This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๕. มโหสถชาดก

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๖๐๐–๖๘๖พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒87 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ มโหสถชาดก พระมโหสถบัณฑิตทรงบำเพ็ญปัญญาบารมี

๕ มโหสธชาตกํ

๖๐๐

ดูกรพ่อมโหสถ พระเจ้าพรหมทัตต์ผู้ครองกรุงปัญจาละ เสด็จยาตราทัพมา พร้อมด้วยกองทัพทุกหมู่เหล่า กองทัพของพระเจ้าปัญจาลราชนั้นพึง ประมาณไม่ได้ มีกองช่างโยธา กองราบ ล้วนแต่ฉลาดในสงครามทั้งปวง สามารถจะนำข้าศึกมาได้ มีเสียงอื้ออึง ยังกันและกันให้รู้ด้วยเสียงกลอง และเสียงสังข์ มีวิทยาทางโลหธาตุ มีเครื่องประดับครบครัน ธงทิว สลอนเกลื่อนกล่นด้วยช้างประมาณมิได้ สมบูรณ์ด้วยคนมีศิลป์ กองทัพ นั้นตั้งมั่นอยู่ด้วยทหารผู้แกล้วกล้า กล่าวกันว่าในกองทัพนี้ มีราชบุรุษ ๑๐ นาย เป็นผู้ฉลาด มีปัญญากว้างขวาง มีการประชุมปรึกษากันในที่ลับ พระชนนีของพระเจ้าปัญจาลราชเป็นที่ ๑๑ ย่อมทรงสั่งสอนชาวปัญจาล- นครที่นั้น ในชนเหล่านี้ กษัตริย์ร้อยเอ็ดพระนครผู้เรืองยศ ตามเสด็จ พระเจ้าปัญจาลราช ถูกชิงแว่นแคว้น กลัวภัยจึงตกอยู่ในอำนาจของ ชาวปัญจาลนคร เป็นผู้สามารถทำตามที่พระราชารับสั่ง ไม่มีความปรารถนา ก็จำต้องกล่าวคำเป็นที่รัก ต้องตามเสด็จพระเจ้าปัญจาลราช เป็นผู้มีอำนาจ มาก่อน ไม่ปรารถนาก็ต้องอยู่ในอำนาจของพระเจ้าปัญจาลราช มิถิลานคร อันแวดล้อมด้วยกองทัพนั้น เป็นสามชั้น ราชธานีของชาววิเทหรัฐ ถูกขุดเป็นคูโดยรอบ ดูกรพ่อมโหสถ กองทัพที่แวดล้อมโดยรอบ มิถิลานครนั้น ปรากฏเหมือนดาวบนท้องฟ้า พ่อจงรู้ว่า จักมีความพ้น ได้อย่างไร.

|๖๐๐.๑| ปญฺจาโล สพฺพเสนาย พฺรหฺมทตฺโตยมาคโต ฯ สายํ ปญฺจาลิยา เสนา อปฺปเมยฺยา มโหสธ ฯ |๖๐๐.๒| วิทฺธิมตี ปตฺติมตี สพฺพสงฺคามโกวิทา โอหารินี สทฺทวตี เภรีสงฺขปฺปโพธนา ฯ |๖๐๐.๓| โลหวิชฺชา อลงฺการา ธชินี วามโรหินี สิปฺปิเยหิ สุสมฺปนฺนา สูเรหิ สุปฺปติฏฺฐิตา ฯ |๖๐๐.๔| ทเสตฺถ ปณฺฑิตา อาหุ ภูริปญฺญา รโหคตา มาตา เอกาทสี รญฺโญ ปญฺจาลิยํ ปสาสติ ฯ |๖๐๐.๕| อเถตฺเถกสตํ ขตฺยา อนุยนฺตา ยสสฺสิโน อจฺฉินฺนรฏฺฐา พฺยถิตา ปญฺจาลีนํ วสํ คตา ฯ |๖๐๐.๖| ยํ วทา ตกฺกรา รญฺโญ อกามา ปิยภาณิโน ปญฺจาลมนุยายนฺติ อกามา วสิโน คตา ฯ |๖๐๐.๗| ตาย เสนาย มิถิลา ติสนฺธิปริวาริตา ราชธานี วิเทหานํ สมนฺตา ปริชญฺญติ ฯ |๖๐๐.๘| อุทฺธํ ตารกชาตาว สมนฺตา ปริวาริตา มโหสธ วิชานาหิ กถํ โมกฺโข ภวิสฺสติ ฯ

๖๐๑

ขอเดชะ ขอเชิญพระองค์ทรงเหยียดพระบาทตามพระสำราญ เชิญเสวย และรื่นรมย์อยู่ในกามสมบัติเถิด พระเจ้าพรหมทัตต์จะต้องละกองทัพ ชาวปัญจาลนครเสด็จหนีไป พระเจ้าข้า.

ปาเท เทว ปสาเรหิ ภุญฺช กาเม รมสฺสุ จ หิตฺวา ปญฺจาลิยํ เสนํ พฺรหฺมทตฺโต ปลายติ ฯ

๖๐๒

พระราชามีพระราชประสงค์จะทรงทำสัมพันธมิตรกับพระองค์ จะพระ- ราชทานรัตนะทั้งหลายแก่พระองค์ตั้งแต่นี้ไป ราชทูตทั้งหลายผู้มีวาจา ไพเราะ กล่าวคำที่น่ารัก จงคุมเครื่องบรรณาการแต่ปัญจาลนครมายัง กรุงมิถิลานคร จงกล่าววาจาอันอ่อนหวาน เป็นวาจาที่น่ายินดี ปัญจาล นครกับวิเทหรัฐทั้งสองนั้น จงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.

|๖๐๒.๑| ราชา สนฺถวกาโม เต รตนานิ ปเวจฺฉติ อาคจฺฉนฺตุ อิโต ทูตา มญฺชุกา ปิยภาณิโน ฯ |๖๐๒.๒| ภาสนฺตุ มุทุกา วาจา ยา วาจา ปฏินนฺทิตา ปญฺจาโล จ วิเทโห จ อุโภ เอกา ภวนฺตุ เต ฯ

๖๐๓

ดูกรอาจารย์เกวัฏ ท่านได้พบกับมโหสถเป็นอย่างไรหนอ เชิญกล่าว ต่อไปเถิด มโหสถกับท่านต่างงดโทษกันแล้วกระมัง มโหสถยินดีแล้ว กระมัง.

กถนฺนุ เกวฏฺฏ มโหสเธน สมาคโม อาสิ ตทิงฺฆ พฺรูหิ กจฺจิ เต ปฏินิชฺฌตฺโต กจฺจิ ตุฏฺโฐ มโหสโธ ฯ

๖๐๔

ข้าแต่พระจอมประชาชน บุรุษชื่อมโหสถเป็นคนเลว ไม่น่าชื่นชม เป็นคนกระด้าง ไม่ใช่สัตบุรุษ ไม่กล่าวข้อความอะไรๆ เหมือนคนใบ้ และคนหนวกฉะนั้น พระเจ้าข้า.

อนริยรูโป ปุริโส ชนินฺท อสมฺโมทโก ถทฺโธ อสพฺภิรูโป ยถา มูโค จ พธิโร จ น กิญฺจิตฺถํ อภาสถ ฯ

๖๐๕

บทมนต์นี้อันมโหสถบุตรของเราเห็นแล้วโดยแท้ คนอื่นก็เห็นได้โดยง่าย ข้อความอันดี อันนรชนผู้มีความเพียรเห็นแล้ว ความจริง กายของเรา ก็หวั่นไหว ใคร่จักละแคว้นของตนไปสู่เงื้อมมือของผู้อื่นเล่า.

อทฺธา อิทํ มนฺตปทํ สุทุทฺทสํ อตฺโถ สุทฺโธ นรวีเรน ทิฏฺโฐ ตถา หิ กาโย มม สมฺปเวธติ หิตฺวา สยํ โก ปรหตฺถเมสฺสติ ฯ

๖๐๖

ก็ความคิดของเราทั้งหกคนผู้เป็นบัณฑิต มีปัญญากว้างขวางสูงสุด สมเป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน ดูกรมโหสถ แม้เธอก็จงลงมติว่าไปหรือไม่ไป หรือว่าจะอยู่ในที่นี้.

ฉนฺนญฺหิ เอกาว มตี สเมติ เย ปณฺฑิตา อุตฺตมภูริปญฺญา ยานํ อยานํ อถวาปิ ฐานํ มโหสธ ตฺวํปิ มตึ กโรหิ ฯ

๖๐๗

ข้าแต่พระราชา พระองค์จงทรงทราบพระเจ้าจุลนี้พรหมทัตต์ ทรงมีอานุภาพ มาก มีพลมาก ปรารถนาเพื่อปลงพระชนม์พระองค์ ดุจนายพรานฆ่าเนื้อ ด้วยนางเนื้อฉะนั้น ปลาอยากกินของสดคือเหยื่อ ย่อมกลืนเบ็ดที่คด อันปิดไว้ด้วยเหยื่อ มันย่อมไม่รู้จักความตายของตน ฉันใด ข้าแต่ พระราชา พระองค์ทรงปรารถนากาม ย่อมไม่ทรงทราบพระราชธิดาของ พระเจ้าจุลนี เหมือนปลาไม่รู้จักความตายของตนฉะนั้น ถ้าพระองค์ จะเสด็จไปยังปัญจาลนคร จักต้องทรงละเสียทันที ภัยใหญ่จักถึงแก่ พระองค์ เหมือนภัยคือความตายถึงแก่มฤคผู้ตามไปถึงทางที่ประตูบ้าน ฉะนั้น ขอเดชะ.

|๖๐๗.๑| ชานาสิ โข ราช มหานุภาโว มหพฺพโล จูฬนีพฺรหฺมทตฺโต ราชา จ ตํ อิจฺฉติ มารณตฺถํ มิคํ ยถา โอกจเรน ลุทฺโท ฯ |๖๐๗.๒| ยถาปิ มจฺโฉ พลิสํ วงฺกํ มํเสน ฉาทิตํ อามคิทฺโธ น ชานาติ มจฺโฉ มรณมตฺตโน ฯ เอวเมว ตุวํ ราช จูฬเนยฺยสฺส ธีตรํ |๖๐๗.๓| กามคิทฺโธ น ชานาสิ มจฺโฉว มรณมตฺตโน ฯ สเจ คจฺฉสิ ปญฺจาลํ ขิปฺปมตฺตํ ชหิสฺสสิ มิคํ ปนฺถานุปนฺนํว มหนฺตํ ภยเมสฺสสิ ฯ

๖๐๘

พวกเราทั้งนั้น ซึ่งกล่าวถึงเหตุที่จะให้ได้รัตนะอันสูงสุดในสำนัก เจ้าเป็น คนเขลา บ้าน้ำลาย เจ้าเป็นบุตรคฤหบดีถือหางไถเจริญมาตั้งแต่เยาว์ เจ้าจะรู้เหตุที่ให้ได้รัตนะเหมือนคนอื่นเขาละหรือ.

