๑. อธิมุตตเถรคาถา
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรคาถา วีสตินิบาต ๑. อธิมุตตเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระอธิมุตตเถระ
เถรคาถาย วีสตินิปาโต
พระอธิมุตตเถระถูกพวกโจรจับไว้ มิได้มีความกลัวหวาดเสียว มีหน้าผ่องใส เมื่อหัวหน้าโจรเห็นดังนั้น เกิดความอัศจรรย์ใจ จึงได้กล่าวคาถาสรรเสริญ ๒ คาถาว่า เมื่อก่อน เราจะฆ่าสัตว์เหล่าใดเพื่อบูชายัญ หรือเพื่อทรัพย์ ความกลัว ก็ย่อมเกิดแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งสิ้น สัตว์เหล่านั้นย่อมพากันหวาดหวั่น และบ่นเพ้อ แต่ความกลัวมิได้มีแก่ท่านเลย สีหน้าของท่านผ่องใสยิ่ง นัก เมื่อภัยใหญ่เห็นปานนี้ปรากฏแล้ว เหตุไรท่านจึงไม่คร่ำครวญเล่า. พระเถระเมื่อจะแสดงธรรม โดยมุ่งการตอบคำถามของนายโจรนั้น จึงได้กล่าวคาถา เหล่านี้ความว่า ดูกรนายโจร ทุกข์ทางใจย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ห่วงใยในชีวิต ความกลัวทั้ง ปวงอันเราผู้สิ้นสังโยชน์ล่วงพ้นได้แล้ว เมื่อตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพสิ้น ไปแล้ว ความกลัวตายในปัจจุบันมิได้มีด้วยประการใดประการหนึ่งเลย ดุจบุรุษไม่กลัวความหนัก เพราะวางภาระแล้วฉะนั้น พรหมจรรย์เรา ประพฤติดีแล้ว แม้มรรคเราก็อบรมดีแล้ว เราไม่มีความกลัวตายเหมือน บุคคลไม่กลัวโรคเพราะโรคสิ้นไปแล้วฉะนั้น พรหมจรรย์เราประพฤติดี แล้ว แม้มรรคเราก็อบรมดีแล้ว ภพทั้งหลายอันไม่น่ายินดีเราได้เห็นแล้ว เหมือนบุคคลดื่มยาพิษแล้วคายทิ้งฉะนั้น บุคคลผู้ถึงฝั่งแห่งภพ ไม่มี ความถือมั่น เสร็จกิจแล้ว หมดอาสวะ ย่อมยินดีต่อความสิ้นอายุเหมือน บุคคลพ้นแล้วจากการถูกประหารฉะนั้น บุคคลผู้บรรลุธรรมอันสูงสุด แล้ว ไม่มีความต้องการอะไรในโลกทั้งหมด ย่อมไม่เศร้าโศกในเวลา ตาย ดุจบุคคลออกจากเรือนที่ถูกไฟไหม้ฉะนั้น สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งมีอยู่ ในโลกนี้ก็ดี ภพที่สัตว์ย่อมได้ในโลกนี้ก็ดี พระพุทธเจ้าแสวงหาคุณ อันใหญ่ยิ่งได้ตรัสไว้ว่า สิ่งทั้งหมดนี้ไม่เป็นอิสระ ผู้ใดรู้แจ้งธรรมข้อนั้น เหมือนดังที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ผู้นั้นย่อมไม่ยึดถือภพอะไร ดัง