๑๔. อโยฆรชาดก
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๔. อโยฆรชาดก ว่าด้วยอำนาจของมัจจุราช
๑๔ อโยฆรชาตกํ
สัตว์ถือปฏิสนธิกลางคืนก็ตาม ย่อมอยู่ในครรภ์มารดาก่อน สัตว์นั้น ย่อมเกิดขึ้นเพราะกำลังลม ย่อมไปสู่ความเป็นกลละเป็นต้น ย่อมไม่ กลับมาสู่ความเป็นกลละเป็นต้นอีก.
ยเมกรตฺตึ ปฐมํ คพฺเภ วสติ มาณโว อพฺภุฏฺฐิโตว โส ยาติ ส คจฺฉํ น นิวตฺตติ ฯ
นรชนผู้ประกอบด้วยกำลังกาย หรือกำลังทหารก็ตาม จะสู้รบกับชราและ มรณะแล้วไม่แก่ ไม่ตาย ไม่มีเลย เพราะว่า ชีวิตของสัตว์นี้ทั้งมวล ถูก ความเกิดและความแก่เบียดเบียน เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิด ว่า จะบวชประพฤติธรรม.
น ยุชฺฌมานา น พเลน วสฺสิตา นรา น ชีรนฺติ น จาปิ มิยฺยเร สพฺพญฺหิ ตํ ชาติชรายุปทฺทุตํ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
พระราชาผู้เป็นอธิบดีแห่งรัฐทั้งหลาย ย่อมจะข่มขี่หมู่เสนาประกอบด้วย องค์ ๔ อันน่าสะพรึงกลัว เอาชัยชนะได้ แต่ไม่สามารถจะชนะเสนาแห่ง มัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติ ธรรม.
จตุรงฺคินึ เสน สุภึสรูปํ ชยนฺติ รฏฺฐาธิปตี ปสยฺห น มจฺจุโน ชยิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
พระราชาบางจำพวกแวดล้อมด้วยพลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้า ย่อมพ้นจากเงื้อมมือของข้าศึก แต่ก็ไม่อาจจะพ้นจากสำนักของมัจจุราช ได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
หตฺถีหิ อสฺเสหิ รเถหิ ปตฺติหิ ปริวาริตา มุญฺจเร เอกจฺเจยฺยา น มจฺจุโน มุญฺจิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
พระราชาทั้งหลายผู้กล้าหาญ ย่อมหักราญพระนครแห่งราชศัตรูให้ ย่อยยับได้ และกำจัดมหาชนได้ ด้วยพลช้าง พลม้า พลรถ และพล เดินเท้า แต่ไม่สามารถจะหักราญเสนาแห่งมัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม
หตฺถีหิ อสฺเสหิ รเถหิ ปตฺติหิ สูรา ปภญฺชนฺติ ปธํสยนฺติ น มจฺจุโน ภญฺชิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
คชสารทั้งหลายเชือกตกมัน มีมันไหลเยิ้มแตกซาบซ่าน ย่อมย่ำยีนคร ทั้งหลาย และเข่นฆ่าประชาชนได้ แต่ไม่สามารถจะย่ำยีเสนาแห่ง มัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
มตฺตา คชา ภินฺนคฬา ปภินฺนา นครานิ มทฺทนฺติ ชนํ หนนฺติ น มจฺจุโน มทฺทิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
นายขมังธนูทั้งหลาย แม้มีมืออันได้ฝึกฝนมาดีแล้ว สามารถยิงธนูได้ไกล และยิงไม่พลาด ก็ไม่สามารถจะยิงต่อต้านมัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
อิสฺสาสิโน กตหตฺถาปิ วีรา ทูเรปาตี อกฺขณเวธิโนปิ น มจฺจุโน วิชฺฌิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
สระทั้งหลาย และมหาปฐพีกับทั้งภูเขาราวป่า ย่อมเสื่อมสิ้นไป สังขาร ทั้งปวงนั้น จะตั้งอยู่นานสักเท่าไร ก็ย่อมเสื่อมสิ้นไป เพราะสังขาร ทั้งปวงนั้น ครั้นถึงการกำหนดแล้วย่อมจะแตกทำลายไป เพราะเหตุ นั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
สรานิ ขียนฺติ สเสลกานนา สพฺพํปิ ตํ ขียติ ทีฆมนฺตรํ สพฺพํ หิ ตํ ภญฺชเร กาลปริยายํ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
แท้จริง ชีวิตของสัตว์ทั้งมวล ทั้งเป็นสตรีและบุรุษในโลกนี้ เป็นของ หวั่นไหว เหมือนแผ่นผ้าของนักเลงสุรา และต้นไม้เกิดใกล้ฝั่ง เป็นของ หวั่นไหว ไม่ยั่งยืนฉะนั้น เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวช ประพฤติธรรม.