มยเมว พาลามฺหเส เอลมูคา เย อุตฺตมตฺถานิ ตยี ลปิมฺหา กิเมว ตฺวํ นงฺคลโกฏิวฑฺโฒ อตฺถานิ ชานาสิ ยถาปิ อญฺเญ ฯ

๖๐๙

ท่านทั้งหลายจงไสคอมโหสถนี่ ซึ่งเขาพูดเป็นอันตรายแก่การได้รัตนะ ของเรา ให้หายไปเสียจากแว่นแคว้นของเรา.

อิมํ คเล คเหตฺวาน นาเสถ วิชิตา มม โย เม รตนลาภสฺส อนฺตรายาย ภาสติ ฯ

๖๑๐

แต่นั้นมโหสถบัณฑิต ได้หลีกไปจากราชสำนัก ของพระเจ้าวิเทหราช ที่นั้นได้เรียกนกสุวบัณฑิตชื่อมาธุระผู้เป็นทูตมาสั่งว่า ดูกรนกผู้มีขนปีก เขียวผู้สหาย เจ้าจงมากระทำความขวนขวายเพื่อเรา นางนกสาลิกาที่ เขาเลี้ยงไว้ใกล้ที่บรรทมของพระเจ้าปัญจาลราชมีอยู่ ก็นางนกสาลิกานั้น เป็นผู้ฉลาดในสิ่งทั้งปวง เจ้าจงถามนางนกสาลิกานั้นโดยพิสดาร นางนก สาลิกานั้นรู้ความลับทุกอย่างของพระเจ้าปัญจาลราช และของเกวัฏ- พราหมณ์ผู้โกสิยโคตร นกสุวบัณฑิตชื่อมาธุระ มีขนปีกเขียว รับคำ มโหสถบัณฑิต แล้วได้ไปสู่สำนักนางนกสาลิกา แต่นั้น นกมาธุรสุว- บัณฑิตครั้นไปถึงแล้ว ได้ถามนางนกสาลิกาผู้มีกรงอันงาม พูดเพราะว่า เธอสบายดีอยู่ในกรงงามแลหรือ เธอมีความผาสุกในเพศแลหรือ เธอ ได้ข้าวตอกกับน้ำผึ้งในกรงงามของเจ้าและหรือ. นางนกสาลิกาตอบว่า ดูกรสุวบัณฑิตผู้สหาย ฉันมีความสุขดี ฉัน สบายดี อนึ่ง ฉันได้ข้าวตอกกับน้ำผึ้งเพียงพอ ดูกรสหาย ท่านมาแต่ไหน หรือใครใช้ให้มา ก่อนแต่นี้เราไม่เคยเห็นท่านหรือไม่เคยได้ยินเลย.

|๖๑๐.๑| ตโต จ โส อปกฺกมฺม เวเทหสฺส อุปนฺติกา อถ อามนฺตยี ทูตํ มาธุรํ สุวปณฺฑิตํ ฯ |๖๑๐.๒| เอหิ สมฺม หริตปกฺข เวยฺยาวจฺจํ กโรหิ เม อตฺถิ ปญฺจาลราชสฺส สาลิกา สยนปาลิกา ฯ |๖๑๐.๓| ตํ สนฺถเวน ปุจฺฉสฺสุ สา หิ สพฺพสฺส โกวิทา สา เนสํ สพฺพํ ชานาติ รญฺโญ จ โกสิยสฺส จ ฯ |๖๑๐.๔| อาโมติ โส ปฏิสุตฺวา มาธุโร สุวปณฺฑิโต อคมาสิ หริตปกฺโข สาลิกาย อุปนฺติกํ ฯ |๖๑๐.๕| ตโต จ โข โส คนฺตฺวาน มาธุโร สุวปณฺฑิโต อถ อามนฺตยี สุฆรํ สาลิกํ มญฺชุภาณิกํ ฯ |๖๑๐.๖| กจฺจิ เต สุฆเร ขมนียํ กจฺจิ เวเส อนามยํ กจฺจิ เต มธุนา ลาชํ ลพฺภเต สุฆเร ตุวํ ฯ |๖๑๐.๗| กุสลญฺเจว เม สมฺม อโถ สมฺม อนามยํ อโถ เม มธุนา ลาชา ลพฺภเต สุวปณฺฑิต ฯ |๖๑๐.๘| กุโต นุ สมฺม อาคมฺม กสฺส วา ปหิโต ตุวํ น จ เมสิ อิโต ปุพฺเพ ทิฏฺโฐ วา ยทิ วา สุโต ฯ

๖๑๑

ฉันเป็นผู้ที่เขาเลี้ยงอยู่ใกล้ที่บรรทมบนปราสาท ของพระเจ้าสีวิราช พระราชาพระองค์นั้นทรงตั้งอยู่ในธรรม โปรดให้ปล่อยสัตว์ทั้งหลายผู้ถูก ขังอยู่จากที่ขังนั้นๆ นางนกสาลิกาตัวหนึ่งพูดอ่อนหวาน เป็นภรรยา ของฉัน เหยี่ยวได้ฆ่านางนกสาลิกานั้นเสียในห้องที่บรรทม ต่อหน้า ของฉันผู้อยู่ในกรงงามซึ่งเห็นอยู่ ฉันรักใคร่ต่อเธอจึงมาในสำนักของเธอ ถ้าเธอพึงให้โอกาส เราทั้งสองก็จะได้อยู่ร่วมกัน.

|๖๑๑.๑| อโหสึ สิวิราชสฺส ปาสาเท สยนปาลโก ตโต โส ธมฺมิโก ราชา พนฺเธ โมเจติ พนฺธนา ฯ |๖๑๑.๒| ตสฺส เมกา ทุติยาสิ สาลิกา มญฺชุภาณิกา ตํ ตตฺถ อวธิ เสโน เปกฺขโต สุฆเร มม ฯ |๖๑๑.๓| ตสฺสา กามา หิ สมฺมตฺโต อาคโตสฺมิ ตวนฺติเก สเจ กเรยุ โอกาสํ อุภเยว วเสมฺหเส ฯ

๖๑๒

ก็นกแขกเต้าพึงรักใคร่กับนางนกแขกเต้า และนกสาลิกาก็พึงรักใคร่กับ นางนกสาลิกา การที่นกแขกเต้าจะอยู่ร่วมกันกับนางนกสาลิกาจะเป็น เช่นไร.

สุโว จ สุวึ กาเมยฺย สาลิโก ปน สาลิกํ สุวสฺส สาลิกาเยว สํวาโส โหติ กีทิโส ฯ

๖๑๓

เออก็ ผู้ใดใคร่ในกามกับนางจัณฑาล ผู้นั้นทั้งหมดย่อมเป็นเช่นกับนาง จัณฑาลนั้น บุคคลไม่เป็นเช่นเดียวกันในเพราะกามย่อมไม่มี พระชนนี ของพระเจ้าสีวี พระนามว่าชัมพาวดีมีอยู่ พระนางเป็นจัณฑาล ได้เป็น พระมเหสีที่รักของพระเจ้าวาสุเทพกัณหโคตร นางกินนรีชื่อรัตนวดี มีอยู่ แม้นางกินนรีนั้นก็ร่วมรักกับดาบสชื่อวัจฉะ มนุษย์ได้ร่วมอภิรมย์ กับนางเนื้อก็มี มนุษย์หรือสัตว์ต่างกันเพราะกามย่อมไม่มี เอาเถอะ ดูกรนางนกสาลิกาผู้พูดเพราะ เราจักไปละ เพราะถ้อยคำของเธอเป็น เหตุให้รู้ประจักษ์ เธอดูหมิ่นฉันนัก.

|๖๑๓.๑| โย ยํ กาเม กามยติ อปิ จณฺฑาลิกามปิ สพฺโพ หิ สทิโส โหติ นตฺถิ กาเม อสาทิโส ฯ |๖๑๓.๒| อตฺถิ ชมฺพาวตี นาม มาตา สิวิสฺส ราชิโน สา ปิยา วาสุเทวสฺส กณฺหสฺส จ มเหสิยา ฯ |๖๑๓.๓| รตนวตี กึปุริสี สาปิ วจฺฉํ อกามยิ มนุสฺโส มิคิยา สทฺธึ นตฺถิ กาเม อสาทิโส ฯ |๖๑๓.๔| หนฺท โขหํ คมิสฺสามิ สาลิเก มญฺชุภาณิเก ปจฺจกฺขานุปทํ เหตํ อติมญฺญสิ นูน มํ ฯ

๖๑๔

ดูกรมาธุรสุวบัณฑิต สิริย่อมไม่มีแก่ผู้ด่วนได้ ใจเร็ว เชิญท่านอยู่ ณ ที่นี้ จนกว่าจะได้เห็นพระราชา จนได้ฟังเสียงตะโพนและอานุภาพของ พระราชา.

น สิรี ตรมานสฺส มาธุร สุวปณฺฑิต อิเธว ตาว อจฺฉสฺสุ ยาว ราชาน ทกฺขสิ โสสฺสิ สทฺทํ มุทิงฺคานํ อานุภาวญฺจ ราชิโน ฯ

๖๑๕

เสียงอันเซ็งแซ่นี้ ฉันได้ฟังมาแล้วภายนอกชนบทว่า พระราชธิดาของ พระเจ้าปัญจาลราช มีพระฉวีวรรณดังดาวประกายพฤกษ์ พระเจ้าปัญ- จาลราช จักพระราชทานพระราชธิดานั้นแก่ชาวแคว้นวิเทหะ คือ จักมี การอภิเษกระหว่างพระเจ้าวิเทหราชกับพระราชธิดานั้น.

