๑๕. มหามังคลชาดก
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๕. มหามังคลชาดก ว่าด้วยมงคล
๑๕ มหามงฺคลชาตกํ
นรชนรู้วิชาอะไรก็ดี รู้สุตะทั้งหลายอะไรก็ดี กระซิบถามกันว่า อะไร เป็นมงคล ในเวลาปรารถนามงคล นรชนนั้นจะทำอย่างไร จึงจะเป็นผู้ อันความสวัสดีคุ้มครองแล้ว ทั้งในโลกนี้ และโลกหน้าฯ
กึสุ นโร ชปฺปมธิจฺจ กาเล กํ วา วิชฺชํ กตมํ วา สุตานํ โส มจฺโจ อสฺมึ จ ปรมฺหิ โลเก กถํกโร โสตฺถาเนน คุตฺโต ฯ
เทวดาและพรหมทั้งปวง ทีฆชาติและสรรพสัตว์ทั้งหลาย บุคคลใด อ่อนน้อมอยู่เป็นนิตย์ ด้วยเมตตา บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวเมตตา ของ บุคคลนั้นแลว่า เป็นสวัสดิมงคลในสัตว์ทั้งหลาย.
ยสฺส เทวา ปิตโร จ สพฺเพ สิรึสปา สพฺพภูตานิ จาปิ เมตฺตาย นิจฺจํ อปจิตานิ โหนฺติ ภูเตสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
ผู้ใดประพฤติถ่อมตนแก่สัตว์โลกทั้งปวง แก่หญิงและชาย พร้อมทั้งเด็ก เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำชั่วร้าย ไม่กล่าวลำเลิกถึงเรื่องเก่าๆ บัณฑิต ทั้งหลายกล่าวความอดกลั้น ของผู้นั้นว่า เป็นสวัสดิมงคล.
โย สพฺพโลกสฺส นิวาตวุตฺติ อิตฺถีปุมานํ สหทารกานํ ขนฺตา ทุรุตฺตานํ อปฺปฏิกูลวาที อธิวาสนํ โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
ผู้ใดเป็นผู้มีปัญญาดี มีความรู้ปรุโปร่งในเมื่อเหตุเกิดขึ้น ไม่ดูหมิ่น มิตรสหายทั้งหลายด้วย ศิลป สกุล ทรัพย์ และด้วยชาติ บัณฑิต ทั้งหลายกล่าวการไม่ดูหมิ่นสหายของผู้นั้นว่า เป็นสวัสดิมงคลในสหาย ทั้งหลาย.
โย นาวชานาติ สหายมิตฺเต สิปฺเปน กุลฺยาภิ ธเนน ชจฺจา รุจิปญฺโญ อตฺถกาเล มตีมา สหาเยสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
สัตบุรุษทั้งหลายเป็นผู้ชอบพอคุ้นเคยกัน เป็นมิตรแท้ของผู้ใด ผู้มีคำพูด มั่นคง อนึ่ง ผู้ใดเป็นผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร แบ่งปันทรัพย์ของตน ให้ แก่มิตร บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการได้ประโยชน์เพราะอาศัยมิตร และการ แบ่งปันของผู้นั้นว่า เป็นความสวัสดิมงคลในมิตรทั้งหลาย.
มิตฺตานิ เว ยสฺส ภวนฺติ สนฺโต สํวิสฺสตฺถา อวิสํวาทกสฺส น มิตฺตทุพฺภี สํวิภาคี ธเนน มิตฺเตสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
ภรรยาของผู้ใดมีวัยเสมอกัน อยู่รวมกันด้วยความปรองดอง ประพฤติ ตามใจกัน เป็นคนใคร่ธรรม ไม่เป็นหญิงหมัน มีศีลโดยสมควรแก่สกุล รู้จักปรนนิบัติสามี บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวคุณความดีในภรรยาของผู้นั้น ว่าเป็นสวัสดิมงคลในภรรยาทั้งหลาย.
ยสฺส ภริยา ตุลฺยวยา สมคฺคา อนุพฺพตา ธมฺมกามา ปชาตา โกลินิยา สีลวตี ปติพฺพตา ทาเรสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
พระราชาเป็นเจ้าแผ่นดิน ทรงพระอิศริยยศใหญ่ ทรงทราบความสะอาด และความขยันหมั่นเพียรของราชเสวกคนใด และทรงทราบราชเสวก คนใด ด้วยความเป็นผู้ไม่ร้าวรานกับพระองค์ และทรงทราบราชเสวก คนใดว่ามีใจจงรักภักดีต่อเรา บัณฑิตทั้งหลายกล่าวคุณความดีของราช เสวกนั้นๆ ว่าเป็นสวัสดิมงคล ในพระราชาทั้งหลาย.
ยสฺส ราชา ภูตปตี ยสสฺสี ชานาติ โสเจยฺย ปรกฺกมญฺจ อเทฺวชฺฌตา สุหทยํ มมนฺติ ราชูสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
บุคคลใดมีศรัทธาให้ข้าวน้ำ ให้ดอกไม้ของหอม และเครื่องลูบไล้ มีจิต เลื่อมใสอนุโมทนา บัณฑิตทั้งหลายกล่าวคุณข้อนั้นของบุคคลนั้นแล ว่าเป็นความสวัสดีในสวรรค์ทั้งหลาย.
อนฺนญฺจ ปานญฺจ ททาติ สทฺโธ มาลญฺจ คนฺธญฺจ วิเลปนญฺจ ปสนฺนจิตฺโต อนุโมทมาโน สคฺเคสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
สัตบุรุษทั้งหลายผู้รู้แจ้งด้วยญาณ ผู้ยินดีแล้ว ในสัมมาปฏิบัติ เป็น พหูสูต แสวงหาคุณ เป็นผู้มีศีล ยังบุคคลใดให้บริสุทธิ์ด้วยอริยธรรม บัณฑิตทั้งหลายยกย่องคุณความดีของสัตบุรุษนั้น ว่าเป็นความสวัสดีใน ท่ามกลางพระอรหันต์.
ยมริยธมฺเมน ปุนนฺติ วทฺธา อาราธิตา สมจริยาย สนฺโต พหุสฺสุตา อิสโย สีลวนฺโต อรหนฺตมชฺเฌ โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
ความสวัสดีเหล่านี้แล ผู้รู้สรรเสริญแล้ว มีสุขเป็นผลกำไรในโลก นรชน ผู้มีปัญญา พึงเสพความสวัสดีเหล่านั้นไว้ในโลกนี้ ก็ในมงคลมีประเภท คือ ทิฏฐมงคล สุตมงคล และมุตมงคล มงคลสักนิดหนึ่งที่จะเป็น มงคลจริงๆ ไม่มีเลย. จบ มหามังคลชาดกที่ ๑๕.
เอตานิ โข โสตฺถานานิ โลเก วิญฺญูปสตฺถานิ สุขุทฺรยานิ ตานีธ เสเวถ นโร สปญฺโญ น หิ มงฺคเล กิญฺจินมตฺถิ สจฺจนฺติ ฯ มหามงฺคลชาตกํ ปณฺณรสมํ ฯ ---------