๑๑. ปฐมปติพพตาวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๑๑. ปฐมปติพพตาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ซื่อสัตย์ต่อสามี เรื่องที่ ๑ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
เหล่านกกระเรียน นกยูง หงส์ นกดุเหว่าดำและนกดุเหว่าขาว ล้วนเป็นทิพย์ ชุมนุมกันส่งเสียงไพเราะอยู่รอบวิมานนี้ ซึ่งดารดาษด้วยบุบผชาติ น่ารื่นรมย์ ช่างงามเหลือเกิน ทั้งเทพบุตรและเทพธิดาเวียนกันมาชมไม่ขาดสาย
เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เธอแสดงฤทธิ์ได้หลากหลาย อยู่ในวิมานนั้น อนึ่ง เทพอัปสรเหล่านี้ก็ฟ้อนรำขับร้อง ให้ความบันเทิงอยู่รอบๆ เธอ
เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ จึงได้สำเร็จเป็นเทพธิดาผู้มีฤทธิ์ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๑. ปีฐวรรค ๑๒. ทุติยปติพพตาวิมาน
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมตามที่พระเถระถามว่า
เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นผู้ซื่อสัตย์ ไม่นอกใจสามี คอยถนอมน้ำใจ เหมือนมารดาถนอมบุตร ถึงแม้จะโกรธก็ไม่กล่าวคำหยาบคาย
ดำรงมั่นอยู่ในความสัตย์ ละเว้นการพูดเท็จ ยินดีในการให้ทาน ชอบอุทิศตนช่วยเหลือผู้อื่น มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำ เป็นทานอย่างเหลือเฟือโดยเคารพ
เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน
ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ ปฐมปติพพตาวิมานที่ ๑๑ จบ