๕. โรหนมิคชาดก
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๕. โรหนมิคชาดก ว่าด้วยความรักในสายเลือด
๕ โรหนมิคชาตกํ
ดูกรน้องจิตตกะ ฝูงเนื้อเหล่านั้นกลัวความตายจึงพากันหนีกลับไป ถึงเธอ ก็จงไปเสียเถิด อย่าห่วงใยพี่เลย เนื้อทั้งหลายจักมีชีวิตอยู่กับเธอ.
เอเต ยูถา ปฏิยนฺติ ภีตา มรณา จิตฺตก คจฺฉ ตุวํปิ มา กงฺขิ ชีวิสฺสนฺติ ตยา สห ฯ
พี่โรหนะ ฉันจะไม่ไป ถึงใครจะคร่าเอาหัวใจของฉันไป ฉันจักไม่ทิ้งพี่ไป ฉันจักยอมทิ้งชีวิตไว้ในที่นี้. ก็มารดาบิดาทั้งสองของเรานั้น ท่านตาบอด เมื่อไม่มีผู้นำ จักต้อง ตายแน่ เธอจงไปเถิด อย่าห่วงใยพี่เลย เนื้อทั้งหลายจักมีชีวิตอยู่ กับเธอ. พี่โรหนะ ฉันจะไม่ไป ถึงใครจะมาคร่าเอาหัวใจของฉันไป ฉันจักไม่ ทิ้งพี่ผู้ถูกมัดไป ฉันจักยอมทิ้งชีวิตไว้ในที่นี้.
นาหํ โรหน คจฺฉามิ หทยํ เม อวกสฺสติ น ตํ อหํ ชหิสฺสามิ อิธ เหสฺสามิ ชีวิตํ ฯ เต หิ นูน มริสฺสนฺติ อนฺธา อปริณายกา คจฺฉ ตุวํปิ มา กงฺขิ ชีวิสฺสนฺติ ตยา สห ฯ นาหํ โรหน คจฺฉามิ หทยํ เม อวกสฺสติ น ตํ พนฺธํ ชหิสฺสามิ อิธ เหสฺสามิ ชีวิตํ ฯ
เจ้าเป็นคนขลาด จงหนีไปเสียเถิด พี่ติดอยู่ในหลักเหล็ก เธอจงไป เสียเถิด อย่าห่วงใยพี่เลย เนื้อทั้งหลายจักมีชีวิตอยู่กับเธอ.
คจฺฉ ภีรุ ปลายสฺสุ กูเฏ พนฺโธสฺมิ อายเส คจฺฉ ตุวํปิ มา กงฺขิ ชีวิสฺสนฺติ ตยา สห ฯ
พี่โรหนะ ฉันจะไม่ไป ถึงใครจะมาคร่าเอาหัวใจของฉันไป ฉันจักไม่ ละทิ้งพี่ ฉันจักยอมทิ้งชีวิตไว้ในที่นี้. ก็มารดาบิดาทั้งสองของเรานั้น ท่านตาบอด เมื่อไม่มีผู้นำ จักต้องตาย แน่ เธอจงไปเถิด อย่าห่วงใยพี่เลย เนื้อทั้งหลายจักมีชีวิตอยู่กับเธอ. พี่โรหนะ ฉันจะไม่ไป ถึงใครจะมาคร่าเอาหัวใจของฉันไป ฉันจะไม่ละ ทิ้งพี่ผู้ถูกมัดไป ฉันจักยอมทิ้งชีวิตไว้ในที่นี้.
นาหํ โรหน คจฺฉามิ หทยํ เม อวกสฺสติ น ตํ อหํ ชหิสฺสามิ อิธ เหสฺสามิ ชีวิตํ ฯ เต หิ นูน มริสฺสนฺติ อนฺธา อปริณายกา คจฺฉ ตุวํปิ มา กงฺขิ ชีวิสฺสนฺติ ตยา สห ฯ นาหํ โรหน คจฺฉามิ หทยํ เม อวกสฺสติ น ตํ พนฺธํ ชหิสฺสามิ อิธ เหสฺสามิ ชีวิตํ ฯ
วันนี้ นายพรานคนใด จักฆ่าเราด้วยลูกศร หรือหอก นายพรานคนนั้น มีรูปร้ายกาจ ถืออาวุธเดินมาแล้ว.
อยํ โส ลุทฺทโก เอติ ลุทฺทรูโป สหาวุโธ โย โน วธิสฺสติ อชฺช อุสุนา สตฺติยามปิ ฯ
นางสุตนามฤคีนั้น ถูกภัยบีบคั้นคุกคามหนีไป ครู่หนึ่งแล้วกลับเข้ามา หาความตาย ถึงนางจะมีขวัญอ่อนก็ได้ทำกรรมที่ทำได้แสนยาก.
