๔. สุนทรีเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๔. สุนทรีเถรีคาถา ๔. สุนทรีเถรีคาถา ภาษิตของพระสุนทรีเถรี (สุชาตพราหมณ์ผู้เป็นบิดา เมื่อจะถามถึงเหตุแห่งการบรรเทาความเศร้าโศก จึงถามพระวาสิฏฐีเถรีด้วยภาษิตเหล่านี้ว่า)
นางผู้เจริญ เมื่อก่อน เจ้ากินลูกๆ ให้ตายไป เจ้าเดือดร้อนอย่างยิ่งทั้งกลางวันและกลางคืน
พราหมณี วันนี้ เจ้านั้นกินลูกหมดทั้ง ๗ คน แม่วาสิฏฐี เพราะเหตุไร เจ้าจึงไม่เดือดร้อนหนักหนาเล่า (พระวาสิฏฐีเถรีกล่าวว่า)
ท่านพราหมณ์ ในส่วนอดีต ลูกและหมู่ญาติของเราหลายร้อยคน เราและท่านก็กินกันมาแล้ว
เรานั้นรู้นิพพานที่เป็นธรรมเครื่องสลัด ซึ่งความเกิดและความตายออกเสีย จึงไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้ และไม่เดือดร้อน (พราหมณ์กล่าวว่า)
แม่วาสิฏฐี น่าอัศจรรย์จริงหนอที่เจ้ากล่าววาจาเช่นนี้ เจ้ารู้ธรรมของใครเล่า จึงกล่าววาจาเช่นนี้ (พระวาสิฏฐีเถรีกล่าวว่า)
ท่านพราหมณ์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น เสด็จมาถึงเมืองมิถิลา ทรงแสดงธรรมโปรดหมู่สัตว์เพื่อละทุกข์ทั้งปวง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๐๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๔. สุนทรีเถรีคาถา
ท่านพราหมณ์ เราฟังธรรมที่ปราศจากอุปธิกิเลส ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น รู้แจ้งพระสัทธรรมในธรรมเทศนานั้นแล้ว จึงบรรเทาความเศร้าโศกถึงลูกเสียได้ (สุชาตพราหมณ์กล่าวว่า)
ถึงเรานั้นก็จักไปเมืองมิถิลาเหมือนกัน ถ้าอย่างไร พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ก็คงจะทรงช่วยปลดเปลื้องเราจากทุกข์ทั้งสิ้นได้แน่
พราหมณ์ได้พบพระพุทธเจ้าผู้ทรงหลุดพ้นแล้ว ไม่มีอุปธิกิเลส พระมุนีผู้ถึงฝั่งแห่งทุกข์ได้ทรงแสดงธรรมโปรดพราหมณ์นั้น
คือ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ และอริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
สุชาตพราหมณ์รู้แจ้งพระสัทธรรม ในพระธรรมเทศนาคืออริยสัจ ๔ นั้นแล้ว เข้าบวชได้ ๓ วัน ก็ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว (พระสุชาตพราหมณ์กล่าวกับนายสารถีว่า)
มานี่สิ สารถี เธอจงกลับไป จงมอบรถคันนี้ให้พราหมณีด้วย และช่วยบอกนางพราหมณีถึงความสบาย ไม่เจ็บป่วยว่า บัดนี้ สุชาตพราหมณ์บวชได้ ๓ วัน ก็ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว
ลำดับนั้น นายสารถีนำรถและทรัพย์ ๑,๐๐๐ กหาปณะ ไปมอบให้นางพราหมณี และได้บอกนางพราหมณีถึงความสบาย ไม่เจ็บป่วยว่า บัดนี้ สุชาตพราหมณ์บวชได้ ๓ วัน ก็ได้บรรลุ วิชชา ๓ แล้ว @เชิงอรรถ : @ ปราศจากทุกข์ (ขุ.เถรี.อ. ๓๑๙/๒๙๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๐๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๔. สุนทรีเถรีคาถา (พราหมณีกล่าวว่า)
นายสารถี ฉันฟังเรื่องพราหมณ์ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว ขอมอบรถม้าคันนี้และทรัพย์ ๑,๐๐๐ กหาปณะ เป็นรางวัลตอบแทนเจ้าที่ให้ข่าวดี (นายสารถีไม่ยอมรับ กลับกล่าวว่า)