สพฺเพสเมวํ หิ นรีนรานํ จลาจลํ ปาณภุโนธ ชีวิตํ ปโฏว ธุตฺตสฺส ทุโมว กูลโช ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
ผลไม้ที่สุกแล้วย่อมหล่นร่วง ฉันใด สัตว์ทั้งหลาย ทั้งหนุ่มทั้งแก่ ทั้ง ปานกลาง ทั้งหญิง ทั้งชาย ย่อมเป็นผู้มีสรีระทำลายหล่นไป ฉันนั้น เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
ทุมปฺผลาเนว ปตนฺติ มาณวา ทหรา จ วุฑฺฒา จ สรีรเภทา นาริโย นรา มชฺฌิมโปริสา จ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
พระจันทร์ ผู้เป็นราชาแห่งดวงดาวเป็นฉันใด วัยนี้หาเป็นฉันนั้นไม่ เพราะส่วนใดล่วงลงไปแล้ว ส่วนนั้นก็เป็นอันล่วงไปแล้ว ในบัดนี้ แม้ความยินดีในกามคุณของคนแก่ย่อมไม่มี ความสุขจะมีมาแต่ไหน เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
นายํ วโย ตารกราชสนฺนิโภ ยทพฺภตีตํ คตเมวทานิ ตํ ชิณฺณสฺส หี นตฺถิ รตี กุโต สุขํ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
ยักษ์ก็ดี ปีศาจก็ดี หรือเปรตก็ดี โกรธเคืองแล้วย่อมเข้าสิงมนุษย์ได้ แต่ไม่สามารถจะเข้าสิงมัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิด ว่า จะบวชประพฤติธรรม.
ยกฺขา ปิสาจา อถวาปิ เปตา กุปฺปิตา เต อสฺสสนฺติ มนุสฺเส น มจฺจุโน อสฺสสิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
มนุษย์ทั้งหลายย่อมกระทำการบวงสรวงยักษ์ ปีศาจ หรือเปรตทั้งหลาย ผู้โกรธเคืองแล้วได้ แต่ไม่สามารถจะบวงสรวงแก่มัจจุราชได้ เพราะ เหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
ยกฺเข ปิสาเจ อถวาปิ เปเต กุปฺปิเตปิ เต นิชฺฌปนํ กโรนฺติ น มจฺจุโน นิชฺฌปนมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
พระราชาทรงรู้โทษแล้ว ย่อมลงอาชญากะบุคคลผู้กระทำความผิด ผู้ ประทุษร้ายต่อราชสมบัติ และผู้เบียดเบียนประชาชน ตามสมควร แต่ ไม่สามารถจะลงอาชญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึง คิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
อปราธเก ทูสเก เหฐเก จ ราชาโน ทณฺเฑนฺติ วิทิตฺวาน โทสํ น มจฺจุโน ทณฺฑยิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
ชนทั้งหลายผู้กระทำความผิดก็ดี ผู้ประทุษร้ายราชสมบัติก็ดี ผู้เบียดเบียน ประชาชนก็ดี ย่อมจะยังพระราชาให้ทรงพระกรุณาได้ แต่หาทำให้ มัจจุราชกรุณาได้ไม่ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวช ประพฤติธรรม.
อปราธกา ทูสกา เหฐกา จ ลภนฺติ เต ราชาโน นิชฺฌเปตุํ น มจฺจุโน นิชฺฌปนํ กโรนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
มัจจุราชมิได้มีความอาลัยใยดีว่า ผู้นี้เป็นกษัตริย์ ผู้นี้เป็นพราหมณ์ ผู้นี้มั่งคั่ง ผู้นี้มีกำลัง ผู้นี้มีเดชานุภาพ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้า จึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
น ขตฺติโยปิ น จ พฺราหฺมโณปิ น อฑฺฒกา พลวา เตชวาปิ น มจฺจุราชสฺส อเปกฺขมตฺถิ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
ราชสีห์ก็ดี เสือโคร่งก็ดี เสือเหลืองก็ดี ย่อมข่มขี่เคี้ยวกินสัตว์ผู้ดิ้นรน อยู่ได้ แต่ไม่สามารถจะเคี้ยวกินมัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้า จึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
สีหา จ พฺยคฺฆา จ อโถปิ ทีปิโย ปสยฺห ขาทนฺติ วิผนฺทมานํ น มจฺจุโน ขาทิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
นักเล่นกลทั้งหลาย เมื่อกระทำกลมายา ณ ท่ามกลางสนาม ย่อมลวง นัยน์ตาของประชาชนในที่นั้นๆ ให้หลงเชื่อได้ แต่ไม่สามารถจะลวง มัจจุราชให้หลงเชื่อได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวช ประพฤติธรรม.