สา มุหุตฺตํ ปลายิตฺวา ภยฏฺฏา ภยตชฺชิตา สุทุกฺกรํ อกรา ภีรุ มรณายูปนิวตฺตถ ฯ
เนื้อทั้ง ๒ นี้เป็นอะไรกับท่านหนอ พ้นไปแล้วยังกลับเข้ามาหาเครื่อง ผูกอีก ไม่ปรารถนาจะละทิ้งท่านไป แม้เพราะเหตุแห่งชีวิต?
กินฺนุ เตเม มิคา โหนฺติ มุตฺตา พนฺธํ อุปาสเร น ตํ จชิตุมิจฺฉนฺติ ชีวิตสฺสาปิ การณา ฯ
ดูกรนายพราน เนื้อทั้ง ๒ นี้เป็นน้องชาย น้องสาวของข้าพเจ้า ร่วมท้อง มารดาเดียวกัน ไม่ปรารถนาละข้าพเจ้าไป แม้เพราะเหตุแห่งชีวิต.
ภาตโร โหนฺติ เม ลุทฺท โสทริยา เอกมาตุกา น มํ จชิตุมิจฺฉนฺติ ชีวิตสฺสาปิ การณา ฯ
ข้าแต่นายพราน มารดาบิดาทั้งสองของ เราท่านตาบอด เมื่อไม่มีผู้นำ จักต้องตายแน่ โปรดให้ชีวิตแก่เราทั้ง ๕ เถิด โปรดปล่อยพี่ชาย เสียเถิด.
เต หิ นูน มริสฺสนฺติ อนฺธา อปริณายกา ปญฺจนฺนํ ชีวิตํ เทหิ ภาตรํ มุญฺจ ลุทฺทก ฯ
ข้าพเจ้าจะปล่อยเนื้อ ผู้เลี้ยงมารดาบิดาเท่านั้น มารดาบิดาได้เห็น พระยาเนื้อหลุดจากบ่วงไปแล้ว ก็จงยินดีเถิด.
โส โว อหํ ปโมกฺขามิ มาตาเปติภรํ มิคํ นนฺทนฺตุ มาตาปิตโร มุตฺตํ ทิสฺวา มหามิคํ ฯ
ข้าแต่นายพราน ท่านจงยินดีเพลิดเพลินกับพวกญาติทั้งปวง เหมือน ข้าพเจ้าเห็นพระยาเนื้อที่หลุดจากบ่วงแล้ว ชื่นชม ยินดี ในวันนี้ ฉะนั้น.
เอวํ ลุทฺทก นนฺทสฺสุ สห สพฺเพหิ ญาติภิ ยถาหมชฺช นนฺทามิ มุตฺตํ ทิสฺวา มหามิคํ ฯ
ดูกรลูกรัก เมื่อชีวิตเข้าไปใกล้ความตายแล้ว เจ้าหลุดมาได้อย่างไร ไฉนนายพรานจึงได้ปล่อยจากบ่วงเหล็กมาเล่า?
กถํ ตฺวํ ปโมกฺโข อาสิ อุปนีตสฺมิ ชีวิเต กถํ ปุตฺต อโมเจสิ กูฏปาสมฺหา ลุทฺทโก ฯ
น้องจิตตกะกล่าววาจาไพเราะหู เป็นที่จับอกจับใจดื่มด่ำในหทัย ช่วย ข้าพเจ้าให้หลุดมาได้ด้วยวาจาสุภาษิต. น้องสุตนาได้กล่าววาจาไพเราะหู จับอกจับใจดื่มด่ำในหทัย ช่วยข้าพเจ้าให้หลุดมาได้ด้วยวาจาสุภาษิต. นายพรานได้ฟังวาจาไพเราะหู เป็นที่จับอกจับใจดื่มด่ำในหทัย ได้ฟัง วาจาสุภาษิต จึงได้ปล่อยข้าพเจ้ามา.
ภณํ กณฺณสุขํ วาจํ หทยงฺคํ หทยสฺสิตํ สุภาสิตาหิ วาจาหิ จิตฺตโก มํ อโมจยิ ฯ ภณํ กณฺณสุขํ วาจํ หทยงฺคํ หทยสฺสิตํ สุภาสิตาหิ วาจาหิ สุตนา มํ อโมจยิ ฯ สุตฺวา กณฺณสุขํ วาจํ หทยงฺคํ หทยสฺสิตํ สุภาสิตานิ สุตฺวาน ลุทฺทโก มํ อโมจยิ ฯ
เราได้เห็นลูกโรหนะมาได้แล้ว ย่อมชื่นชม ยินดี ในวันนี้ ฉันใด ขอให้ นายพรานพร้อมทั้งบุตรและภรรยา จงมีความชมชื่น ยินดี ฉันนั้นเถิด.