โย นุ ขฺวายํ ติพฺโพ สทฺโท ติโรชนปเท สุโต ธีตา ปญฺจาลราชสฺส โอสธี วิย วณฺณินี ตํ ทสฺสติ วิเทหานํ โส วิวาโห ภวิสฺสติ ฯ

๖๑๖

ดูกรมาธุระ วิวาหมงคลของเหล่าชนผู้เป็นข้าศึก จงมีเหมือนกับพระเจ้า ปัญจาลราช จักทรงทำวิวาหมงคลพระราชธิดากับพระเจ้าวิเทหราช พระ ราชาผู้เป็นจอมทัพแห่งชาวปัญจาลนคร จักทรงนำพระเจ้าวิเทหราชมาแล้ว แต่นั้น จักทรงรับสั่งให้ปลงพระชนม์เสีย พระเจ้าวิเทหราชไม่ได้เป็นพระ สหายของพระปัญจาลราช.

|๖๑๖.๑| เอทิโส เต อมิตฺตานํ วิวาโห โหตุ มาธุร ยถา ปญฺจาลราชสฺส เวเทเหน ภวิสฺสติ ฯ |๖๑๖.๒| อานยิตฺวาน เวเทหํ ปญฺจาลานํ รเถสโภ ตโต นํ ฆาตยิสฺสติ นาสฺส สขิ ภวิสฺสติ ฯ

๖๑๗

เอาเถิด เธอจงอนุญาตให้ฉันไปประมาณสัก ๗ ราตรี เพียงให้ฉันได้ กราบทูลพระเจ้าสีวิราช ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ว่า ฉันได้การอยู่ในสำนัก ของนางนกสาลิกาแล้ว.

หนฺท โข มํ อนุชานาหิ รตฺติโย สตฺตมตฺติโย ยาวาหํ สิวิราชสฺส อาโรเจมิ มเหสิโน ลทฺโธ จ เม อาวสโถ สาลิกาย อุปนฺติกา ฯ

๖๑๘

เอาเถิด ฉันอนุญาตให้ท่านไปประมาณ ๗ ราตรี ถ้าท่านไม่กลับมายังสำนัก ของฉันโดย ๗ ราตรี ฉันจะสำคัญตัวฉันว่าหยั่งลงแล้ว สงบแล้ว ท่าน จักมาในเมื่อเราตายแล้ว.

หนฺท โข ตํ อนุชานามิ รตฺติโย สตฺตมตฺติโย สเจ ตฺวํ สตฺตรตฺเตน นาคจฺฉสิ มมนฺติกํ มญฺเญ โอกนฺตสนฺตํ มํ มตาย อาคมิสฺสสิ ฯ

๖๑๙

ลำดับนั้นแล นกมาธุรสุวบัณฑิตบินไปแล้ว ไปบอกถ้อยคำของนางนก สาลิกานี้แก่มโหสถบัณฑิต.

ตโต จ โข โส คนฺตฺวาน มาธุโร สุวปณฺฑิโต มโหสธสฺส อกฺขาสิ สาลิกาย วจนํ อิทํ ฯ

๖๒๐

บุรุษพึงได้บริโภคสมบัติในเรือนของผู้ใด ควรกระทำประโยชน์ให้แก่ ผู้นั้นแท้.

ยสฺเสว ฆเร ภุญฺเชยฺย โภคํ ตสฺเสว อตฺถํ ปุริโส จเรยฺย ฯ

๖๒๑

ข้าแต่พระจอมประชาชน เอาเถิด ข้าพระองค์จักไปสู่พระนครอันน่า รื่นรมย์ของพระเจ้าปัญจาลราชก่อน เพื่อสร้างนิเวศน์ถวายพระองค์ผู้ทรง พระนามว่าวิเทหราชผู้เรืองยศ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ ครั้น ข้าพระองค์สร้างนิเวศน์ถวายพระองค์เสร็จแล้ว พึงส่งข่าวมากราบทูล พระองค์ได้เมื่อใด เชิญพระองค์เสด็จไปเมื่อนั้น.

|๖๒๑.๑| หนฺทาหํ คจฺฉามิ ปุเร ชนินฺท ปญฺจาลราชสฺส ปุรํ สุรมฺมํ นิเวสนานิ มาเปตุํ เวเทหสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๖๒๑.๒| นิเวสนานิ มาเปตฺวา เวเทหสฺส ยสสฺสิโน ยทา เต ปหิเณยฺยามิ ตทา เอยฺยาสิ ขตฺติย ฯ

๖๒๒

ลำดับนั้น มโหสถบัณฑิตได้ไปสู่พระนครอันน่ารื่นรมย์ของพระเจ้า- ปัญจาลราชก่อน เพื่อสร้างนิเวศน์ถวายพระเจ้าวิเทหราชผู้เรืองยศ ครั้น สร้างนิเวศน์ถวายพระเจ้าวิเทหราชผู้เรืองยศเสร็จแล้ว ภายหลังจึงส่งทูต ไปทูลพระเจ้าวิเทหราชผู้ครองกรุงมิถิลาว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า เชิญ พระองค์เสด็จมาบัดนี้เถิด พระราชนิเวศน์ที่สร้างเพื่อพระองค์สำเร็จแล้ว ขอเดชะ.

|๖๒๒.๑| ตโต จ ปายาสิ ปุเร มโหสโธ ปญฺจาลราชสฺส ปุรํ สุรมฺมํ นิเวสนานิ มาเปตุํ เวเทหสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๖๒๒.๒| นิเวสนานิ มาเปตฺวา เวเทหสฺส ยสสฺสิโน อถสฺส ปาหิณิ ทูตํ เวเทหํ มิถิลคฺคหํ เอหิทานิ มหาราช มาปิตํ เต นิเวสนํ ฯ

๖๒๓

ลำดับนั้น พระราชาพร้อมด้วยจตุรงคเสนาได้เสด็จไปสู่นครอันมั่งคั่ง ที่มโหสถบัณฑิตสร้างไว้ในแคว้นกัปปิละ เพื่อทอดพระเนตรพาหนะอัน หาที่สุดมิได้.

ตโต จ ราชา ปายาสิ เสนาย จตุรงฺคิยา อนนฺตวาหนํ ทฏฺฐุํ ผีตํ กปฺปิลิยํ ปุรํ ฯ

๖๒๔

ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหราช เสด็จไปถึงแคว้นกัปปิละแล้ว ทรงส่ง พระราชสาสน์ไปถวายพระเจ้าพรหมทัตต์ว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า หม่อมฉันมาเพื่อถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์ พระเจ้าข้า ขอได้ โปรดพระราชทานพระราชธิดาผู้งดงามทั่วองค์ ซึ่งประดับด้วยเครื่อง อลังการล้วนแต่ทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวง ให้เป็นมเหสี ของหม่อมฉัน ณ บัดนี้เถิด พระเจ้าข้า.

|๖๒๔.๑| ตโต จ โข โส คนฺตฺวาน พฺรหฺมทตฺตสฺส ปาหิณิ อาคโตสฺมิ มหาราช ตว ปาทานิ วนฺทิตุํ ฯ |๖๒๔.๒| ททาหิทานิ ภริยํ นารึ สพฺพงฺคโสภนึ สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขิตํ ฯ

๖๒๕

ดูกรพระเจ้าวิเทหราช แม้พระองค์เสด็จมาดีแล้ว อนึ่ง พระองค์ไม่เสด็จ มาร้าย เชิญพระองค์ทรงหาพระฤกษ์อาวาหมงคลไว้ หม่อมฉันจะถวาย ราชธิดาผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการล้วนแต่ทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่นาง ข้าหลวงแก่พระองค์ พระเจ้าข้า.

สฺวาคตนฺเตปิ เวเทห อโถ เต อทุราคตํ นกฺขตฺตญฺเญว ปริปุจฺฉ อหํ กญฺญํ ททามิ เต สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขิตํ ฯ

๖๒๖

ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหราชได้ทรงหาพระฤกษ์ ครั้นหาพระฤกษ์ได้แล้ว ทรงส่งพระราชสาสน์ไปถวายพระเจ้าพรหมทัตต์ว่า ขอพระองค์ทรงพระ- ราชทานพระราชธิดาผู้งดงามทั่วองค์ ซึ่งประดับด้วยเครื่องอลังการล้วน แต่ทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวง ให้เป็นมเหสีของหม่อมฉัน ณ บัดนี้เถิด พระเจ้าข้า.

|๖๒๖.๑| ตโต จ ราชา เวเทโห นกฺขตฺตํ ปริปุจฺฉติ นกฺขตฺตํ ปริปุจฺฉิตฺวา พฺรหฺมทตฺตสฺส ปาหิณิ ฯ |๖๒๖.๒| ททาหิทานิ เม ภริยํ นารึ สพฺพงฺคโสภนึ สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขิตํ ฯ

๖๒๗

หม่อมฉันจะถวายพระราชธิดาผู้งดงามทั่วองค์ อันประดับด้วยเครื่อง อลังการล้วนด้วยทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่ข้าหลวง ให้เป็นมเหสีของ พระองค์ ณ บัดนี้.

ททามิทานิ เต ภริยํ นารึ สพฺพงฺคโสภนึ สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขิตํ ฯ

๖๒๘

กองช้าง กองม้า กองรถ กองพลราบ อันเป็นกองทัพสวมเกราะตั้งอยู่ จุดคบเพลิงสว่างไสว บัณฑิตทั้งหลายย่อมสำคัญอย่างไรกันหนอ.

หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺติ เสนา ติฏฺฐนฺติ จมฺมิกา อุกฺกา ปทิตฺตา ฌายนฺติ กินฺนุ มญฺญนฺติ ปณฺฑิตา ฯ

๖๒๙

กองช้าง กองม้า กองรถ กองพลราบ อันเป็นกองทัพสวมเกราะตั้งอยู่ จุดคบเพลิงสว่างไสว ดูกรมโหสถบัณฑิต กองทัพเหล่านี้จักทำอะไรหนอ.

หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺติ เสนา ติฏฺฐนฺติ จมฺมิกา อุกฺกา ปทิตฺตา ฌายนฺติ กินฺนุ กาหนฺติ ปณฺฑิต ฯ

๖๓๐

ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระเจ้าจุลนีพรหมทัตต์มีพลนิกายมาก รักษา พระองค์ไว้ จะทรงประทุษร้ายต่อพระองค์ รุ่งเช้าจักรับสั่งให้ปลง พระชนม์พระองค์.