บุคคลผู้ไม่จับก้อนเหล็กแดงอันร้อนโชน ฉะนั้น เราไม่มีความคิดว่า ได้เป็นมาแล้ว จักเป็นต่อไป จะไม่เป็น หรือสังขารจักฉิบหายไป จะ คร่ำครวญไปทำไมในเพราะสังขารนั้นเล่า ดูกรนายโจร ความกลัว ย่อมไม่มีแก่ผู้พิจารณาเห็นตามความเป็นจริง ซึ่งความเกิดขึ้นแห่งธรรม อันบริสุทธิ์ และความสืบต่อแห่งสังขารอันบริสุทธิ์ เมื่อใดบุคคล พิจารณาเห็นโลกเสมอด้วยหญ้าและไม้ด้วยปัญญา เมื่อนั้น บุคคลนั้น ย่อมไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา ย่อมไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี เรากลัด กลุ้มด้วยสรีระ ไม่ต้องการด้วยภพ ร่างกายนี้จักแตกไป และจักไม่มี ร่างกายอื่น ถ้าท่านทั้งหลายปรารถนาจะทำกิจใดด้วยร่างกายของเรา ก็จง ทำกิจนั้นเถิด ความขัดเคืองและความรักใคร่ในสรีระนั้น จักไม่มีแก่เรา เพราะเหตุที่ท่านทั้งหลาย ทำกิจตามปรารถนาด้วยร่างกายของเรานั้น. โจรทั้งหลายได้ฟังคำของท่าน อันอัศจรรย์อันทำให้ขนลุกชูชันดังนั้น แล้ว จึงพากันวางศาตราวุธ แล้วกล่าวดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ความ ไม่เศร้าโศกที่ท่านได้นี้ เพราะท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ หรือใครเป็น อาจารย์ของท่าน หรือเพราะอาศัยคำสั่งสอนของใคร? พระเถระได้ฟังดังนั้นแล้ว จึงได้กล่าวตอบว่า พระศาสดาผู้เป็นสัพพัญญู รู้เห็นธรรมทั้งปวง ชนะหมู่มารมีพระกรุณา ใหญ่ผู้รักษาพยาบาลชาวโลกทั้งปวง เป็นอาจารย์ของเรา ธรรมเครื่องให้ ถึงความสิ้นอาสวะอันยอดเยี่ยมนี้ พระองค์ทรงแสดงไว้แล้ว ความไม่ เศร้าโศก เราได้เพราะอาศัยคำสั่งสอนของพระองค์ พวกโจรฟังถ้อยคำ อันเป็นสุภาษิตของพระเถระผู้เป็นฤาษีแล้ว พากันวางศาตราและอาวุธ บางพวกก็งดเว้นจากโจรกรรม บางพวกก็ขอบรรพชา โจรเหล่านั้นครั้นได้ บรรพาในศาสนาของพระสุคตแล้ว ได้เจริญโพชฌงค์และพลธรรมเป็น บัณฑิต มีจิตเฟื่องฟูเบิกบาน มีอินทรีย์อันอบรมดีแล้ว ได้บรรลุสันตบท คือ นิพพานอันหาปัจจัยปรุงแต่งมิได้.
