๑๓. จักกวากชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑๓. จักกวากชาดก (๔๕๑) ๑๓. จักกวากชาดก (๔๕๑) ว่าด้วยนกจักรพาก (กาถามนกจักรพากว่า)
นกจักรพากท่านมีสีสวยรูปงามล่ำสัน เลือดฝาดดี ทรวดทรงงาม ใบหน้าผ่องใส
ท่านจับอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำคงคา คงกินอาหารอย่างนี้ คือ ปลากา ปลากระบอก ปลาหมอ ปลาค้าว และปลาตะเพียน นะซิ (นกจักรพากปฏิเสธคำพูดของกานั้นว่า)
ข้าพเจ้ามิได้กินอาหารชนิดนี้ หรือสัตว์บกสัตว์น้ำเลย นอกเสียจากสาหร่ายและจอกแหน เพื่อน สาหร่ายและจอกแหนนี้เป็นอาหารของข้าพเจ้า (กาได้กล่าวว่า)
ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่า สาหร่ายและจอกแหนนี้ เป็นอาหารของนกจักรพาก เพื่อน แม้ตัวข้าพเจ้าก็ยังกินอาหารที่มีรสเค็ม และคลุกเคล้าด้วยน้ำมันในบ้าน
ซึ่งเป็นอาหารที่เขาปรุงกันในหมู่มนุษย์ เป็นของสะอาดเจือด้วยเนื้อ นกจักรพาก แต่สีสันของข้าพเจ้าไม่เหมือนท่าน (นกจักรพากได้กล่าวว่า)
ท่านเบียดเบียนหมู่มนุษย์ ต้องคอยมองดูผู้ที่ผูกเวรในตน กินอย่างหวาดสดุ้ง ตกใจกลัว เพราะเหตุนั้น สีสันของท่านจึงเป็นเช่นนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑๔. ภูริปัญญชาดก (๔๕๒)
กา ท่านเป็นศัตรูกับชาวโลกทั้งปวง ได้ก้อนข้าวมาด้วยความชั่ว ไม่ทำให้ผู้อื่นอิ่มหนำ เพราะเหตุนั้น สีสันของท่านจึงเป็นเช่นนี้
เพื่อน ข้าพเจ้าไม่เบียดเบียนเหล่าสัตว์ทั้งปวง มีความขวนขวายน้อย ไม่หวาดระแวง ไม่มีความเศร้าโศก ไม่มีภัยแต่ที่ไหนกินอยู่
ท่านนั้นจงสร้างอานุภาพขึ้น จงเลิกประพฤติแบบเดิมเสีย เที่ยวไปในโลกโดยไม่เบียดเบียน จักเป็นที่รักของชาวโลกเหมือนอย่างข้าพเจ้า
ผู้ใดไม่ฆ่าเอง ไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า ไม่ทำทรัพย์ให้เสื่อมไป ไม่ใช้ผู้อื่นทำทรัพย์ให้เสื่อมไป มีจิตเมตตาในสัตว์ทุกจำพวก ผู้นั้นไม่ก่อเวรกับใครๆ จักกวากชาดกที่ ๑๓ จบ