รกฺขติ ตํ มหาราช จูฬเนยฺโย มหพฺพโล ปทุฏฺโฐ เต พฺรหฺมทตฺโต ปาโต ตํ ฆาตยิสฺสติ ฯ

๖๓๑

หทัยของเราสั่น และปากของเราแห้งผาก เราเป็นเหมือนถูกไฟไหม้ที่ กลางแดด ไม่ถึงความเย็นใจ เตาของช่างทองรุ่งเรืองอยู่ภายในไม่ปรากฏ ในภายนอก ฉันใด แม้หทัยของเราก็รุ่งเรืองอยู่ในภายใน ไม่ปรากฏ ในภายนอก ฉันนั้น.

|๖๓๑.๑| อุพฺเพธติ เม หทยํ มุขญฺจ ปริสุสฺสติ นิพฺพุตึ นาธิคจฺฉามิ อคฺคิทฒฺโฒว อาตเป ฯ |๖๓๑.๒| กมฺมารานํ ยถา อุกฺกา อนฺโต ฌายติ โน พหิ เอวมฺปิ หทยํ มยฺหํ อนฺโต ฌายติ โน พหิ ฯ

๖๓๒

ข้าแต่พระจอมขัตติยราช พระองค์เป็นผู้ประมาทเป็นไปล่วงความคิด มี ความคิดอันทำลายเสียแล้ว บัดนี้แล อาจารย์ทั้ง ๔ ผู้เป็นบัณฑิตมี ความคิด จงป้องกันพระองค์เถิด พระองค์ไม่ทรงกระทำตามคำของ ข้าพระบาท ผู้เป็นอำมาตย์ใคร่ประโยชน์แสวงหาความเกื้อกูล ทรงยินดี ด้วยปีติอันเศร้าหมองของพระองค์ ดังเนื้อตกลงในหลุมล่อ ฉะนั้น ปลา อยากกินของสดคือเหยื่อ ย่อมกลืนเบ็ดที่คดอันปิดไว้ด้วยเหยื่อ มันย่อม ไม่รู้จักความตายของตน ฉันใด ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงปรารถนา กามย่อมไม่ทรงทราบ พระราชธิดาของพระเจ้าจุลนี เหมือนปลาไม่รู้จัก ความตายของตน ฉันนั้น ถ้าพระองค์จะเสด็จไปยังปัญจาลนคร จักต้อง ทรงละเสียทันที ภัยใหญ่จักถึงแก่พระองค์เหมือนภัย คือความตายถึง แก่มฤคผู้ตามไปถึงทางที่ประตูบ้าน ข้าแต่พระจอมประชากร บุรุษผู้ไม่ ประเสริฐพึงเป็นเหมือนงูอยู่ในพกกัดเอา นักปราชญ์ไม่พึงทำไมตรีกับ บุรุษเช่นนั้น เพราะการสังคมกับบุรุษชั่ว นำทุกข์มาให้โดยแท้ ข้าแต่ พระจอมประชากร บุรุษผู้มีศีล เป็นพหูสูตพึงรู้คุณแห่งไมตรีใด นักปราชญ์พึงกระทำไมตรีกับบุรุษเช่นนั้นเท่านั้น เพราะการสังคมกับ สัปบุรุษ นำความสุขมาให้โดยแท้.

|๖๓๒.๑| ปมตฺโต มนฺตนาตีโต ภินฺนมนฺโตสิ ขตฺติย อิทานิ โข ตํ ตายนฺตุ ปณฺฑิตา มนฺติโน ชนา ฯ |๖๓๒.๒| อกตฺวามจฺจสฺส วจนํ อตฺถกามหิเตสิโน อตฺตปีติรโต ราช มิโค กูเฏว โอหิโต ฯ |๖๓๒.๓| ยถาปิ มจฺโฉ พลิสํ วงฺกํ มํเสน ฉาทิตํ อามคิทฺโธ น ชานาติ มจฺโฉ มรณมตฺตโน ฯ เอวเมว ตุวํ ราช จูฬเนยฺยสฺส ธีตรํ กามคิทฺโธ น ชานาสิ มจฺโฉว มรณมตฺตโน ฯ |๖๓๒.๔| สเจ คจฺฉสิ ปญฺจาลํ ขิปฺปมตฺตํ ชหิสฺสสิ มิคํ ปนฺถานุปนฺนํว มหนฺตํ ภยเมสฺสสิ ฯ |๖๓๒.๕| อนริยรูโป ปุริโส ชนินฺท อหีว อุจฺจงฺกคโต ฑเสยฺย น เตน มิตฺตึ กยิราถ ธีโร ทุกฺโข หเว กาปุริเสน สงฺคโม ฯ |๖๓๒.๖| ยํ เตฺวว ชญฺญา ปุริโส ชนินฺท สีลวายํ พหุสฺสุโต เตเนว มิตฺตึ กยิราถ ธีโร สุโข หเว สปฺปุริเสหิ สงฺคโม ฯ

๖๓๓

ข้าแต่พระราชา พระองค์ได้ตรัสถึงเหตุที่จะให้ได้รัตนะอันสูงสุดในสำนัก ข้าพระบาท ทรงเป็นผู้เขลา บ้าน้ำลาย ข้าพระบาทเป็นบุตรคฤหบดีถือ หางไถเจริญมาแต่ยังเยาว์ จะรู้เหตุที่จะให้ได้รัตนะเหมือนคนอื่นๆ เขา อย่างไรเล่า ท่านทั้งหลายจงไสคอมโหสถบัณฑิตนี้ ซึ่งเขาพูดเป็นอันตราย แก่การได้รัตนะของเรา ให้หายไปเสียจากแว่นแคว้นของเรา.

|๖๓๓.๑| พาโล ตุวํ เอลมูโคสิ ราช โย อุตฺตมตฺถานิ มยี ลปิตฺโถ กิเมวหํ นงฺคลโกฏิวฑฺโฒ อตฺถานิ ชานิสฺสํ ยถาปิ อญฺเญ ฯ |๖๓๓.๒| อิมํ คเล คเหตฺวาน นาเสถ วิชิตา มม โย เม รตนลาภสฺส อนฺตรายาย ภาสติ ฯ

๖๓๔

ดูกรมโหสถ บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่ทิ่มแทงเพราะโทษที่ล่วงไปแล้ว เจ้าจะทิ่มแทงเราเป็นดังม้าที่เขาผูกไว้ถูกทิ่มแทงด้วยประตักทำไม ถ้าเห็น ว่าเราจะพ้นภัยได้หรือเห็นว่าเราจะปลอดภัยได้ ขอเจ้าจงสั่งสอนเราโดย ความสวัสดีนั้นแล เจ้าจะทิ่มแทงเราเพราะโทษที่ล่วงไปแล้วทำไม.

|๖๓๔.๑| มโหสธ อตีเตน นานุวิชฺฌนฺติ ปณฺฑิตา กึ มํ อสฺสํว สมฺพนฺธํ ปโตเทเนว วิชฺฌสิ ฯ |๖๓๔.๒| สเจ ปสฺสสิ โมกฺขํ เม เขมํ วา ปน ปสฺสสิ เตเนว มํ อนุสาส กึ อตีเตน วิชฺฌสิ ฯ

๖๓๕

ข้าแต่พระบรมกษัตริย์ กรรมของมนุษย์อันเป็นไปล่วงแล้วทำได้ยาก มี ความยินดีได้ยาก เป็นแดนเกิด ข้าพระบาทไม่สามารถจะปลดเปลื้อง พระองค์ได้ ขอพระองค์ได้โปรดทรงทราบเถิด พระเจ้าข้า ช้างทั้งหลาย ผู้มีฤทธิ์ มียศสามารถเหาะไปได้ทางอากาศ เป็นช้างเกิดในตระกูลช้าง ฉัททันต์ หรือในตระกูลช้างอุโบสถของพระองค์มีอยู่ แม้ช้างเหล่านั้น พึงพาพระองค์ไปได้ ม้าทั้งหลายผู้มีฤทธิ์ มียศสามารถเหาะไปได้ทาง อากาศ เป็นม้าเกิดในตระกูลพระยาม้าวลาหกของพระองค์มีอยู่ แม้ม้า เหล่านั้นพึงพาพระองค์ไปได้ นกทั้งหลายผู้มีฤทธิ์ มียศสามารถบินไปได้ ทางอากาศของพระองค์มีอยู่ แม้นกเหล่านั้นก็พึงพาพระองค์ไปได้ ยักษ์ ทั้งหลายผู้มีฤทธิ์ มียศสามารถเหาะไปได้ทางอากาศของพระองค์มีอยู่ แม้ยักษ์เหล่านั้นก็พึงพาพระองค์ไปได้ ข้าแต่พระบรมกษัตริย์ กรรมของ มนุษย์อันเป็นไปล่วงแล้วทำได้โดยยาก มีความยินดีได้ยาก เป็นแดน เกิด ข้าพระบาทไม่สามารถจะปลดเปลื้องพระองค์ โดยทางอากาศได้ พระเจ้าข้า.

|๖๓๕.๑| อตีตํ มานุสํ กมฺมํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ น ตํ สกฺโกมิ โมเจตุํ ตฺวํ ปชานสฺสุ ขตฺติย ฯ |๖๓๕.๒| สนฺติ เวหายสา นาคา อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา ฯ |๖๓๕.๓| สนฺติ เวหายสา อสฺสา อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา ฯ |๖๓๕.๔| สนฺติ เวหายสา ปกฺขี อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา ฯ |๖๓๕.๕| สนฺติ เวหายสา ยกฺขา อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา ฯ |๖๓๕.๖| อตีตํ มานุสํ กมฺมํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ น ตํ สกฺโกมิ โมเจตุํ อนฺตลิกฺเขน ขตฺติย ฯ

๖๓๖

บุรุษผู้ยังมองไม่เห็นฝั่งในมหาสมุทร ย่อมได้ที่พำนักในประเทศใด เขา ย่อมได้ความสุขในประเทศนั้น ฉันใด ท่านมโหสถ ขอท่านได้เป็นที่ พึ่งของข้าพระเจ้าทั้งหลาย และของพระราชาฉันนั้นเถิด ท่านเป็นผู้ ประเสริฐสุดกว่าพวกข้าพเจ้าเหล่ามนตรี ขอท่านช่วยปลดเปลื้องเรา ให้พ้นจากทุกข์ด้วยเถิด.

|๖๓๖.๑| อตีรทสฺสี ปุริโส มหนฺเต อุทกณฺณเว ยตฺถ โส ลภเต คาธํ ตตฺถ โส วินฺทเต สุขํ ฯ |๖๓๖.๒| เอวํ อมฺหญฺจ รญฺโญ จ ตฺวํ ปติฏฺฐา มโหสธ ตฺวํ โนสิ มนฺตีนํ เสฏฺโฐ อเมฺห ทุกฺขา ปโมจย ฯ

๖๓๗

ท่านอาจารย์เสนกะ กรรมของมนุษย์อันเป็นไปล่วงแล้วทำได้ยาก มีความ ยินดีโดยยาก เป็นแดนเกิด ข้าพเจ้าไม่สามารถจะช่วยปลดเปลื้องท่านได้ ท่านจงรู้เอาเองเถิด.

