๖. มัณฑัพยชาดก
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๖. มัณฑัพยชาดก ว่าด้วยความรักที่มีต่อบุตร
๖ มณฺฑพฺยชาตกํ
เราเป็นผู้ต้องการบุญ ได้มีจิตเลื่อมใสประพฤติพรหมจรรย์อยู่เพียง ๗ วัน เท่านั้น ต่อจากนั้นมา แม้เราจะไม่มีความใคร่บรรพชา ก็ได้ประพฤติ พรหมจรรย์ของเราอยู่ได้ถึง ๕๐ ปีกว่า ด้วยความสัจนี้ ขอความสวัสดี จงมีแก่ยัญญทัตตกุมาร พิษจงคลาย ยัญญทัตตกุมาร จงรอดชีวิตเถิด.
สตฺตาหเมวาหํ ปสนฺนจิตฺโต ปุญฺญตฺถิโก อาจริ พฺรหฺมจริยํ อถาปรํ ยํ จริตํ มมยิทํ วสฺสานิ ปญฺญาส สมาธิกานิ อกามโก วาปิ อหํ จรามิ เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ หตํ วิสํ ชีวตุ ยญฺญทตฺโต ฯ
เพราะเหตุที่เราเห็นแขกในเวลาที่มาถึงบ้าน เพื่อจะพักอยู่ บางครั้งไม่ พอใจจะให้เลย แม้สมณพราหมณ์ผู้เป็นพหูสูต ก็ไม่ทราบความไม่พอใจ ของเรา แม้เราไม่ประสงค์จะให้ก็ให้ได้ ด้วยความสัจนี้ ขอความสวัสดี จงมีแก่ยัญญทัตตกุมาร พิษจงคลาย ยัญญทัตตกุมาร จงรอดชีวิตเถิด.
ยสฺมา ทานํ นาภินนฺทึ กทาจิ ทิสฺวานหํ อติถึ วาสกาเล น จาปิ เม อปฺปิยตํ อเวทุํ พหุสฺสุตา สมณพฺราหฺมณา จ อกามโก วาปิ อหํ ททามิ เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ หตํ วิสํ ชีวตุ ยญฺญทตฺโต ฯ
ลูกรัก อสรพิษที่ออกจากโพรงกัดเจ้านั้น มีเดชมาก ไม่เป็นที่รักของ แม่ในวันนี้เลย อสรพิษนั้นกับบิดาของเจ้า ไม่แปลกอะไรกันเลย ด้วย ความสัจนี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ยัญญทัตตกุมาร พิษจงคลาย ยัญญ- ทัตตกุมาร จงรอดชีวิตเถิด.
อาสีวิโส ตาต ปหูตเตโช โย ตํ อฑํสี พิฬารา อุทฺธจฺจ ตสฺมิญฺจ เม อปฺปิยตาย อชฺช ปิตริ จ เต นตฺถิ โกจิ วิเสโส เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ หตํ วิสํ ชีวตุ ยญฺญทตฺโต ฯ
ก็นักพรตทั้งหลายเป็นผู้สงบระงับ ฝึกฝนตนแล้ว ย่อมเว้นรอบ นอก จากท่านกัณหะแล้วที่จะเป็นผู้ทนฝืนใจ ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีเลย ดูกรท่านทีปายนะ ท่านเกลียดชังอะไร จึงสู่ฝืนใจประพฤติพรหมจรรย์ อยู่ได้.
สนฺตา ทนฺตา เย จ ปริพฺพชนฺติ อญฺญตฺร กณฺหา อนกามรูปา ทีปายน กิสฺส ชิคุจฺฉมาโน อกามโก จรสิ พฺรหฺมจริยํ ฯ
บุคคลออกบวชด้วยศรัทธาแล้ว กลับเข้าบ้านอีก เป็นคนเหลวไหล เป็นคนกลับกลอก เราเกลียดต่อถ้อยคำเช่นนี้ จึงสู้ฝืนใจ ประพฤติ พรหมจรรย์อยู่ นี้เป็นฐานะที่วิญญูชนสรรเสริญ และเป็นฐานะของ สัตบุรุษทั้งหลาย เราเป็นผู้กระทำบุญด้วยเหตุนี้แหละ.
