๕. กัปปเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๐. ทสกนิบาต] ๕. กัปปเถรคาถา ๕. กัปปเถรคาถา ภาษิตของพระกัปปเถระ (พระศาสดาตรัสอสุภกถาสอนพระเจ้ากัปปะนั้นด้วยพระคาถาเหล่านี้ว่า)
ร่างกายนี้เต็มไปด้วยของโสโครกและมลทินต่างๆ มีหลุมคูถใหญ่เป็นที่เกิด เป็นดุจบ่อน้ำครำที่มีมานาน เป็นดุจฝีใหญ่ เป็นดุจแผลใหญ่
เป็นกายเต็มไปด้วยหนองและเลือด เต็มไปด้วยหลุมคูถ มีน้ำไหลออกเป็นนิตย์ หลั่งของเน่าเสียออกอยู่ประจำ
มีเส้นเอ็นใหญ่ ๖๐ เส้นรัดรึงไว้ มีเครื่องฉาบทาคือเนื้อฉาบทาไว้ มีเสื้อคือหนังหุ้มห่อไว้ เป็นกายเปื่อยเน่า ไม่มีประโยชน์
เชื่อมต่อไว้ด้วยโครงกระดูก เกี่ยวร้อยไว้ด้วยด้ายคือเส้นเอ็น ผลัดเปลี่ยนอิริยาบถได้ เพราะมีมหาภูตรูป ๔ ชีวิตินทรีย์ ลมอัสสาสะ ปัสสาสะ และวิญญาณเป็นต้นเกี่ยวเนื่องกัน
นรชนผู้มีจิตเป็นไปตามความปรารถนา ดำเนินไปสู่ความตายอย่างแน่นอน อยู่ใกล้มัจจุราช ละทิ้งร่างกายไว้ในโลกนี้เอง
ร่างกายที่ถูกอวิชชาหุ้มห่อไว้ ถูกกิเลสเครื่องร้อยรัด ๔ อย่างร้อยรัดไว้ เป็นกายจมลงในห้วงน้ำคือกิเลส ถูกข่ายคืออนุสัยกิเลสปกคลุมไว้ @เชิงอรรถ : @ ลมหายใจออกหายใจเข้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๓๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๐. ทสกนิบาต] ๖. วังคันตปุตตอุปเสนคาถา
ประกอบด้วยนิวรณ์ ๕ เพียบพร้อมด้วยวิตก ถูกรากเหง้าแห่งภพคือตัณหารัดรึง ถูกเครื่องปิดบังคือโมหะปิดบังไว้
ร่างกายนี้ถูกเครื่องหมุนคือกรรมให้หมุนไป จึงหมุนไปอย่างนี้ สมบัติ(ที่มีอยู่ในร่างกายนี้)มีวิบัติเป็นที่สุด ย่อมมีความพลัดพรากกันเป็นธรรมดา
เหล่าปุถุชนผู้โง่เขลาซึ่งยึดถือร่างกายนี้ว่าเป็นของเรา ย่อมทำสังสารวัฏที่น่ากลัวให้เจริญ ทั้งยึดภพใหม่ไว้
เหล่ากุลบุตรผู้เป็นบัณฑิตซึ่งละร่างกายที่น่ารังเกียจนี้ คลายอวิชชา และภวตัณหาซึ่งเป็นรากเหง้าแห่งภพได้แล้ว จักปรินิพพานอย่างไม่มีอาสวะ เหมือนคนที่ต้องการความสุขอยากมีชีวิตอยู่ เห็นอสรพิษตัวเปื้อนคูถแล้วก็หลีกหนีไปฉะนั้น