๔. สุมังคลชาดก
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๔. สุมังคลชาดก ว่าด้วยคุณธรรมของกษัตริย์
๔ สุมงฺคลชาตกํ
พระเจ้าแผ่นดินทรงรู้ว่า เรากำลังกริ้วจัดไม่พึงลงอาชญา อันไม่สมควร แก่ตนโดยไม่ใช่ฐานะก่อน พึงเพิกถอนความทุกข์ของผู้อื่นอย่างร้ายแรง ไว้.
ภุสมฺหิ กุทฺโธติ อเปกฺขิยาน น ตาว ทณฺฑํ ปนเยยฺย อิสฺสโร อฏฺฐานโส อปฺปฏิรูปมตฺตโน ปรสฺส ทุกฺขานิ ภุสํ อุทีรเย ฯ
เมื่อใด พึงรู้ว่าจิตของตนผ่องใส พึงใคร่ครวญ ความผิดที่ผู้อื่นทำไว้ พึงพิจารณาให้เห็นแจ่มแจ้งด้วยตนเองว่า นี่ส่วนประโยชน์ นี่ส่วนโทษ เมื่อนั้น จึงปรับไหมบุคคลนั้นๆ ตามสมควร.
ยโต จ ชาเนยฺย ปสาทมตฺตโน อตฺถํ นิยุญฺเชยฺย ปรสฺส ทุกฺกฏํ ตทายมตฺโถติ สยํ อเวกฺขิย อถสฺส ทณฺฑํ สทิสํ นิเวสเย ฯ
อนึ่ง พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใด ไม่ถูกอคติครอบงำ ย่อมแนะนำผู้อื่น ที่ควรแนะนำ และไม่ควรแนะนำได้ พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้นชื่อว่า ไม่เผาผู้อื่น และพระองค์เอง พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใดในโลกนี้ ทรงลงอาชญาสมควรแก่โทษ พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้น อันคุณงาม ความดีคุ้มครองแล้ว ย่อมไม่เสื่อมจากศิริ.
น จาปิ ฌาเปติ ปรํ น อตฺตนํ อมุจฺฉิโต โย นยเต นยานยํ โย ทณฺฑธาโร ภวตีธ อิสฺสโร ส วณฺณคุตฺโต สิริยา น ธํสติ ฯ
กษัตริย์เหล่าใดถูกอคติครอบงำ ไม่ทรงพิจารณาเสียก่อนแล้วทำไป ทรง ลงอาชญาโดยผลุนผลัน กษัตริย์เหล่านั้นประกอบไปด้วยโทษน่าติเตียน ย่อมละทิ้งชีวิตไป และพ้นไปจากโลกนี้แล้ว ก็ย่อมไปสู่ทุคติ.
เย ขตฺติยาเส อนิสมฺมการิโน ปเนนฺติ ทณฺฑํ สหสา ปมุจฺฉิตา อวณฺณสํยุตฺตา ชหนฺติ ชีวิตํ อิโต วิมุตฺตาปิจ ยนฺติ ทุคฺคตึ ฯ
พระราชาเหล่าใด ทรงยินดีแล้วในทศพิธราชธรรม อันพระอริยเจ้าประกาศ ไว้ พระราชาเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐด้วยกาย วาจา และใจ พระราชา เหล่านั้นทรงดำรงมั่นอยู่แล้วในขันติ โสรัจจะ และสมาธิ ย่อมถึงโลก ทั้งสองโดยวิธีอย่างนั้น.
ธมฺเม จ เย อริยปฺปเวทิเต รตา อนุตฺตรา เต วจสา มนสา กมฺมุนา จ เต ขนฺติโสรจฺจสมาธิสณฺฐิตา วชนฺติ โลกํ ทุภยํ ตถาวิธา ฯ
เราเป็นพระราชาผู้เป็นใหญ่ของสัตว์และมนุษย์ทั้งหลาย ถ้าเราโกรธ ขึ้นมา เราก็ตั้งตนไว้ในแบบอย่างที่โบราณราชแต่งตั้งไว้ คอยห้ามปราม ประชาชนอยู่อย่างนั้น ลงอาชญาโดยอุบายอันแยบคายด้วยความเอ็นดู.
ราชาหมสฺมิ นรปมุทานมิสฺสโร สเจปิ กุชฺฌามิ ฐเปมิ อตฺตนํ นิเสธยนฺโต ชนตํ ตถาวิธํ ปเนมิ ทณฺฑํ อนุกมฺป โยนิโส ฯ
ข้าแต่กษัตริย์ผู้ชนาธิปัติ บริวารสมบัติและปัญญามิได้ละพระองค์ในกาล ไหนๆ เลย พระองค์มิได้มักกริ้วโกรธ มีพระหฤทัยผ่องใสอยู่เป็นนิจ ขอพระองค์ทรงปราศจากทุกข์ บำรุงพระชนม์ชีพยืนอยู่ตลอดร้อยพรรษา เถิด.
สิรี จ ลกฺขี จ ตเวว ขตฺติย ชนาธิป มา วิชหิ กุทาจนํ อกฺโกธโน นิจฺจปสนฺนจิตฺโต อนิโฆ ตุวํ วสฺสสตานิ ปาลย ฯ
ข้าแต่กษัตริย์ ขอพระองค์ทรงประกอบด้วยคุณธรรมเหล่านี้ คือ โบราณ ราชวัตร มั่นคงทรงอนุญาตให้หนูเตือนได้ ไม่ทรงกริ้วโกรธมีความสุข สำราญ ไม่เดือดร้อน ปกครองแผ่นดินให้ร่มเย็น แม้จุติจากโลกนี้ไปแล้ว ก็จงทรงถึงสุคติเถิด.
คุเณหิ เอเตหิ อุเปหิ ขตฺติย ฐิตมริยวุตฺติ สุวโจ อโกธโน สุขี อนุปฺปีฬ ปสาส เมทนึ อิโต วิมุตฺโตปิ วชาหิ สุคฺคตึ ฯ
พระเจ้าธรรมิกราชทรงฉลาดในอุบาย เมื่อครองราชสมบัติด้วยอุบายอัน เป็นธรรม คือ กุศลกรรมบถ ๑๐ อันบัณฑิตแนะนำกล่าวไว้ดีแล้วอย่างนี้ พึงยังมหาชนผู้กำเริบร้อนกายและจิตให้ดับหายไป เหมือนมหาเมฆยัง แผ่นดินให้ชุ่มชื่นด้วยน้ำ ฉะนั้น. จบ สุมังคลชาดกที่ ๔.
เอวํ สุนีเตน สุภาสิเตน ธมฺเมน ญาเยน อุปายโส นยํ นิพฺพาปเย สงฺขุภิตํ มหาชนํ มหาว เมโฆ สลิเลน เมทนินฺติ ฯ สุมงฺคลชาตกํ จตุตฺถํ ฯ ---------