๑. ภูตเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๙. นวกนิบาต] ๑. ภูตเถรคาถา ๙. นวกนิบาต ๑. ภูตเถรคาถา ภาษิตของพระภูตเถระ (พระภูตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
เมื่อใด บัณฑิตกำหนดรู้ทุกข์ว่า ชราและมรณะเป็นทุกข์ที่ปุถุชนทั้งหลาย ผู้ติดอยู่ในเบญจขันธ์ไม่รู้แจ้ง เป็นผู้มีสติ เข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐยิ่งกว่า ความยินดีในวิปัสสนา มรรคและผลนั้น
เมื่อใด บัณฑิตละตัณหาที่ซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ อันนำทุกข์มาให้ นำทุกข์อันเกิดเพราะความต่อเนื่องแห่งปปัญจธรรม มีสติ เข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีวิปัสสนา มรรค และผลนั้น
เมื่อใด บัณฑิตสัมผัสทางอันสูงสุด ปลอดโปร่ง ที่ให้ลุถึงมรรคมีองค์ ๘ เป็นที่ชำระกิเลสได้หมด ด้วยปัญญา มีสติ เข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในวิปัสสนามรรคและผลนั้น @เชิงอรรถ : @ ธรรมเครื่องเนิ่นช้า หมายถึงธรรมที่ทำการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลายให้ยึดยาวออกไป ซึ่งได้แก่ @ราคะ ความกำหนัด มานะ ความถือตัวเป็นต้น (ขุ.เถร.อ. ๒/๕๑๙/๑๘๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๒๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๙. นวกนิบาต] ๑. ภูตเถรคาถา
เมื่อใด บัณฑิตเจริญสันตบท ซึ่งไม่มีความเศร้าโศก ปราศจากกิเลสดุจธุลี อันปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ เป็นที่ชำระกิเลสได้หมด ตัดกิเลสเครื่องผูกพันคือสังโยชน์ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในวิปัสสนา มรรค และผลนั้น
เมื่อใด กลองคือเมฆพรั่งพรูไปด้วยสายฝน คำรามอยู่ในท้องฟ้า ซึ่งเป็นทางไปของฝูงนกโดยรอบ และภิกษุผู้อยู่ประจำเงื้อมภูเขา ยังเข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ก็ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น
เมื่อใด บัณฑิตมีจิตเบิกบาน นั่งเข้าฌานอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำทั้งหลาย ซึ่งดารดาษไปด้วยดอกโกสุม มีดอกไม้ป่าเป็นช่อสวยงาม เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น
เมื่อใด มีฝนฟ้าร้องในเวลากลางคืน ฝูงสัตว์ที่มีเขี้ยวงาก็พากันยินดีในป่าใหญ่ที่สงัด และภิกษุผู้อยู่ประจำเงื้อมภูเขา เข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ก็ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น
เมื่อใด ภิกษุกำจัดวิตกทั้งหลายของตนได้ เข้าถ้ำภายในภูเขา ปราศจากความกระวนกระวายใจ ปราศจากกิเลสที่ตรึงใจโดยสิ้นเชิง เข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น @เชิงอรรถ : @ นิพพาน (ขุ.เถร.อ. ๒/๕๒๑/๑๘๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๓๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๙. นวกนิบาต] รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาต
เมื่อใด ภิกษุมีความสุข กำจัดกิเลสที่เป็นมลทินที่ตรึงใจและความโศกได้ ไม่มีกลอนประตูคืออวิชชา ไม่มีป่าคือตัณหา ปราศจากลูกศรคือกิเลส ทั้งทำอาสวะให้สิ้นไปได้หมด เข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น นวกนิบาต จบ รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาตนี้ คือ ๑. พระภูตเถระที่เห็นธรรมโดยถ่องแท้ เป็นดุจนอแรดรูปเดียว และในนวกนิบาต มี ๙ คาถา ฉะนี้แล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๓๑}