อตีตํ มานุสํ กมฺมํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ น ตํ สกฺโกมิ โมเจตุํ ตฺวํ ปชานสฺสุ เสนก ฯ

๖๓๘

ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถาม ท่านอาจารย์เสนกะ เวลานี้ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไร.

สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺสเสนํ มหพฺภยํ เสนกทานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ ฯ

๖๓๙

เราทั้งหลายจงเอาไฟเผาเสียตั้งแต่ประตู หรือจงจับมีดฆ่ากันและกัน ละชีวิตเสียฉับพลัน อย่าให้พระเจ้าพรหมทัตต์ฆ่าเราทั้งหลายให้ลำบาก นานเลย.

อคฺคึ วา ทฺวารโต เทม คณฺหามเส วิกนฺตนํ อญฺญมญฺญํ วธิตฺวาน ขิปฺปํ หิสฺสาม ชีวิตํ มา โน ราชา พฺรหฺมทตฺโต จิรํ ทุกฺเขน มารยิ ฯ

๖๔๐

ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถามท่าน อาจารย์ปุกกุส ณ บัดนี้ เวลานี้ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไร.

สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺสเสนํ มหพฺภยํ ปุกฺกุสทานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ ฯ

๖๔๑

เราทั้งหลายควรกินยาพิษตาย ละชีวิตเสียฉับพลัน อย่าให้พระเจ้า- พรหมทัตต์ฆ่าเราทั้งหลายให้ลำบากนานเลย.

วิสํ ขาทิตฺวา มิยฺยาม ขิปฺปํ หิสฺสาม ชีวิตํ มา โน ราชา พฺรหฺมทตฺโต จิรํ ทุกฺเขน มารยิ ฯ

๖๔๒

ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถามท่าน อาจารย์กามินท์ ณ บัดนี้ เวลานี้ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไร.

สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺสเสนํ มหพฺภยํ กามินฺททานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ ฯ

๖๔๓

เราทั้งหลายพึงเอาเชือกผูกหรือพึงโดดลงบ่อให้ตายเสีย อย่าให้พระเจ้า- พรหมทัตต์ฆ่าเราทั้งหลายให้ลำบากนานเลย.

รชฺชุยา พชฺฌ มิยฺยาม ปปาตา ปปเตมเส มา โน ราชา พฺรหฺมทตฺโต จิรํ ทุกฺเขน มารยิ ฯ

๖๔๔

ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถามท่าน อาจารย์เทวินท์ ณ บัดนี้ เวลานี้ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไร.

สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺสเสนํ มหพฺภยํ เทวินฺททานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ ฯ

๖๔๕

เราทั้งหลายจงเอาไฟเผาเสียตั้งแต่ประตู หรือ จงจับมีดฆ่ากันและกัน ละชีวิตไปเสียฉับพลัน ถ้าท่านมโหสถไม่สามารถจะช่วยปลดเปลื้องเรา ทั้งหลายได้โดยง่าย.

อคฺคึ วา ทฺวารโต เทม คณฺหามเส วิกนฺตนํ อญฺญมญฺญํ วธิตฺวาน ขิปฺปํ หิสฺสาม ชีวิตํ น โน สกฺโกติ โมเจตุํ สุเขเนว มโหสโธ ฯ

๖๔๖

บุคคลแสวงหาแก่นแห่งต้นกล้วยย่อมหาไม่ได้ ฉันใด เราทั้งหลาย แสวงหาอุบายเครื่องพ้นจากทุกข์ ก็ย่อมไม่ประสบปัญหานั้น ฉันนั้น บุคคลแสวงหาแก่นแห่งไม้งิ้ว ย่อมหาไม่ได้ ฉันใด เราทั้งหลาย แสวงหาอุบายเครื่องพ้นจากทุกข์ ก็ย่อมไม่ประสบปัญหานั้น ฉันนั้น การอยู่ของช้างทั้งหลายในสถานที่ไม่มีน้ำ ชื่อว่าอยู่ในที่มิใช่ประเทศ เพราะช้างเหล่านั้นอยู่ในสถานที่อันไม่มีน้ำ ชื่อว่ามิใช่ประเทศ ย่อมตก อยู่ในอำนาจของปัจจามิตรเร็วพลัน ฉันใด แม้การที่เราทั้งหลายอยู่ในที่ ใกล้ของมนุษย์ชั่ว เป็นคนพาลหาความรู้มิได้ ก็ชื่อว่าอยู่ในสถานที่มิใช่ ประเทศ ฉันนั้น หทัยของเราสั่น และปากของเราก็แห้งผาก เราเป็น เหมือนถูกไฟไหม้ที่กลางแดด ไม่ถึงความเย็นใจ เตาของช่างทองรุ่งเรือง อยู่ภายใน ไม่ปรากฏในภายนอก ฉันใด แม้หทัยของเราก็รุ่งเรืองอยู่ใน ภายใน ไม่ปรากฏในภายนอก ฉันนั้น.

|๖๔๖.๑| ยถา กทลิโน สารํ อเนฺวสํ นาธิคจฺฉติ เอวํ อเนฺวสมานา นํ ปญฺหํ นาชฺฌคมามเส ฯ |๖๔๖.๒| ยถา สิมฺพลิโน สารํ อเนฺวสํ นาธิคจฺฉติ เอวํ อเนฺวสมานา นํ ปญฺหํ นาชฺฌคมามเส ฯ |๖๔๖.๓| อเทเส วต โน วุฏฺฐํ กุญฺชรานํวนูทเก สกาเส ทุมฺมนุสฺสานํ พาลานํ อวิชานตํ |๖๔๖.๔| อุพฺเพธติ เม หทยํ มุขญฺจ ปริสุสฺสติ นิพฺพุตึ นาธิคจฺฉามิ อคฺคิทฑฺโฒว อาตเป ฯ |๖๔๖.๕| กมฺมารานํ ยถา อุกฺกา อนฺโต ฌายติ โน พหิ เอวมฺปิ หทยํ มยฺหํ อนฺโต ฌายติ โน พหิ ฯ

๖๔๗

ลำดับนั้น มโหสถบัณฑิตมีปัญญาเห็นประโยชน์ เห็นพระเจ้าวิเทหราช ทรงได้รับทุกข์ จึงกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้าพระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่างทรงกลัวเลย ข้าพระบาท จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ผู้ดุจดวงจันทร์อันราหูจับแล้ว ข้าแต่พระ- มหาราชเจ้า พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักช่วยปลดเปลื้อง พระองค์ผู้ดุจช้าง จมอยู่ในหล่ม ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่ พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักช่วย ปลดเปลื้องพระองค์ผู้ดุจติดอยู่ในตะกร้า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์ อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่างทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ผู้ดุจนกติดอยู่ในกรง ข้าแต่พระ- มหาราชเจ้า พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักช่วยปลดเปลื้อง พระองค์ผู้ ดุจปลาติดอยู่ที่ข่าย ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจะ ช่วยปลดเปลื้องพระองค์ผู้มีพลและพาหนะคุ้มกันอยู่ ข้าแต่พระมหาราช เจ้า พระองค์อย่ากลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่า ทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักขับไล่กองทัพของพระเจ้าปัญจาลราชให้หนีไป ดุจไล่กาและเหยี่ยวให้หนีไปด้วยก้อนหิน ปัญญาของข้าพระบาท หรือ อำมาตย์ เช่นกับข้าพระบาท ซึ่งมิได้ช่วยปลดเปลื้องพระองค์ผู้ตกอยู่ใน ที่คับขันให้พ้นทุกข์ จะมีประโยชน์อะไร.

|๖๔๗.๑| ตโต โส ปณฺฑิโต ธีโร อตฺถทสฺสี มโหสโธ เวเทหํ ทุกฺขิตํ ทิสฺวา อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ |๖๔๗.๒| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ราหุคฺคหิตํว จนฺทิมํ ฯ |๖๔๗.๓| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ราหุคฺคหิตํว สุริยํ ฯ |๖๔๗.๔| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ปงฺเก สนฺนํว กุญฺชรํ ฯ |๖๔๗.๕| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ เปฬพนฺธํว ปนฺนคํ ฯ |๖๔๗.๖| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ปกฺขึ พนฺธํว ปญฺชเร ฯ |๖๔๗.๗| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ มจฺเฉ ชาลคเตริว ฯ |๖๔๗.๘| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ สโยคฺคพลวาหนํ ฯ |๖๔๗.๙| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ ปญฺจาลํ พาหยิสฺสามิ กากเสนํว เลฑฺฑุนา ฯ |๖๔๗.๑๐| อาทู ปญฺญา กิมตฺถิยา อมจฺโจ วาปิ ตาทิโส โย ตํ สมฺพาธปกฺขนฺตํ ทุกฺขา น ปริโมจเย ฯ

๖๔๘

ดูกรคนหนุ่มๆ ทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงลุกขึ้นมา จงช่วยกันเปิดประตู อุโมงค์ และประตูห้องติดต่อเครื่องยนต์ พระเจ้าวิเทหราชจักเสด็จไป ทางอุโมงค์ พร้อมด้วยอำมาตย์ทั้งหลาย.

เอถ มาณวา อุฏฺเฐถ มุขํ โสเธถ สนฺธิโน เวเทโห สหมจฺเจหิ อุมฺมงฺเคน คมิสฺสติ ฯ

๖๔๙

พวกคนรับใช้ของมโหสถบัณฑิต ได้ฟังคำของมโหสถแล้วช่วยกันเปิด ประตูอุโมงค์ และถอดลูกดานประกอบด้วยเครื่องยนต์.

ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา ปณฺฑิตสฺสานุสาริโน อุมฺมงฺคทฺวารํ วิวรึสุ ยนฺตยุตฺเต จ อคฺคเฬ ฯ

๖๕๐

เสนาเดินไปก่อน มโหสถเดินไปข้างหลัง พระเจ้าวิเทหราชอันอำมาตย์ แวดล้อม เสร็จดำเนินไปท่ามกลาง.

