สังกิจจเถรคาถา
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรคาถา เอกาทสกนิบาต ๑. สังกิจจเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระสังกิจจเถระ อุบาสกคนหนึ่ง ได้วอนขอให้กิจจสามเณรอยู่ในวิหารแห่งหนึ่งด้วยคาถาว่า
เถรคาถาย เอกาทสกนิปาโต
ดูกรพ่อสามเณร จะมีประโยชน์อะไรในป่า ภูเขาชื่ออุชชุหานะ เป็น ที่ไม่สบายในฤดูฝน เพราะฉะนั้น ภูเขาอุชชุหานะจะมีประโยชน์ อะไรแก่ท่าน ลมหัวด้วนพัดมาอยู่ ท่านพอใจหรือ เพราะ ความเงียบสงัดเป็นที่ต้องการของผู้เจริญฌาน. สังกิจจสามเณรตอบว่า ลมหัวด้วนในฤดูฝนย่อมพัดผันเอาวลาหกไปฉันใด สัญญาอันประกอบ ด้วยวิเวก ย่อมคร่าเอาจิตของอาตมามาสู่ความสงัด ก็ฉันนั้น กาย คตาสติกัมมัฏฐาน อันประกอบด้วยความคลายกำหนัดในร่างกาย ย่อม เกิดขึ้นแก่อาตมาทันที เหมือนกาอันเป็นสัตว์เกิดแต่ฟองไข่มีสีดำ เที่ยวอาศัยอยู่ในป่าช้า ฉะนั้น บุคคลเหล่าอื่น ย่อมไม่รักษาบรรพชิต และบรรพชิตก็ไม่รักษาคนเหล่าอื่น ภิกษุนั้นแลเป็นผู้ไม่ห่วงใยในกาม ทั้งหลาย ย่อมอยู่เป็นสุข แอ่งศิลา ซึ่งมีน้ำใส ประกอบด้วยหมู่ชะนี และค่างดารดาษไปด้วยสาหร่าย ย่อมยังอาตมาให้ยินดี การที่อาตมาอยู่ ในเสนาสนะป่า คือ ซอกเขาและถ้ำอันเป็นที่สงัด เป็นที่ซ่องเสพอาศัย แห่งมวลมฤค ย่อมทำให้อาตมายินดี อาตมาไม่เคยรู้สึกถึงความดำริอันไม่ ประเสริฐ ประกอบด้วยโทษเลยว่า ขอสัตว์เหล่านี้จงถูกเบียดเบียน จง ถูกฆ่า จงได้รับทุกข์ อาตมาได้ทำความคุ้นเคยกับพระศาสดาแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า อาตมาทำเสร็จแล้ว อาตมาปลงภาระอันหนัก ลงแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพแล้ว บรรลุถึงประโยชน์ที่กุลบุตร ออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธาต้องการแล้ว ถึงความสิ้นไปแห่ง สังโยชน์ทั้งปวงแล้ว อาตมาไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิดเพลินความ เป็นอยู่ และรอเวลาอยู่ เหมือนลูกจ้างรอให้สิ้นเวลาทำงาน ฉะนั้น อาตมาไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิดเพลินความเป็นอยู่ และเป็นผู้มี สติสัมปชัญญะ รอเวลาตายอยู่ ในเอกาทสนิบาตนี้ พระสังกิจจเถระองค์ เดียวเท่านั้น ผู้เสร็จกิจแล้ว หมดอาสวะ ได้ภาษิตคาถาไว้ ๑๑ คาถา ถ้วนฉะนี้แล. จบ เอกาทสกนิบาต -----------------------------------------------------
|๓๗๗.๕๙๗| ๑ กินฺตวตฺโถ วเน ตาต อุชฺชุหาโนว ปาวุเส เวรมฺพา รมณียา เต ปวิเวโก หิ ฌายินํ ฯ |๓๗๗.๕๙๘| ยถา อพฺภานิ เวรมฺโพ วาโต นุทติ ปาวุเส สญฺญา เม อภิกีรนฺติ วิเวกปฏิสญฺญุตา ฯ |๓๗๗.๕๙๙| อปณฺฑโร อณฺฑสมฺภโว สีวถิกาย นิเกตจาริโก อุปฺปาทยเตว เม สตึ สนฺเทหสฺมึ วิราคนิสฺสิตํ ฯ |๓๗๗.๖๐๐| ยญฺจ อญฺเญ น รกฺขนฺติ โย จ อญฺเญ น รกฺขติ ส เว ภิกฺขุ สุขํ เสติ กาเมสุ อนเปกฺขวา ฯ |๓๗๗.๖๐๑| อจฺโฉทิกา ปุถุสิลา โคนงฺคุลมิคายุตา อมฺพุเสวาลสญฺฉนฺนา เต เสลา รมยนฺติ มํ ฯ |๓๗๗.๖๐๒| วสิตํ เม อรญฺเญสุ กนฺทราสุ คุหาสุ จ เสนาสเนสุ ปนฺเตสุ วาฬมิคนิเสวิเต ฯ |๓๗๗.๖๐๓| อิเม หญฺญนฺตุ วชฺฌนฺตุ ทุกฺขํ ปปฺโปนฺตุ ปาณิโน สงฺกปฺปํ นาภิชานามิ อนริยํ โทสสํหิตํ ฯ |๓๗๗.๖๐๔| ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ โอหิโต ครุโก ภาโร ภวเนตฺติ สมูหตา ฯ |๓๗๗.๖๐๕| ยสฺสตฺถาย ปพฺพชิโต อคารสฺมา อนคาริยํ โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต สพฺพสํโยชนกฺขโย ฯ |๓๗๗.๖๐๖| นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ นิพฺพิสํ ภตโก ยถา ฯ |๓๗๗.๖๐๗| นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ สมฺปชาโน ปติสฺสโตติ ฯ สงฺกิจฺโจ เถโร ฯ อุทฺทานํ สงฺกิจฺจตฺเถโร เอโกว กตกิจฺโจ อนาสโว เอกาทสนิปาตมฺหิ คาถา เอกาทเสว ตาติ ฯ เอกาทสกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ ---------------