้ คือ ๑. สังสารโมจกเปตวัตถุ ๒. สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ ๓. มัตตาเปติวัตถุ ๔. นันทาเปตวัตถุ ๕. มัฏฐกุณฑลีเปตวัตถุ ๖. กัณหเปตวัตถุ ๗. ธนปาลเปตวัตถุ ๘. จูฬเสฏฐี เปตวัตถุ ๙. อังกุรเปตวัตถุ ๑๐. อุตตรมาตุเปตวัตถุ ๑๑. สุตตเปตวัตถุ ๑๒. กรรณมุณฑ- *เปตวัตถุ ๑๓. อุพพรีเปตวัตถุ. จบอุพพรีวรรคที่ ๒. -----------------------------------------------------

|๑๑๐.๓๕๑| ๑๓ อหุ ราชา พฺรหฺมทตฺโต ปญฺจาลานํ รเถสโภ อโหรตฺตานมจฺจยา ราชา กาลมกฺรุพฺพถ ฯ |๑๑๐.๓๕๒| ตสฺส อาฬาหนํ คนฺตฺวา ภริยา กนฺทติ อุพฺพรี พฺรหฺมทตฺตํ อปสฺสนฺตี พฺรหฺมทตฺตาติ กนฺทติ ฯ |๑๑๐.๓๕๓| อิสิ จ ตตฺถ อาคจฺฉิ สมฺปนฺนจรณมุนิ โส จ ตตฺถ อปุจฺฉิตฺถ เย ตตฺถ สุ สมาคตา |๑๑๐.๓๕๔| กสฺส จิทํ อาฬาหนํ นานาคนฺธสเมริตํ กสฺสายํ กนฺทติ ภริยา อิโต ทูรคตํ ปตึ พฺรหฺมทตฺตํ อปสฺสนฺตี พฺรหฺมทตฺตาติ กนฺทติ ฯ |๑๑๐.๓๕๕| เต จ ตตฺถ วิยากํสุ เย ตตฺถ สุ สมาคตา พฺรหฺมทตฺตสฺส ภทนฺเต พฺรหฺมทตฺตสฺส มาริส |๑๑๐.๓๕๖| ตสฺส อิทํ อาฬาหนํ นานาคนฺธสเมริตํ ตสฺสายํ กนฺทติ ภริยา อิโต ทูรคตํ ปตึ พฺรหฺมทตฺตํ อปสฺสนฺตี พฺรหฺมทตฺตาติ กนฺทตีติ ฯ |๑๑๐.๓๕๗| ฉฬาสีติสหสฺสานิ พฺรหฺมทตฺตสฺส นามกา อิมสฺมึ อาฬาหเน ทฑฺฒา เตสํ กํ อนุโสจสีติ ฯ |๑๑๐.๓๕๘| โย ราชา จูฬนีปุตฺโต ปญฺจาลานํ รเถสโภ ตํ ภนฺเต อนุโสจามิ ภตฺตารํ สพฺพกามทนฺติ ฯ |๑๑๐.๓๕๙| สพฺเพวเหสุํ ราชาโน พฺรหฺมทตฺตสฺส นามกา สพฺเพว จูฬนีปุตฺตา ปญฺจาลานํ รเถสภา |๑๑๐.๓๖๐| สพฺเพสํ อนุปุพฺเพน มเหสิตฺตํ อการยิ กสฺมา ปุริมเก หิตฺวา ปจฺฉิมํ อนุโสจสีติ ฯ |๑๑๐.๓๖๑| อาตุเม อิตฺถิภูตาย ทีฆรตฺตาย มาริส ยสฺสา เม อิตฺถิภูตาย สํสาเร พหุ ภาสสีติ ฯ |๑๑๐.๓๖๒| อหุ อิตฺถี อหุ ปุริโส ปสุโยนึปิ อาคมา เอวเมตํ อตีตานํ ปริยนฺโต น ทิสฺสตีติ ฯ |๑๑๐.๓๖๓| อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ ฆตสิตฺตํว ปาวกํ วารินา วิย โอสิญฺจํ สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ |๑๑๐.๓๖๔| อพฺพูฬฺหิ วต เม สลฺลํ โสกํ หทยนิสฺสิตํ โย เม โสกปเรตาย ปติโสกํ อปานุทิ ฯ |๑๑๐.๓๖๕| สาหํ อพฺพูฬฺหสลฺลาสฺมิ สีติภูตาสฺมิ นิพฺพุตา น โสจามิ น โรทามิ ตว สุตฺวา มหามุนีติ ฯ |๑๑๐.๓๖๖| ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา สมณสฺส สุภาสิตํ ปตฺตจีวรมาทาย ปพฺพชิ อนคาริยํ |๑๑๐.๓๖๗| สา จ ปพฺพชิตา สนฺตา อคารสฺมา อนคาริยํ เมตฺตํ จิตฺตํ อภาเวสิ พฺรหฺมโลกุปปตฺติยา |๑๑๐.๓๖๘| คามา คามํ วิจรนฺตี นิคเม ราชธานิโย ฯ อุรุเวลํ นาม โส คาโม ยตฺถ กาลมกฺรุพฺพถ |๑๑๐.๓๖๙| เมตฺตจิตฺตํ อาภาเวตฺวา พฺรหฺมโลกุปปตฺติยา อิตฺถีจิตฺตํ วิราเชตฺวา พฺรหฺมโลกุปคา อหูติ ฯ อุพฺพรีเปตวตฺถุ เตรสมํ ฯ อุทฺทานํ ฯ ปณฺฑุมาตา ปติยา จ นนฺทิ กุณฺฑลินา ฆโต เทฺวเสฏฺฐี ตนฺตวาโย วิหารสุตฺตโสวานอุพฺพรีติ ฯ อุพฺพรีวคฺโค ทุติโย ฯ -------------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๑๓. อุพพรีเปตวัตถุ