|๓๘๕.๗๐๕| ๑ ยญฺญตฺถํ วา ธนตฺถํ วา เย หนาม มยํ ปุเร อวเสสํ ภยํ โหติ เวธนฺติ วิลปนฺติ จ ฯ |๓๘๕.๗๐๖| ตสฺส เต นตฺถิ ภีตตฺตํ ภิยฺโย วณฺโณ ปสีทติ กสฺมา น ปริเทเวสิ เอวรูเป มหพฺภเย ฯ |๓๘๕.๗๐๗| นตฺถิ เจตสิกํ ทุกฺขํ อนเปกฺขสฺส คามณิ อติกฺกนฺตา ภยา สพฺเพ ขีณสํโยชนสฺส เว ฯ |๓๘๕.๗๐๘| ขีณาย ภวเนตฺติยา ทิฏฺเฐ ธมฺเม ยถาตถา น ภยํ มรเณ โหติ ภารนิกฺเขปเน ยถา ฯ |๓๘๕.๗๐๙| สุจิณฺณํ พฺรหฺมจริยํ เม มคฺโค จาปิ สุภาวิโต มรเณ เม ภยํ นตฺถิ โรคานมิว สงฺขเย ฯ |๓๘๕.๗๑๐| สุจิณฺณํ พฺรหฺมจริยํ เม มคฺโค จาปิ สุภาวิโต นิรสฺสาทา ภวา ทิฏฺฐา วิสํ ปิตฺวาน ฉฑฺฑิตํ ฯ |๓๘๕.๗๑๑| ปารคู อนุปาทาโน กตกิจฺโจ อนาสโว ตุฏฺโฐ อายุกฺขยา โหติ มุตฺโต อาฆาตนา ยถา ฯ |๓๘๕.๗๑๒| อุตฺตมํ ธมฺมตํ ปตฺโต สพฺพโลเก อนตฺถิโก อาทิตฺตาว ฆรา มุตฺโต มรณสฺมึ น โสจติ ฯ |๓๘๕.๗๑๓| ยทตฺถิ สงฺขตํ กิญฺจิ ภโว จ ยตฺถ ลพฺภติ สพฺพํ อนิสฺสรํ เอตํ อิทํ วุตฺตํ มเหสินา ฯ |๓๘๕.๗๑๔| โย ตํ ตถา ปชานาติ ยถา พุทฺเธน เทสิตํ น คณฺหาติ ภวํ กิญฺจิ สุตตฺตํว อโยคุฬํ ฯ |๓๘๕.๗๑๕| น เม โหติ อโหสินฺติ ภวิสฺสนฺติ น โหติ เม สงฺขารา วิภวิสฺสนฺติ ตตฺถ กา ปริเทวนา ฯ |๓๘๕.๗๑๖| สุทฺธํ ธมฺมสมุปฺปาทํ สุทฺธํ สงฺขารสนฺตตึ ปสฺสนฺตสฺส ยถาภูตํ น ภยํ โหติ คามณิ ฯ |๓๘๕.๗๑๗| ติณกฏฺฐสมํ โลกํ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ มมตฺตํ โส อสํวินฺทํ นตฺถิ เมติ น โสจติ ฯ |๓๘๕.๗๑๘| อุกฺกณฺฐามิ สรีเรน ภเวนมฺหิ อนตฺถิโก โสยํ ภิชฺชิสฺสติ กาโย อญฺโญ จ น ภวิสฺสติ ฯ |๓๘๕.๗๑๙| ยํ โว กิจฺจํ สรีเรน ตํ กโรถ ยทิจฺฉถ น เม ตปฺปจฺจยา ตตฺถ โทโส เปมํ จ เหหิติ ฯ |๓๘๕.๗๒๐| ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา อพฺภูตํ โลมหํสนํ สตฺถานิ นิกฺขิปิตฺวาน มาณวา เอตทพฺรวุํ ฯ |๓๘๕.๗๒๑| กึ ภทนฺเต กริตฺวาน โก วา อาจริโย ตว กสฺส สาสนมาคมฺม ลพฺภเต ตํ อโสกตา ฯ |๓๘๕.๗๒๒| สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวี ชิโน อาจริโย มม มหาการุณิโก สตฺถา สพฺพโลกติกิจฺฉโก ฯ |๓๘๕.๗๒๓| เตนายํ เทสิโต ธมฺโม ขยคามี อนุตฺตโร ตสฺส สาสนมาคมฺม ลพฺภเต ตํ อโสกตา ฯ |๓๘๕.๗๒๔| สุตฺวาน โจรา อิสิโน สุภาสิตํ นิกฺขิปฺป สตฺถานิ จ อาวุธานิ จ ตมฺหา จ กมฺมา วิรมึสุ เอเก เอเก จ ปพฺพชฺชมโรจยึสุ ฯ |๓๘๕.๗๒๕| เต ปพฺพชิตฺวา สุคตสฺส สาสเน ภาเวตฺวา โพชฺฌงฺคพลานิ ปณฺฑิตา อุทคฺคจิตฺตา สุมนา กตินฺทฺริยา ผุสึสุ นิพฺพานปทํ อสงฺขตนฺติ ฯ อธิมุตฺโต เถโร ฯ