สทฺธาย นิกฺขมฺม ปุน นิวตฺโต โส เอฬมูโค จปโล วตายํ เอตสฺส วาทสฺส ชิคุจฺฉมาโน อกามโก จรามิ พฺรหฺมจริยํ วิญฺญูปสตฺถญฺจ สตญฺจ ฐานํ เอวมฺปหํ ปุญฺญกโร ภวามิ ฯ
ท่านเลี้ยงสมณะ พราหมณ์และคนเดินทาง ให้อิ่มหนำสำราญด้วยข้าว และน้ำ เรือนของท่าน บริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำเป็นเหมือนบ่อน้ำ เออ ก็ท่านเกลียดต่อถ้อยคำอะไร แม้ไม่ประสงค์ ก็ให้ทานนี้ได้?
สมเณ ตุวํ พฺราหฺมเณ อทฺธิเก จ สนฺตปฺปยาสิ อนฺนปาเนน ภิกฺขํ โอปานภูตํว ฆรํ ตวยิทํ อนฺเนน ปาเนน อุเปตรูปํ อถ กิสฺส วาทสฺส ชิคุจฺฉมาโน อกามโก ทานมิมํ ททาสิ ฯ
มารดาบิดาและปู่ย่าตายายของดิฉัน เป็นผู้มีศรัทธา เป็นทานบดี รู้ความ ประสงค์ของผู้ขอ ดิฉันอนุวัตรตามธรรมเนียมของตระกูลนั้น กำหนดใจ ไว้ว่า อย่าได้เป็นคนตัดธรรมเนียมแห่งตระกูลนี้เสียเลย ดิฉันเกลียด ถ้อยคำเช่นนี้ แม้ไม่ประสงค์ก็ให้ทานนี้ได้.
ปิตโร จ เม อาสุ ปิตามหา จ สทฺธา อหุ ทานปตี วทญฺญู ตํ กูลวตฺตํ อนุวตฺตมาโน มาหํ กุเล อนฺติมคนฺธิโน อหุํ เอตสฺส วาทสฺส ชิคุจฺฉมาโน อกามโก ทานมิมํ ททามิ ฯ
ดูกรนางผู้มีร่างกายงาม เรานำเจ้าผู้ยังเป็นสาวน้อย ฯ ยังไม่มีปัญญา สามารถที่จะจับจ่ายมาแต่ตระกูลญาติ แม้เจ้าไม่ได้แสดงความไม่รักใคร่เรา เจ้าปฏิบัติเราเว้นจากความรักใคร่ เออก็นางผู้เจริญ การที่เจ้าอยู่ร่วมกับ เราเห็นปานนี้ได้ เพราะเหตุอะไร?
ทหรึ กุมารึ อสมตฺถปญฺญํ ยนฺตานยึ ญาติกุลา สุคตฺเต น จาปิ เม อปฺปิยตํ อเวทิ อญฺญตฺร กามา ปริจารยนฺตา อถ เกน วณฺเณน มยา หิ โภติ สํวาสธมฺโม อหุ เอวรูโป ฯ
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา อันภรรยาที่มีสามีบ่อยๆ มิได้มีอยู่ในตระกูลนี้ ดิฉันได้อนุวัตรตามธรรมเนียมของตระกูลนั้น กำหนดใจไว้ว่า ขออย่า ให้เป็นคนตัดธรรมเนียมของตระกูลในภายหลังเลย ดิฉันเกลียดต่อถ้อย คำเช่นนี้ แม้ไม่ประสงค์ก็ปฏิบัติท่านได้.
อารา ทูเร นยิธ กทาจิ อตฺถิ ปรมฺปรา นาม กุเล อิมสฺมึ ตํ กูลวตฺตํ อนุวตฺตมานา มาหํ กุเล อนฺติมคนฺธินี อหุํ เอตสฺส วาทสฺส ชิคุจฺฉมานา อกามิกา ปฏฺฐจรามิ ตุยฺหํ ฯ
ดูกรท่านมัณฑัพยะ วันนี้ดิฉันพูดถ้อยคำที่ไม่ควรจะพูด ขอท่านจงอด โทษถ้อยคำนั้นให้แก่ดิฉัน เพราะเหตุแห่งบุตรเถิด สิ่งอื่นอะไรๆ ใน โลกนี้ ที่จะรักยิ่งไปกว่าบุตรมิได้มี ยัญญทัตตกุมารของเรานี้รอดชีวิตแล้ว. จบ มัณฑัพยชาดกที่ ๖.
มณฺฑพฺย ภาสิสฺสํ อภาสเนยฺยํ ตํ ขมฺยตํ ปุตฺตเหตุ มมชฺช ปุตฺตเปมา นยิธ ปรตฺถิ กิญฺจิ โส โน อยํ ชีวติ ยญฺญทตฺโตติ ฯ มณฺฑพฺยชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ ---------