๔. สังขชาดก
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๔. สังขชาดก ว่าด้วยอานิสงส์ถวายรองเท้า
๔ สงฺขชาตกํ
ข้าแต่สังขพราหมณ์ ท่านเป็นพหูสูต ได้ฟังธรรมมาแล้ว และสมณะ พราหมณ์ทั้งหลาย ท่านก็ได้เห็นมาแล้ว เหตุไร ท่านจึงแสดงคำพร่ำเพ้อ ในขณะอันไม่สมควร คนอื่นนอกจากข้าพเจ้า ใครเล่าที่จะมาเจรจากับ ท่านได้?
พหุสฺสุโต สุตธมฺโมสิ สงฺข ทิฏฺฐา ตยา สมณพฺราหฺมณา จ อถกฺขเณ ทสฺสยเส วิลาปํ อญฺโญ นุ โก เต ปฏิมนฺตโก มยา ฯ
นางเทพธิดามีหน้างาม เลอโฉม ประดับเครื่องประดับทอง ยกถาดทอง เต็มด้วยอาหารทิพย์ มาร้องเชิญให้ข้าพเจ้าบริโภค นางเป็นผู้มีศรัทธา และปลื้มใจ ข้าพเจ้าตอบกะนางว่า ไม่บริโภค.
สุพฺภา สุภา สุปฺปฏิมุกฺกกมฺพู ปคฺคยฺห โสวณฺณมยาย ปาฏิยา ภุญฺชสฺสุ ภตฺตํ อิติ มํ วเทติ สทฺธา วิตฺตา ตมหํ โนติ พฺรูมิ ฯ
ข้าแต่ท่านพราหมณ์ บุรุษผู้ปรารถนาความสุขได้พบเห็นเทวดาเช่นนั้นแล้ว ควรถามให้ได้ความ ขอท่านจงลุกขึ้นประนมมือ ถามเทวดานั้นว่า ท่าน เป็นเทวดาหรือมนุษย์?
เอตาทิสํ พฺราหฺมณ ทิสฺวาน ยกฺขํ ปุจฺเฉยฺย โปโส สุขมาสสาโน อุฏฺเฐหิ นํ ปญฺชลิกาภิปุจฺฉ เทวี นุสิ ตฺวํ อุท มานุสีนุ ฯ
เพราะเหตุว่า ท่านมามองดูข้าพเจ้าด้วยสายตาอันแสดงความรัก ร้อง เชิญให้ข้าพเจ้าบริโภคอาหาร ดูกรนางผู้มีอานุภาพมาก ข้าพเจ้าขอถาม ท่าน ท่านเป็นเทวดาหรือมนุษย์?
ยํ ตฺวํ สุเขนาภิสเมกฺขเส มํ ภุญฺชสฺสุ ภตฺตํ อิติ มํ วเทสิ ปุจฺฉามิ ตํ นาริ มหานุภาเว เทวี นุสิ ตฺวํ อุท มานุสีนุ ฯ
ข้าแต่ท่านสังขพราหมณ์ ข้าพเจ้าเป็นเทวดาผู้มีอานุภาพมากมาในกลาง สมุทรนี้ ก็เพราะเป็นผู้มีความเอ็นดู จะได้มีจิตประทุษร้ายก็หาไม่ ข้าพเจ้ามาในที่นี้เพื่อประโยชน์แก่ท่านนั่นเอง.
เทวี อหํ สงฺข มหานุภาวา อิธาคตา สาครวาริมชฺเฌ อนุกมฺปิกา โน จ ปทุฏฺฐจิตฺตา ตเวว อตฺถาย อิธาคตาสฺมิ ฯ
ข้าแต่ท่านสังขพราหมณ์ ในสมุทรนี้มีข้าวน้ำ ที่นอน ที่นั่ง และยาน พาหนะ มากมายหลายอย่าง ใจของท่านปรารถนาสิ่งใด ข้าพเจ้าจะให้ สิ่งนั้นทุกอย่างแก่ท่าน.
อิธนฺนปานํ สยนาสนญฺจ ยานานิ นานาวิวิธานิ สงฺข สพฺพสฺส ตฺยาหํ ปฏิปาทยามิ ยงฺกิญฺจิ ตุยฺหํ มนสาภิปตฺถิตํ ฯ
ข้าแต่เทพธิดาผู้มีร่างกายสวยงาม ตะโพกผึ่งผาย คิ้วงาม เอวบางร่างน้อย ยัญ และการเซ่นสรวงของข้าพเจ้าอย่างใด อย่างหนึ่งที่มีอยู่ ท่านเป็น ผู้สามารถรู้วิบากแห่งกรรมของข้าพเจ้าทุกอย่าง การที่ข้าพเจ้าได้ที่พึ่งใน มหาสมุทรนี้ เป็นวิบากแห่งกรรมอะไร?
ยงฺกิญฺจิ ยิฏฺฐญฺจ หุตญฺจ มยฺหํ สพฺพสฺส โน อิสฺสรา ตฺวํ สุคตฺเต สุสฺโสณิ สุพฺภา สุวิลากมชฺเฌ กิสฺส เม กมฺมสฺส อยํ วิปาโก ฯ
ข้าแต่ท่านสังขพราหมณ์ ท่านได้ถวายรองเท้ากะพระภิกษุรูปหนึ่ง ผู้เดิน กระโหย่งเท้า เดินสะดุ้งลำบากในหนทางอันร้อน ทักขิณานั้นอำนวยผล สิ่งที่น่าปรารถนาแก่ท่านในวันนี้.
ฆมฺเม ปเถ พฺราหฺมณ เอกภิกฺขุํ อุสฺสฏฺฐปาทํ ตสิตํ กิลนฺตํ ปฏิปาทยิ สงฺข อุปาหนานิ สา ทกฺขิณา กามทุหา ตวชฺช ฯ
ขอเรือต่อด้วยแผ่นกระดาน น้ำไม่รั่ว มีใบสำหรับพาเรือให้แล่นไป จงบังเกิดมี เพราะในสมุทรนี้ ไม่มีพื้นที่สำหรับยานพาหนะอย่างอื่น ขอท่านได้ส่งข้าพเจ้าให้ถึงเมืองโมลินีในวันนี้เถิด.
สา โหตุ นาวา ผลกูปปนฺนา อนวสฺสุตา เอรกวาตยุตฺตา อญฺญสฺส ยานสฺส น เหตฺถ ภูมิ อชฺเชว มํ โมลินึ ปาปยสฺสุ ฯ
นางเทพธิดานั้น มีจิตชื่นชมโสมนัสปราโมทย์ นิรมิตเรืออันงดงามแล้ว พาสังขพราหมณ์กับบุรุษคนใช้มาส่งถึงเมืองอันเป็นที่รื่นรมย์ยินดีอย่างยิ่ง. จบ สังขชาดกที่ ๔.
สา ตุฏฺฐจิตฺตา สุมนา ปตีตา นาวํ สุจิตฺตํ อภินิมฺมินิตฺวา อาทาย สงฺขํ ปุริเสน สทฺธึ อุปานยี นครํ สาธุรมฺมนฺติ ฯ สงฺขชาตกํ จตุตฺถํ ฯ ---------