ปุรโต เสนโก ยาติ ปจฺฉโต จ มโหสโธ มชฺเฌ จ ราชา เวเทโห อมจฺจปริวาริโต ฯ

๖๕๑

พระเจ้าวิเทหราชเสด็จออกจากอุโมงค์แล้ว เสด็จขึ้นสู่เรือ มโหสถบัณฑิต รู้ว่าพระเจ้าวิเทหราชเสด็จขึ้นเรือแล้ว ได้ถวายอนุศาสน์ว่า ขอเดชะ พระองค์ผู้จอมประชากร พระเจ้าจุลนี เป็นพระสัสสุระของพระองค์ พระนางนันทาเทวีนี้ เป็นพระสัสสุของพระองค์ การปฏิบัติพระราช มารดาของพระองค์ ฉันใด การปฏิบัตินั้นขอจงมีแด่พระสัสสุของพระองค์ ฉันนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ อนึ่ง พระภาดาร่วมพระอุทรพระชนนี เดียวกันโดยตรง พระองค์ทรงรักใคร่ ฉันใด พระปัญจาลจันทราชกุมาร พระองค์ก็ควรทรงรักใคร่ ฉันนั้น พระนางปัญจาลจันทีราชบุตรี ของ พระเจ้าพรหมทัตต์ ที่พระองค์ทรงปรารถนานี้ ขอพระองค์ทรงรักใคร่ใน พระนางของพระองค์ พระนางจักเป็นพระมเหสีของพระองค์ อย่าทรง ดูหมิ่น.

|๖๕๑.๑| อุมฺมงฺคา นิกฺขมิตฺวาน เวเทโห นาวมารุหิ อภิรุยฺหญฺจ ญตฺวาน อนุสาสิ มโหสโธ ฯ |๖๕๑.๒| อยํ เต สสฺสุโร เทว อยํ สสฺสุ ชนาธิป ยถา มาตุ ปฏิปตฺติ เอวํ เต โหตุ สสฺสุยา ฯ |๖๕๑.๓| ยถาปิ นิยโก ภาตา โสทริโย เอกมาตุโก เอวํ ปญฺจาลจนฺโท เต ทยิตพฺโพ รเถสภ ฯ |๖๕๑.๔| อยํ ปญฺจาลจนฺที เต ราชปุตฺตี อภิชฺฌิตา กามํ กโรหิ เต ตาย ภริยา เต รเถสภ ฯ

๖๕๒

ดูกรมโหสถ เจ้าจงรีบขึ้นเรือ จะยืนอยู่ที่ฝั่งทำไมหนอ เราทั้งหลายพ้น จากทุกข์ได้โดยยาก จงไปกัน ณ บัดนี้เถิด.

อารุยฺห นาวํ ตรมาโน กึ นุ ตีรมฺหิ ติฏฺฐสิ กิจฺฉา มุตฺตมฺห ทุกฺขโต ยามทานิ มโหสธ ฯ

๖๕๓

ข้าแต่พระมหาราชเจ้า การที่ข้าพระองค์เป็นนายกของเสนาจะทอดทิ้ง กองทัพเอาแต่ตัวรอด นี้ไม่สมควร ขอเดชะ พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ ข้าพระบาทจักนำมาซึ่งกองทัพ ที่พระองค์ทรงละทิ้งไว้ในปัญจาลนคร และสิ่งของที่พระเจ้าพรหมทัตต์พระราชทาน พระเจ้าข้า.

|๖๕๓.๑| เนส ธมฺโม มหาราช โยหํ เสนาย นายโก เสนางฺคํ ปริหาเปตฺวา อตฺตานํ ปริโมจเย ฯ |๖๕๓.๒| นิเวสนมฺหิ เต เทว เสนางฺคํ ปริหาปิตํ ตํ ทินฺนํ พฺรหฺมทตฺเตน อานยิสฺสํ รเถสภ ฯ

๖๕๔

ดูกรบัณฑิต เจ้ามีเสนาน้อย จักข่มพระเจ้าพรหมทัตต์ผู้มีเสนามากได้ อย่างไร เจ้าไม่มีกำลัง จักลำบาก เพราะพระเจ้าพรหมทัตต์มีกำลัง.

อปฺปเสโน มหาเสนํ กถํ นิคฺคยฺห ฐสฺสสิ ทุพฺพโล พลวนฺเตน วิหญฺญิสฺสสิ ปณฺฑิต ฯ

๖๕๕

ถ้าบุคคลผู้มีความคิด ถึงจะมีเสนาน้อย ก็เอาชนะบุคคลผู้มีเสนามาก แต่ไม่มีความคิดได้ พระราชาพระองค์เดียวทรงฉลาดในอุบาย ย่อมทรง เอาชนะ พระราชาทั้งหลายผู้ไม่ทรงฉลาดในอุบายได้ ดังอาทิตย์อุทัย กำจัดความมืดส่งแสงสว่างจ้า ฉะนั้น ขอเดชะ.

อปฺปเสโนปิ เจ มนฺตี มหาเสนํ อมนฺตินํ ชานาติ ราชา ราชาโน อาทิจฺโจวุทยนฺตมํ ฯ

๖๕๖

ดูกรท่านอาจารย์เสนกะ การอยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลายเป็นสุขดีหนอ เพราะว่ามโหสถบัณฑิต ช่วยปลดเปลื้องเราทั้งหลายผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือ ของศัตรูได้ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงนกถูกขังอยู่ในกรง และ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยปลาอันติดอยู่ในแห ฉะนั้น.

สุสุขํ วต สํวาโส ปณฺฑิเตหีติ เสนก ปกฺขีว ปญฺชเร พนฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว อมิตฺตหตฺถตฺถคเต โมจยิ โน มโหสโธ ฯ

๖๕๗

ข้าแต่พระมหาราชา บัณฑิตทั้งหลายเป็นผู้นำความสุขมาให้อย่างแท้จริง เทียว มโหสถบัณฑิตช่วยปลดเปลื้องเราทั้งหลายผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของ ศัตรูได้ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงนกที่ถูกขังอยู่ในกรง และ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงปลาอันติดอยู่ในแห ฉะนั้น ขอเดชะ.

เอวเมว มหาราช ปณฺฑิตา หิ สุขาวหา ปกฺขีว ปญฺชเร พนฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว อมิตฺตหตฺถตฺถคเต โมจยิ โน มโหสโธ ฯ

๖๕๘

พระเจ้าจุลนีผู้มีกำลังมาก ทรงรักษาอยู่ตลอดราตรีทั้งสิ้น ครั้นอรุณขึ้น ได้เสด็จถึงเมืองอุปการ พระเจ้าปัญจาลราชทรงพระนามว่าจุลนีผู้มีกำลัง มาก เสด็จขึ้นช้างพระที่นั่งตัวประเสริฐ เป็นช้างมีกำลังอายุ ๖๐ ปี ได้ รับสั่งกับเสนาของท้าวเธอ ท้าวเธอทรงสวมเกราะแก้วมณี พระหัตถ์ จับศร ได้ตรัสกะทวยหาญผู้รับใช้ซึ่งชำนาญในศิลป คือ ธนู ยิงแม่นยำ ยิงขนทรายไม่พลาด ซึ่งประชุมกันอยู่.

|๖๕๘.๑| รกฺขิตฺวา กสิณํ รตฺตึ จูฬเนยฺโย มหพฺพโล อุเทนฺตํ อรุณุคฺคสฺมึ อุปการํ อุปาคมิ ฯ |๖๕๘.๒| อารุยฺห ปวรํ นาคํ พลวนฺตํ สฏฺฐิหายนํ ราชา อโวจ ปญฺจาโล จูฬเนยฺโย มหพฺพโล ฯ |๖๕๘.๓| สนฺนทฺโธ มณิจมฺเมน สรมาทาย ปาณินา เปสิเย อชฺฌภาสิตฺถ ปุถุคุมฺเพ สมาคเต ฯ |๖๕๘.๔| หตฺถาโรเห อนีกฏฺเฐ รถิเก ปตฺติการเก อุปาสนมฺหิ กตหตฺเถ วาลเวเธ สมาคเต ฯ

๖๕๙

ว่าท่านทั้งหลาย จงไสช้างพลาย มีกำลังอายุ ๖๐ ปีไป ช้างทั้งหลาย จงย่ำยีเมืองที่พระเจ้าวิเทหราชรับสั่งให้สร้างไว้ ลูกศรอันขาวเช่นเขี้ยวงา ปลายแหลมคม สามารถแทงทำลายกระดูกได้ เกลี้ยงเกลาเหล่านี้ จงตกลงด้วยกำลังธนู พวกทหารรุ่นหนุ่ม สวมเกราะล้วนแกล้วกล้า มี อาวุธประกอบด้วยด้ามอันวิจิตร ฝูงช้างใหญ่แล่นมาจงเป็นผู้หันหน้าสู้ ช้างทั้งหลาย หอกทั้งหลายที่ขัดด้วยน้ำมันแล้วมีแสงเป็นประกายวะวับ ดังดาวประกายพฤกษ์มีแสงตั้งร้อย เมื่อพวกทหารของเราล้วนมีกำลัง อาวุธสวมสังวาลคือเกราะ ไม่ล่าหนีในสงครามเช่นนี้ พระเจ้าวิเทหราช- จักพ้นไปที่ไหน หากจะเป็นเหมือนนกบินไปในอากาศได้ก็จะพ้นไปได้ อย่างไร ทหารของเราล้วนแต่เป็นชายฉกรรจ์ประมาณ ๓๙,๐๐๐ ซึ่งเรา เที่ยวไปทั่วแผ่นดิน ไม่เห็นทหารอื่นใดเทียมทัน สามารถตัดศีรษะข้าศึก เอามาคนละศีรษะได้ อนึ่ง ช้างพลายทั้งหลายอันประดับแล้ว เป็นช้างมี กำลังอายุ ๖๐ ปี เหล่าทหารหนุ่มๆ มีผิวพรรณดังทองคำงดงามอยู่บนคอ ทหารทั้งหลายมีเครื่องประดับสีเหลือง นุ่งผ้าสีเหลือง งดงามอยู่บนคอ ช้าง ดังเทพบุตรในนันทนวัน ฉะนั้น ดาบทั้งหลายมีสีดังปลาสลาด ขัดถูด้วยน้ำมัน แสงวาบวับ อันทหารผู้แกล้วกล้าทำสำเร็จแล้ว มี คมเสมอคมนัก ส่งแสงจัดปราศจากสนิม ทำด้วยเหล็กกล้า มั่นคง อัน เหล่าทหารผู้มีกำลังเชี่ยวชาญในการฟันดาบถือเป็นคู่มือ ดาบทั้งหลาย ล้วนแต่ด้ามทองคำประกอบด้วยฝักสีแดง กวัดแกว่งไปมา ย่อมงดงาม ดังสายฟ้าแวบวาบอยู่ในระหว่างก้อนเมฆ ฉะนั้น เหล่าทหารดาบผู้ แกล้วกล้าสวมเกราะ กวัดแกว่งอยู่ในอากาศ ฉลาดในการใช้ดาบและ โล่ห์ ฝึกมาอย่างชำนาญสามารถจะตัดคอช้างให้ขาดตกลง (ดูกรพระ- เจ้าวิเทหราช เมื่อก่อน) พระองค์อันเหล่าทหารเช่นนี้แวดล้อมแล้ว (แต่บัดนี้) การที่พระองค์จะพ้นไปจากที่นี้ย่อมไม่มี.