มายาการา รงฺคมชฺเฌ กโรนฺตา โมเหนฺติ จกฺขูนิ ชนสฺส ตาวเท น มจฺจุโน โมหยิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
อสรพิษที่มีพิษร้าย โกรธขึ้นมาแล้วย่อมขบกัดมนุษย์ให้ถึงตายได้ แต่ ไม่สามารถจะขบกัดมัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
อาสีวิสา กุปฺปิตา อุคฺคเตชา ฑํสนฺติ มาเรนฺติปิ เต มนุสฺเส น มจฺจุโน ฑํสิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
อสรพิษโกรธขึ้นแล้วขบกัดผู้ใด หมอทั้งหลาย ย่อมถอนพิษที่ผู้นั้นได้ แต่จะถอนพิษ ของผู้ถูกมัจจุราชประทุษร้ายหาไม่ได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
อาสีวิสา กุปฺปิตา ยํ ฑํสนฺติ ติกิจฺฉกา เตส วิสํ หนนฺติ น มจฺจุโน ทฏฺฐวิสํ หนนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
แพทย์ผู้มีชื่อเสียงเหล่านี้ คือ แพทย์ธรรมมนตรี แพทย์เวตตรุณ แพทย์โภชะ กำจัดพิษพระยานาคได้ แต่แพทย์เหล่านั้นต้องทำ กาลกิริยานอนตาย เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวช ประพฤติธรรม.
ธมฺมนฺตรี เวตฺตรุโณ จ โภโช วิสานิ หนฺตฺวาน ภุชงฺคมานํ สุยฺยนฺติ เต กาลกตา ตเถว ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
พวกวิชาธร เมื่อร่ายวิชาชื่อโฆระ ย่อมหายตัวไปได้ด้วยโอสถทั้งหลาย แต่จะหายตัวไม่ให้มัจจุราชเห็นไม่ได้เลย เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้า จึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
วิชฺชาธรา โฆรมธียมานา อทสฺสนํ โอสเธภิ วชนฺติ น มจฺจุราชสฺส วชนฺติ อทสฺสนํ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
ธรรมแล ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ธรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้ว ย่อม นำความสุขมาให้ นี้เป็นอานิสงส์ในธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ผู้มีปกติ ประพฤติธรรม ย่อมไม่ไปสู่ทุคติ.
ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ เอสานิสํโส ธมฺเม สุจิณฺเณ น ทุคฺคตึ คจฺฉติ ธมฺมจารี ฯ
สภาพทั้ง ๒ คือ ธรรมและอธรรม มีวิบากไม่เสมอกัน อธรรมย่อมนำ ไปสู่นรก ธรรมย่อมให้ถึงสุคติ. จบ อโยฆรชาดกที่ ๑๔. ----------------------------------------------------- รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. มาตังคชาดก ๒. จิตตสัมภูตชาดก ๓. สีวิราชชาดก ๔. ศิริมันทชาดก รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ ๕. โรหนมิคชาดก ๖. หังสชาดก ๗. สัตติคุมพชาดก ๘. ภัลลาติยชาดก ๙. โสมนัสสชาดก ๑๐. จัมเปยยชาดก ๑๑. มหาโลภนชาดก ๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก ๑๓. หัตถิปาลชาดก ๑๔. อโยฆรชาดก. จบ วีสตินิบาตชาดก. -----------------------------------------------------
นหิ ธมฺโม อธมฺโม จ อุโภ สมวิปากิโน อธมฺโม นิรยํ เนติ ธมฺโม ปาเปติ สุคฺคตินฺติ ฯ อโยฆรชาตกํ จุทฺทสมํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ มาตงฺค สมฺภูต สีวิ สิริมนฺโต โรหน หํส สตฺติคุมฺโพ ภลฺลาติย โสมนสฺส จมฺเปยฺย พฺรหฺม ปญฺจ- ปณฺฑิต จิรสฺสํวต อโยฆราติ ฯ วีสตินิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