เอวํ อานนฺทิโต โหตุ สห ทาเรหิ ลุทฺทโก ยถา มยชฺช นนฺทาม ทิสฺวา โรหนมาคตํ ฯ
ดูกรนายพราน เจ้าได้พูดไว้ว่า จะนำเอาเนื้อและหนังมามิใช่หรือ เออ ก็เหตุอะไรเล่า เจ้าจึงไม่นำเอาเนื้อและหนังมา?
นนุ ตฺวํ อวจ ลุทฺท มิคจมฺมานิ อาหรึ อถ เกน นุ วณฺเณน มิคจมฺมานิ นาหริ ฯ
เนื้อนั้นได้มาติดบ่วงเหล็กถึงมือแล้ว แต่มีเนื้อ ๒ ตัวไม่ได้ติดบ่วงเข้า มายืนอยู่ใกล้เนื้อตัวนั้น ข้าพระองค์ได้เกิดความสังเวชใจ ความอัศจรรย์ ใจ ขนพองสยองเกล้าว่า ถ้าเราฆ่าเนื้อตัวนี้ เราจักต้องทิ้งชีวิตในวันนี้.
อาคมญฺเจว หตฺถตฺถํ กูฏปาสญฺจ โส มิโค อพชฺฌิ ตํ มิคราชํ ตญฺจ มุตฺตา อุปาสเร ฯ ตสฺส เม อหุ สํเวโค อพฺภูโต โลมหํสโน อิมญฺจาหํ มิคํ หญฺเญ อชฺช หิสฺสามิ ชีวิตํ ฯ
ดูกรนายพราน เนื้อเหล่านั้นเป็นเช่นไร เป็นเนื้อมีธรรมอย่างไร มีสี สรรอย่างไร มีศีลอย่างไร ท่านจึงได้สรรเสริญเนื้อเหล่านั้นนัก?
กีทิสา เต มิคา ลุทฺท กีทิสา ธมฺมิกา มิคา กถํวณฺณา กถํสีลา พาฬฺหํ โข เน ปสํสสิ ฯ
เนื้อเหล่านั้นมีเขาขาว ขนสะอาด หนังเปรียบด้วยทองคำ เท้าแดง ตาสุกใส เป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ.
โอทาตสิงฺคา สุจิวาลา ชาตรูปตจูปมา ปาทา โลหิตกา เตสํ อญฺชิตกฺขา มโนรมา ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ เนื้อเหล่านั้นเป็นเช่นนี้ เป็นเนื้อมีธรรม เช่นนี้ เป็นเนื้อเลี้ยงบิดามารดา ข้าพระพุทธเจ้าจึงมิได้นำพระยาเนื้อนั้น มาถวายพระองค์ พระเจ้าข้า.
เอทิสา เต มิคา เทว เอทิสา ธมฺมิกา มิคา มาตาเปติภรา เทว น เต โส อภิหารยึ ฯ
ดูกรนายพราน เราให้ทองคำ ๑๐๐ แท่ง กุณฑลแก้วมณีอันมีค่ามาก เตียง ๔ เหลี่ยมมีสีคล้ายดอกผักตบ และภรรยาผู้มีรูปร่างเหมือนกัน ๒ คน กับโค ๑๐๐ ตัว แก่ท่าน เราจักปกครองราชสมบัติโดยธรรม ท่าน เป็นผู้มีอุปการะแก่เรามาก ดูกรนายพราน ท่านจงเลี้ยงดูบุตรและภรรยา ด้วยกสิกรรม พาณิชกรรม การให้กู้หนี้ และด้วยการแสวงหาอันเป็น สัมมาชีพเถิด อย่าได้กระทำบาปอีกเลย. จบ โรหนมิคชาดกที่ ๕.
ทมฺมิ นิกฺขสตํ ลุทฺท ถูลญฺจ มณิกุณฺฑลํ จตุรสฺสญฺจ ปลฺลงฺกํ อุมฺมาปุปฺผสิรินฺนิภํ ฯ เทฺว จ สาทิสิโย ภริยา อุสภญฺจ ควํสตํ ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสฺสํ พหุกาโร เมส ลุทฺทก ฯ กสิวณิชฺชา อิณทานํ อุญฺฉาจริยา จ ลุทฺทก เอเตน ทารํ โปเสหิ มา ปาปํ อกรี ปุนาติ ฯ โรหนมิคชาตกํ ปญฺจมํ ฯ ---------