|๖๕๙.๑| เปเสถ กุญฺชเร ทนฺตี พลวนฺเต สฏฺฐิหายเน มทฺทนฺตุ กุญฺชรา นครํ เวเทเหน สุมาปิตํ ฯ |๖๕๙.๒| วจฺฉทนฺตมุขา เสตา ติกฺขคฺคา อฏฺฐิเวธิโน ปนุณฺณา ธนุเวเคน สมฺปตนฺตุตรีตรา ฯ |๖๕๙.๓| มาณวา จมฺมิโน สูรา จิตฺตทณฺฑยุตาวุธา ปกฺขนฺทิโน มหานาคา หตฺถีนํ โหนฺตุ สมฺมุขา ฯ |๖๕๙.๔| สตฺติโย เตลโธตาโย อจฺฉิมนฺโต ปภสฺสรา วิชฺโชตมานา ติฏฺฐนฺตุ สตรํสีว ตารกา ฯ |๖๕๙.๕| อาวุธพลวนฺตานํ คุณิกายุรธารินํ เอตาทิสานํ โยธานํ สงฺคาเม อปลายินํ เวเทโห กุโต มุจฺจิสฺสติ สเจ ปกฺขีว กาหิติ ฯ |๖๕๙.๖| ตึส เม ปุริสนาวุโตฺย สพฺเพ เอเกกนิจฺจิตา เยสํ สมํ น ปสฺสามิ เกวลํ มหิมํ จรํ ฯ |๖๕๙.๗| นาคา จ กปฺปิตา ทนฺตี พลวนฺตา สฏฺฐิหายนา เยสํ ขนฺเธสุ โสภนฺติ กุมารา จารุทสฺสนา ฯ |๖๕๙.๘| ปีตาลงฺการา ปีตวสนา ปีตุตฺตรนิวาสนา นาคกฺขนฺเธสุ โสภนฺติ เทวปุตฺตาว นนฺทเน ฯ |๖๕๙.๙| ปาฐีนวณฺณา เนตฺตึสา เตลโธตา ปภสฺสรา นิฏฺฐิตา นรวีเรหิ สมธารา สุนิสฺสิตา ฯ |๖๕๙.๑๐| เวลฺลาฬิโน วีตมลา สิกฺกายสมยา ทฬฺหา คหิตา พลวนฺเตหิ สุปฺปหารปฺปหาริภิ ฯ |๖๕๙.๑๑| สุวณฺณถรุสมฺปนฺนา โลหิตกญฺจูปธาริตา วิวตฺตมานา โสภนฺติ วิชฺชุวพฺภฆนนฺตเร ฯ |๖๕๙.๑๒| ปถกา จมฺมิโน สูรา อสิจมฺมสฺส โกวิทา ธนุคฺคหา สิกฺขิตรา นาคกฺขนฺธนิปาติโน ฯ |๖๕๙.๑๓| เอตาทิเสหิ ปริกฺขิตฺโต นตฺถิ โมกฺโข อิโต ตว ปภาวนฺเต น ปสฺสามิ เยน ตฺวํ มิถิลํ วเช ฯ

๖๖๐

พระองค์ทรงด่วนไสช้างพระที่นั่งตัวประเสริฐมาทำไมหนอ พระองค์มี พระหฤทัยอันร่าเริงเสด็จมา คงจะทรงเข้าพระทัยว่าทรงเป็นผู้ได้ประโยชน์ แล้ว ขอพระองค์ทรงลดแล่งธนูนั่นเสียเถิด ทรงทิ้งลูกธนูเสียเถิด ทรง เปลื้องเกราะอันงดงามปานดังแก้วไพฑูรย์นั้นออกเสียเถิด พระเจ้าข้า.

|๖๖๐.๑| กินฺนุ สนฺตรมาโนว นาคํ เปเสสิ กุญฺชรํ ปหฏฺฐรูโป อาคมสิ ลทฺธตฺโถสฺมีติ มญฺญสิ ฯ |๖๖๐.๒| โอหเรตํ ธนุจาปํ ขุรปฺปํ ปฏิสํหร โอหเรตํ สุภํ จมฺมํ เวฬุริยมณิสนฺนิภํ ฯ

๖๖๑

เจ้าเป็นผู้มีสีหน้าอันผ่องใส และกล่าวถ้อยคำเคยยิ้มแย้ม ความถึงพร้อม แห่งผิวพรรณเช่นนี้ย่อมมีในมรณกาล.

ปสนฺนมุขวณฺโณสิ มิตปุพฺพญฺจ ภาสสิ โหติ โข มรณกาเล เอทิสี วณฺณสมฺปทา ฯ

๖๖๒

ข้าแต่พระขัตติยราช พระดำรัสที่พระองค์ตรัสคุกคามไร้ประโยชน์เสีย แล้ว พระองค์เป็นผู้มีพระดำริกระจายไปทั่วแล้ว พระองค์ไม่สามารถ จะจับ พระราชาของข้าพระองค์ได้หรอกดังม้าสินธพอันม้ากระจอกไล่ไม่ ทัน ฉะนั้น พระราชาของข้าพระองค์พร้อมด้วยอำมาตย์ราชบริษัท เสด็จข้ามแม่น้ำไปแล้วแต่วานนี้ ถ้าพระองค์จักเสด็จติดตามไป พระองค์ ก็จักตก คือถึงความพินาศในระหว่าง เปรียบเหมือนกาบินไล่ติด ตามพระยาหงส์ จักต้องตกลงในระหว่าง ฉะนั้น.

|๖๖๒.๑| โมฆนฺเต คชฺชิตํ ราช ภินฺนมนฺโตสิ ขตฺติย ทุคฺคโณฺห หิ ตยา ราชา ขลุงฺเกเนว สินฺธโว ฯ |๖๖๒.๒| ติณฺโณ หิยฺโย ราชา คงฺคํ สามจฺโจ สปริชฺชโน หํสราชํ ยถา ธงฺโก อนุชฺชวํ ปติสฺสติ ฯ

๖๖๓

สุนัขจิ้งจอก เป็นสัตว์ต่ำช้ากว่ามฤค เห็นดอกทองกวาวด้วยแสงจันทร์ ก็สำคัญว่าชิ้นเนื้อ เข้าล้อมต้นอยู่ ครั้นเมื่อราตรีล่วงไปแล้ว เมื่อพระ- อาทิตย์ขึ้นแล้ว สุนัขจิ้งจอกซึ่งเป็นสัตว์ต่ำช้ากว่ามฤค ได้เห็นดอก- ทองกวาวบานแล้ว เป็นสัตว์หมดความหวังฉันใด ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงล้อมพระเจ้าวิเทหราช ก็จักทรงหมดความหวังเสด็จกลับไป เปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกล้อมต้นทองกวาวหมดความหวังกลับไป ฉะนั้น.

|๖๖๓.๑| สิคาลา รตฺติภาเคน ผุลฺลํ ทิสฺวาน กึสุกํ มํสเปสีติ มญฺญนฺตา ปริพฺยูฬฺหา มิคาธมา ฯ |๖๖๓.๒| วีติวตฺตาสุ รตฺตีสุ อุคฺคตสฺมึ ทิวากเร กึสุกํ ผุลฺลิตํ ทิสฺวา อาสาฉินฺนา มิคาธมา ฯ |๖๖๓.๓| เอวเมว ตุวํ ราช เวเทหํ ปริวารย อาสจฺฉินฺโน คมิสฺสสิ สิคาลา กึสุกํ ยถา ฯ

๖๖๔

เจ้าทั้งหลายจงช่วยกันตัดมือ เท้า หู และจมูกของมโหสถ ผู้ปล่อยให้ พระเจ้าวิเทหราชศัตรูของเราซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือไปเสีย เจ้าทั้งหลายจง เสียบมโหสถ ผู้ปล่อยพระเจ้าวิเทหราชศัตรูของเรา ซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือ ไปเสียในหลาวแล้วจงย่างมันให้ร้อน เหมือนดังย่างเนื้อฉะนั้น บุคคล แทงหนังวัวลงบนแผ่นดิน หรือบุคคลเกี่ยวหนังราชสีห์หรือเสือโคร่งฉุด มาด้วยขอฉันใด เราจักให้เจ้าทั้งหลายช่วยกันทิ่มแทงมโหสถ ผู้ ปล่อยพระเจ้าวิเทหราชศัตรูของเราซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือไปฆ่าเสียด้วยหอก ฉันนั้น.

|๖๖๔.๑| อิมสฺส หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ ฉินฺทถ โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ ฯ |๖๖๔.๒| อิมํ มํสํว ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจนฺตุ นํ โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ ฯ |๖๖๔.๓| ยถาปิ อุสภจมฺมํ ปฐพฺยา วิหนียติ สีหสฺส อโถ พฺยคฺฆสฺส โหติ สงฺกุสมาหตํ ฯ |๖๖๔.๔| เอวนฺตํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสามิ สตฺติยา โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ ฯ

