๕. ภัททิตถิกาวิมาน
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๕. ภัททิตถิกาวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในภัททิตถิกาวิมาน
พระผู้มีพระภาคตรัสถามถึงบุรพกรรมที่นางภัททาเทพธิดานั้นได้กระทำไว้ ว่าท่านผู้มีกายอันมีรัศมีสีสรรต่างๆ บ้างเขียว บ้างเหลือง บ้างดำ หงสบาท และแดง แวดล้อมด้วยกลีบเกสรดอกไม้ มีเกศเกล้าอันแพรวพราวด้วย พวงมณฑาทิพย์ ดูกรนางผู้มีปัญญาดี ต้นไม้เหล่านี้ย่อมไม่มีในหมู่เทวดา เหล่าอื่น ดูกรนางผู้เลอยศ ท่านได้บังเกิดในหมู่เทวดาชั้นดาวดึงส์ เพราะ กรรมอะไร ดูกรนางเทพธิดา ขอท่านจงแถลงข้อที่เราถาม ผลเช่นนี้แห่ง กรรมอะไร? นางเทพธิดา เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสถามอย่างนี้แล้ว จึงกราบทูลพยากรณ์ด้วยคาถา เหล่านี้ว่า หม่อมฉันเป็นอุบาสิกาอยู่ในกิมพิลนคร ชนทั้งหลายรู้จักหม่อมฉันชื่อ ว่า ภัททิตถิกา หม่อมฉันเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศรัทธา และศีล ยินดีใน การจำแนกทานทุกเมื่อ มีจิตอันผ่องใส ได้ถวายผ้านุ่งห่ม ภัตตาหาร เสนาสนะ และประทีปพร้อมด้วยเครื่องอุปกรณ์ ในพระอริยเจ้าผู้ปฏิบัติ ซื่อตรง หม่อมฉันได้เข้ารักษาอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการใน ดิถีที่ ๑๔-๑๕ และดิถีที่ ๘ ของปักษ์ ตลอดปาฏิหาริยปักษ์ เป็น ผู้สำรวมแล้วด้วยดีในศีลทุกเมื่อ คือ งดเว้นจากปาณาติบาต เป็นผู้เว้น ขาดจากการถือเอาสิ่งของของผู้อื่นด้วยไถยจิต จากการประพฤติผิดในกาม สำรวมจากมุสาวาท และจากการดื่มน้ำเมา เป็นผู้ยินดีในสิกขาบททั้ง ๕ และเป็นผู้ฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระพุทธเจ้าผู้มีพระสมันต- จักษุ มีปกติเป็นอยู่ด้วยความไม่ประมาท หม่อมฉันได้บำเพ็ญสุจริต ธรรมความชอบสำเร็จแล้ว จุติจากมนุษยโลกนั้นแล้ว เป็นนางเทพธิดา ผู้มีรัศมีกายอันรุ่งโรจน์ เที่ยวเชยชมอยู่ในสวนนันทวัน อนึ่ง หม่อมฉัน ได้เลี้ยงดูท่านภิกษุผู้เป็นอัครสาวกทั้งสอง ผู้อนุเคราะห์ชาวโลกด้วย ประโยชน์เกื้อกูลอย่างยิ่ง ผู้เพรียบพร้อมด้วยตบะธรรม เป็นจอมปราชญ์ และได้บำเพ็ญสุจริตธรรมความชอบไว้มาก ครั้นจุติจากมนุษยโลกนั้น แล้ว ได้บังเกิดเป็นเทพธิดา ผู้มีรัศมีกายอันสว่างไสว เที่ยวเชยชม อยู่ในสวนนันทวัน หม่อมฉันได้เข้ารักษาอุโบสถ อันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ มีคุณอันกำหนดมิได้ นำมาซึ่งความสุขเนืองนิตย์ และได้ สร้างกุศลธรรมความชอบไว้บริบูรณ์แล้ว ครั้นจุติจากมนุษยโลกนั้นแล้ว ได้บังเกิดเป็นนางเทพธิดาผู้มีรัศมีกายอันรุ่งเรือง เที่ยวเชยชมอยู่ในเทพ อุทยานนันทวัน. จบ ภัททิตถิกาวิมานที่ ๕.
|๒๒.๒๐๗| ๕ นีลา ปีตา จ กาฬา จ มญฺชิฏฺฐา อถ โลหิตา อุจฺจาวจานํ วณฺณานํ กิญฺชกฺขปริวาริตา |๒๒.๒๐๘| มนฺทารวานํ ปุปฺผานํ มาลํ ธาเรสิ มุทฺธนิ นยิเม อญฺเญสุ กาเยสุ รุกฺขา สนฺติ สุเมธเส |๒๒.๒๐๙| เกน กายํ อุปปนฺนา ตาวตึสํ ยสสฺสินี เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ (อิติ) ฯ |๒๒.๒๑๐| ภทฺทิตฺถิกาติ มํ อญฺญึสุ กิมฺพิลายํ อุปาสิกา สทฺธาสีเลน สมฺปนฺนา สํวิภาครตา สทา |๒๒.๒๑๑| อจฺฉาทนญฺจ ภตฺตญฺจ เสนาสนํ ปทีปิยํ อทาสึ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา |๒๒.๒๑๒| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ อุโปสถํ อุปวสึ สทา สีเล สุสํวุตา |๒๒.๒๑๓| ปาณาติปาตา วิรตา มุสาวาทา จ สญฺญตา เถยฺยา จ อติจารา จ มชฺชปานา จ อารกา |๒๒.๒๑๔| ปญฺจสิกฺขาปเท รตา อริยสจฺจาน โกวิทา อุปาสิกา จกฺขุมโต อปฺปมาทวิหารินี กตาวกาสา กตกุสลา ตโต จุตา สยมฺปภา อนุวิจรามิ นนฺทนํ |๒๒.๒๑๕| ภิกฺขู จาหํ ปรมหิตานุกมฺปเก อโภชยึ ตปสฺสิยุคํ มหามุนึ กตาวกาสา กตกุสลา ตโต จุตา สยมฺปภา อนุวิจรามิ นนฺทนํ |๒๒.๒๑๖| อฏฺฐงฺคิกํ อปริมิตํ สุขาวหํ อุโปสถํ สตฺตตมุปาวสึ อหํ กตาวกาสา กตกุสลา ตโต จุตา สยมฺปภา อนุวิจรามิ นนฺทนนฺติ ฯ ภทฺทิตฺถิกาวิมานํ ปญฺจมํ ฯ