ข้าแต่พราหมณี รถม้ากับทรัพย์ ๑,๐๐๐ กหาปณะ จงเป็นของแม่เจ้าตามเดิมเถิด ถึงตัวข้าพเจ้าก็จักบวชในสำนักของพระพุทธเจ้า ผู้มีพระปัญญาอันประเสริฐ (พราหมณีกล่าวกับสุนทรีธิดาว่า)
บิดาของลูก ละช้าง ม้า โค แก้วมณี แก้วกุณฑล และเครื่องอุปกรณ์เรือนมากมายนี้ ออกบวชเสียแล้ว ลูกสุนทรีลูกจงบริโภคโภคสมบัติทั้งหลาย จงเป็นทายาทรับมรดกในตระกูล นะลูก (สุนทรีฟังคำของมารดานั้นแล้ว เมื่อจะประกาศความที่ตนตั้งใจจะออกบวช จึงได้กล่าวภาษิตนี้ว่า)
บิดาของลูกกระทบกระเทือนใจ เพราะความเศร้าโศกถึงลูกชาย จึงละช้าง ม้า โค แก้วมณี แก้วกุณฑล และอุปกรณ์เรือนที่น่ารื่นรมย์นี้ออกบวช ถึงลูกก็กระทบกระเทือนใจ เพราะความเศร้าโศกถึงพี่ชายมาก ก็จักออกบวชด้วย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๐๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๔. สุนทรีเถรีคาถา (ลำดับนั้น มารดาเมื่อจะชักนำสุนทรีธิดาในทางเนกขัมมะ จึงได้กล่าวภาษิต เหล่านี้ว่า)
ลูกสุนทรี ขอความดำริของลูกจงสำเร็จตามที่ลูกปรารถนาเถิด ลูกเมื่อใช้สอยสิ่งเหล่านี้ คือ ก้อนข้าวที่พึงลุกขึ้นยืนรับ การเที่ยวแสวงหาอาหาร และนุ่งห่มผ้าบังสุกุล จงเป็นผู้ไม่มีอาสวะในโลกหน้าเถิด (พระสุนทรีจึงกล่าวขออนุญาตพระภิกษุณีผู้เป็นอุปัชฌาย์ว่า)
ข้าแต่แม่เจ้า ดิฉันเมื่อเป็นสิกขมานา ก็ชำระทิพยจักขุให้หมดจดได้แล้ว ดิฉันระลึกรู้ถึงชาติก่อนที่เคยอยู่อาศัยมาได้
ข้าแต่แม่เจ้า ผู้มีคุณความดีเป็นผู้งามในหมู่พระเถรี เพราะอาศัยแม่ท่าน ดิฉันบรรลุวิชชา ๓ ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
ข้าแต่แม่เจ้า โปรดอนุญาตเถิดเจ้าค่ะ ดิฉันประสงค์จะไปกรุงสาวัตถี จักบันลือสีหนาทในสำนักพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด (พระสุนทรีเถรีไปถึงกรุงสาวัตถีแล้ว เข้าไปยังพระวิหาร ได้เห็นพระศาสดา ประทับนั่งอยู่บนธรรมาสน์ จึงพูดกับตนเองว่า)
สุนทรีท่านจงดูพระศาสดาผู้มีพระรัศมีดังทองคำ มีพระฉวีวรรณเรืองรองดังทองคำ ทรงฝึกเหล่าชนที่ใครๆ ฝึกไม่ได้ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ (กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๑๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๕. สุภากัมมารธีตุเถรีคาถา
ขอพระองค์โปรดทอดพระเนตรหม่อมฉันผู้ชื่อว่าสุนทรี ซึ่งหลุดพ้นแล้ว ไม่มีอุปธิกิเลส ปราศจากราคะ ไม่เกาะเกี่ยว ไม่มีอาสวะ ทำกิจเสร็จแล้วมาเฝ้าอยู่
ข้าแต่พระมหาวีระ สุนทรีสาวิกาของพระองค์ ออกจากกรุงพาราณสี มาเฝ้าพระองค์ ถวายอภิวาทพระยุคลบาทอยู่
พระองค์เป็นพระพุทธเจ้าเป็นศาสดาของหม่อมฉัน ข้าแต่พระผู้ทรงเป็นพราหมณ์ หม่อมฉันเป็นธิดาซึ่งเกิดแต่พระอุระ เกิดแต่พระโอษฐ์ของพระองค์ ไม่มีอาสวะ ทำกิจเสร็จแล้ว (ลำดับนั้น พระศาสดาเมื่อจะชมเชยการมาเฝ้าของนาง จึงได้ตรัสว่า)
สุนทรีผู้เจริญ เธอมาดีแล้ว มาไม่เลวเลย เพราะว่าผู้ที่ฝึกแล้วอย่างนี้ ปราศจากราคะ ไม่เกาะเกี่ยว ไม่มีอาสวะ ทำกิจเสร็จแล้ว ย่อมมากราบเท้าพระศาสดา