๙. กาฬพาหุชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๙. กาฬพาหุชาดก (๓๒๙) ว่าด้วยลิงชื่อกาฬพาหุ (นกแขกเต้าโปฏฐปาทะกล่าวกับนกแขกเต้าราธโพธิสัตว์ผู้เป็นพี่ชายว่า)
เมื่อก่อน เราได้ข้าวและน้ำใดจากราชสำนัก บัดนี้ ข้าวและน้ำนั้นไปหาลิง เท่านั้น พี่ราธะ เรากลับไปป่ากันเถิด เพราะพระเจ้าธนัญชัยไม่สักการะเราแล้ว @เชิงอรรถ : @ แปลถอดความจากคำบาลีว่า สาขมิค แปลว่า เนื้อที่อยู่บนกิ่งไม้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๗๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๔. จตุกกนิบาต] ๓. กุฏิทูสกวรรค ๑๐. สีลวีมังสชาดก (๓๓๐) (นกราธโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)
น้องโปฏฐปาทะเอ๋ย โลกธรรมในหมู่มนุษย์เหล่านี้ คือ ความมีลาภ ไม่มีลาภ มียศ ไม่มียศ นินทา สรรเสริญ สุข และทุกข์ เป็นของไม่เที่ยง เจ้าอย่าเศร้าโศกไปเลย จะเศร้าโศกไปทำไม (นกโปฏฐปาทะกล่าวว่า)
พี่ราธะ พี่เป็นบัณฑิตแท้ๆ ย่อมรู้ประโยชน์ที่ยังไม่มาถึง ทำอย่างไร เราจะเห็นลิงชั่วถูกไล่ออกจากราชตระกูล (นกราธโพธิสัตว์กล่าวว่า)
ลิงกาฬพาหุกระดิกหู กลอกหน้ากลอกตา ทำให้พระราชกุมารหวาดกลัวอยู่บ่อยๆ มันจะทำตนเองให้อดข้าวและน้ำ กาฬพาหุชาดกที่ ๙ จบ ๑๐. สีลวีมังสชาดก (๓๓๐) ว่าด้วยการพิจารณาอานิสงส์ของศีล (ปุโรหิตโพธิสัตว์ยืนอยู่ในที่ใกล้พระราชา ได้พรรณนาศีลด้วยคาถานี้ว่า)
ได้ยินว่า ศีลเป็นสิ่งดีงาม ศีลเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมในโลก ดูเถิด นาคที่มีพิษร้ายแรงยังไม่เบียดเบียนใครๆ เพราะสำนึกอยู่ว่าตนมีศีล (พระโพธิสัตว์เห็นโทษของกามแล้ว จึงกล่าวว่า)
ตราบใด เหยี่ยวนั้นยังคาบชิ้นเนื้อใดๆ อยู่ ตราบนั้น เหยี่ยวทั้งหลายในโลกก็พากันรุมจิกตีกัน แต่พวกมันจะไม่เบียดเบียนเหยี่ยวที่ไม่มีความกังวล @เชิงอรรถ : @ แปลถอดความจากคำบาลีว่า เยนารกา ฐสฺสติ อนฺนปานา แปลว่า อยู่ห่างไกลจากข้าวและน้ำ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๘๐}