๓. ปัลลังกวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๓. ปัลลังกวิมาน ว่าด้วยวิมานที่มีบัลลังก์สวยงามเกิดแก่หญิงผู้ประพฤติธรรม (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดานั้นด้วยคาถาว่า)
เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เธอแสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้หลายรูปแบบ อยู่บนบัลลังก์วิมานอันเลอเลิศ น่านอน โอ่โถง วิจิตรด้วยแก้วมณีและทองคำ เรี่ยรายด้วยดอกไม้
อนึ่ง รอบข้างเธอมีเทพอัปสรเหล่านี้ฟ้อนรำขับร้องให้บันเทิงใจ อยู่เสมอ เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญอะไรไว้ จึงได้สำเร็จเป็นเทพธิดาผู้มีฤทธิ์ เพราะบุญอะไร เธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ (เทพธิดาตอบว่า)
เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นลูกสะใภ้ในตระกูลที่มั่งคั่งตระกูลหนึ่ง มีนิสัยไม่มักโกรธ ปฏิบัติตามคำสั่งของสามีเสมอ ไม่ประมาทในการรักษาอุโบสถศีล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๓. ปาริจฉัตตวรรค ๓. ปัลลังกวิมาน
เมื่อดิฉันเป็นมนุษย์ยังสาวอยู่ ไม่ประพฤติใฝ่ต่ำ มีใจดี ทำตัวให้สามีโปรดปราน ชาติก่อนดิฉันมีความประพฤติเป็นที่น่าพอใจ ทั้งวันและคืน เป็นคนมีศีล
ได้บำเพ็ญสิกขาบททั้งหลายอย่างครบถ้วน คืองดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ มีการงานทางกายบริสุทธิ์ ประพฤติพรหมจรรย์ได้บริสุทธิ์ สะอาด ไม่กล่าวเท็จ และไม่ดื่มน้ำเมา
มีใจเลื่อมใส ประพฤติตามธรรม ปลาบปลื้มใจ เข้าจำอุโบสถศีลซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ ทุกวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำและ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์
ครั้นสมาทานกุศลธรรมอันประเสริฐ ที่ประกอบด้วยองค์ ๘ อันสูงสุด มีสุขเป็นอานิสงส์เช่นนี้แล้ว ดิฉันเป็นคนดี ปฏิบัติตามคำสั่งของสามีเสมอ เป็นสาวิกาของพระสุคตมาก่อน
ครั้นทำกุศลกรรมเช่นนี้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ตายแล้วมาสู่สวรรค์ มีส่วนได้เสวยทิพยสมบัติอันวิเศษ จึงได้สำเร็จเป็นเทพธิดาผู้มีฤทธิ์ในอภิสัมปรายภพ
ดิฉันมีหมู่เทพอัปสรห้อมล้อม มีรัศมีในตัวเอง บันเทิงใจอยู่ในวิมานปราสาทที่ยอดเยี่ยมน่ารื่นรมย์ใจ หมู่เทพและเทพธิดาพากันมาชื่นชมดิฉัน ผู้มีอายุยืนซึ่งมายังเทพวิมานนี้ ปัลลังกวิมานที่ ๓ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๐}