๖๖๕

ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์ พระเจ้า- วิเทหราชก็จักรับสั่งให้ตัดพระหัตถ์เป็นต้น ของพระปัญจาลจันทราชโอรส ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์ พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ตัดพระหัตถ์เป็นต้นของพระปัญจาลจันที ราชธิดา ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้า พระองค์ พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ตัดพระหัตถ์เป็นต้นของพระ นางนันทาเทวีอัครมเหสี ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือเท้า หูและ จมูกของข้าพระองค์ พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ตัดพระหัตถ์เป็น ต้นของพระราชบุตร ราชบุตรีและพระมเหสีแห่งพระองค์ ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์ในหลาว แล้วย่างให้ร้อน พระเจ้าวิเทหราช ก็จักรับสั่งให้เสียบเนื้อของพระปัญจาลจันทราชโอรส ในหลาว แล้วย่างให้ร้อน ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของ ข้าพระองค์ในหลาว แล้วย่างให้ร้อน พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ เสียบเนื้อของพระปัญจาลจันทีราชธิดา แล้วย่างให้ร้อน ฉันนั้น ถ้าพระ- องค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์ในหลาว แล้วย่างให้ร้อน พระเจ้า วิเทหราชก็จักรับสั่งให้เสียบเนื้อพระนางนันทาเทวีอัครมเหสี แล้วย่าง ให้ร้อน ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์ในหลาว แล้วย่างให้ร้อน พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้เสียบเนื้อของพระราช- บุตรพระราชบุตรีและพระมเหสีของพระองค์ แล้วย่างให้ร้อน ฉันนั้น ถ้าพระองค์จักรับสั่งให้ทิ่มแทงข้าพระองค์ด้วยหอก พระเจ้าวิเทหราชก็ จักรับสั่งให้ทิ่มแทงพระปัญจาลจันทราชโอรสด้วยหอก ฉันนั้น ถ้าพระ- องค์จักรับสั่งให้ทิ่มแทงข้าพระองค์ด้วยหอก พระเจ้าวิเทหราชก็รับสั่งให้ ทิ่มแทง พระปัญจาลจันทีราชธิดาด้วยหอก ฉันนั้น ถ้าพระองค์จักรับ สั่งให้ทิ่มแทงข้าพระองค์ด้วยหอก พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ทิ่มแทง พระนางนันทาเทวีอัครมเหสีด้วยหอก ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้ ทิ่มแทงข้าพระองค์ด้วยหอก พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ทิ่มแทง พระราชบุตร พระราชบุตรีและพระมเหสีของพระองค์ ฉันนั้น ข้อความ ดังกราบทูลมาอย่างนี้ อันข้าพระองค์ทั้งสอง คือพระเจ้าวิเทหราชกับ ข้าพระองค์ ได้ปรึกษาตกลงกันไว้แล้วในที่ลับ โล่หนักประมาณ ๑๐๐ ปะละ อันช่างหนังทำสำเร็จแล้ว ด้วยมีดของช่างหนังย่อมช่วยป้องกัน ตัวเพื่อห้ามลูกศรทั้งหลาย ฉันใด ข้าพระองค์ เป็นผู้นำความสุขบรรเทา ทุกข์ถวายพระเจ้าวิเทหราชผู้เรืองยศ ก็จำต้องทำลายลูกศรคือพระดำริของ พระองค์ ด้วยโล่ คือความคิดของข้าพระองค์ ฉันนั้น ขอเดชะ.

|๖๖๕.๑| สเจ เม หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทสิ เอวํ ปญฺจาลจนฺทสฺส เวเทโห เฉทยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๒| สเจ เม หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทสิ เอวํ ปญฺจาลจนฺทิยา เวเทโห เฉทยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๓| สเจ เม หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทสิ เอวํ นนฺทาย เทวิยา เวเทโห เฉทยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๔| สเจ เม หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทสิ เอวนฺเต ปุตฺตทารสฺส เวเทโห เฉทยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๕| สเจ มํสญฺจ ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ เอวํ ปญฺจาลจนฺทสฺส เวเทโห ปาจยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๖| สเจ มํสญฺจ ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ เอวํ ปญฺจาลจนฺทิยา เวเทโห ปาจยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๗| สเจ มํสญฺจ ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ เอวํ นนฺทาย เทวิยา เวเทโห ปาจยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๘| สเจ มํสญฺจ ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ เอวนฺเต ปุตฺตทารสฺส เวเทโห ปาจยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๙| สเจ มํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา เอวํ ปญฺจาลจนฺทสฺส เวเทโห เวธยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๑๐| สเจ มํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา เอวํ ปญฺจาลจนฺทิยา เวเทโห เวธยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๑๑| สเจ มํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา เอวํ นนฺทาย เทวิยา เวเทโห เวธยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๑๒| สเจ มํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา เอวนฺเต ปุตฺตทารสฺส เวเทโห เวธยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๑๓| เอวํ โน มนฺติตํ รโห เวเทเหน มยา สห ยถา ปลสตํ จมฺมํ โกนฺติมนฺตาสุนิฏฺฐิตํ อุเปติ ตนุตาณาย สรานํ ปฏิหนฺตเว ฯ |๖๖๕.๑๔| สุขาวโห ทุกฺขนูโท เวเทหสฺส ยสสฺสิโน มตินฺเต ปฏิหญฺญามิ อุสุํ ปลสเตน วา ฯ

๖๖๖

ข้าแต่พระมหาราช เชิญพระองค์ทอดเนตรพระราชนิเวศน์อันว่างเปล่า ของพระองค์ ข้าแต่บรมกษัตริย์ นางสนม กุมารทั้งหลาย และ พระราชชนนีของพระองค์ ข้าพระองค์ให้นำออกทางอุโมงค์ นำไป ถวายพระเจ้าวิเทหราชแล้ว พระเจ้าข้า.

อิงฺฆ ปสฺส มหาราช สุญฺญํ อนฺเตปุรํ ตว โอโรธา จ กุมารา จ ตว มาตา จ ขตฺติย อุมฺมงฺคา นีหริตฺวาน เวเทหสฺสุปนามิตา ฯ

๖๖๗

เชิญพวกเจ้าจงไปสู่ราชนิเวศน์ของเรา แล้วตรวจตราดู คำของมโหสถนี้ จริงหรือเท็จอย่างไร.

อิงฺฆ อนฺเตปุรํ มยฺหํ คนฺตฺวาน วิจินาถ นํ ยถา อิมสฺส วจนํ สจฺจํ วา ยทิ วา มุสา ฯ

๖๖๘

ข้าแต่พระมหาราชา มโหสถกราบทูลว่า ฉันใด คำนั้นเป็นจริง ฉันนั้น พระราชนิเวศน์ทุกแห่งว่างเปล่า ดุจที่ลงกินของฝูงกา ขอเดชะ.

เอวเมตํ มหาราช ยถา อาห มโหสโธ สุญฺญํ อนฺเตปุรํ สพฺพํ กากปตนกํ ยถา ฯ

๖๖๙

ข้าแต่พระมหาราชา พระนางเจ้านันทาเทวี ทรงโฉมงดงามทั่วสรรพางค์ มีพระโสณีงาม ดังแผ่นทองคำธรรมชาติ มีปกติตรัสด้วยพระสำเนียง อันอ่อนหวาน ดังเสียงลูกหงส์เสด็จไปทางอุโมงค์นี้แล้ว ข้าแต่พระ- มหาราชา พระนางนันทาเทวีทรงโฉมงดงามทั่วสรรพางค์ ทรงพระภูษา โกสัย มีพระสรีระเหลืองอร่าม มีสายรัดพระองค์งดงามด้วยทองคำ ข้าพระองค์นำออกไปแล้วจากอุโมงค์นี้ พระนางนันทาเทวีมีพระบาทแดง สดใส ทรงโฉมงดงาม มีสายรัดพระองค์ แก้วมณีแกมสุวรรณ ดวง- พระเนตรดังตานกพิราบ มีพระสรีระงดงาม พระโอฐแดงดังผลตำลึงสุก สะโอดสะอง มีบั้นพระองค์เล็กเรียวดังเถานาคลดา อันเกิดดีแล้ว และกาญจนไพรที มีพระเกสายาวดำ มีปลายช้อนขึ้นเล็กน้อย มีดวง- พระเนตรเขื่อง ดังดวงตาของลูกเนื้อทรายอันเกิดดีแล้ว และดุจเปลว- เพลิงในฤดูเหมันต์ พระนางนันทาเทวี ย่อมงดงามด้วยเส้นพระโลมา เล็กๆ ดังแม่น้ำใกล้ภูผาอันดาดาษไปด้วยไม้ไผ่เล็กๆ ฉะนั้น พระ- นางมีพระเพลางามดังงวงอัยรา มีพระถันยุคลดังคู่ผลมะพลับทองงาม เป็นที่หนึ่ง พระสัณฐานสันทัด ไม่สูงนัก ไม่ต่ำนัก มีพระโขนงพอ งาม ไม่มากนัก ข้าแต่พระองค์ผู้มีพาหนะสมบูรณ์ด้วยสิริ พระองค์คง ทรงยินดี ด้วยการทิวงคตของพระนางเจ้านันทาเทวีเป็นแน่ ข้าพระองค์ และพระนางเจ้านันทาเทวี ก็จักไปสู่สำนักยมราชเป็นแน่.

|๖๖๙.๑| อิโต คตา มหาราช นารี สพฺพงฺคโสภนา โกสุมฺภผลกสุสฺโสณี หํสคคฺครภาณินี ฯ |๖๖๙.๒| อิโต นีตา มหาราช นารี สพฺพงฺคโสภนา โกเสยฺยวสนา สามา ชาตรูปสุเมขลา ฯ |๖๖๙.๓| สุรตฺตปาทา กลฺยาณี สุวณฺณมณิเมขลา ปาเรวตกฺขี สุตนู พิมฺโพฏฺฐา ตนุมชฺฌิมา ฯ |๖๖๙.๔| สุชาตา ภุชลฏฺฐีว เวทีว ตนุมชฺฌิมา ทีฆสฺสา เกสา อสิตา อีสกคฺคปเวลฺลิตา ฯ |๖๖๙.๕| สุชาตา มิคจฺฉาปีว เหมนฺตคฺคิสิขาริว นทีว คิริทุคฺเคสุ สญฺฉนฺนา ขุทฺทเวฬุภิ ฯ |๖๖๙.๖| นาคนาสูรุกลฺยาณี ปฐมา ติมฺพรุตฺถนี นาติทีฆา นาติรสฺสา นาโลมา นาติโลมกา ฯ |๖๖๙.๗| นนฺทาย นูน มรเณน นนฺทสิ สิริวาหน อหญฺจ นูน นนฺทา จ คจฺฉาม ยมสาธนํ ฯ

๖๗๐

มโหสถ ได้ปล่อยพระเจ้าวิเทหราชศัตรูของเรา ซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือ เรา ทำเล่ห์กลอันเป็นทิพย์ หรือว่าได้ทำอุบายบังตา.

ทิพฺพํ อธิยเส มายํ อกาสิ จกฺขุโมหนํ โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ ฯ

๖๗๑

ข้าแต่พระมหาราชา บัณฑิตทั้งหลายในโลกนี้ ย่อมทำเล่ห์กลอันเป็น ทิพย์โดยแท้ บัณฑิตผู้มีความรู้เหล่านั้น ย่อมปลดเปลื้องตนได้ เหล่า ทหารรุ่นหนุ่มเป็นคนฉลาด เป็นทหารขุดอุโมงค์ของข้าพระองค์มีอยู่ พระเจ้าวิเทหราชเสด็จไปยังพระนครมิถิลา โดยทางที่ทหารเหล่านั้นทำไว้ พระเจ้าข้า.

|๖๗๑.๑| อธิยนฺติ เว มหาราช ทิพฺพมายีธ ปณฺฑิตา เต โมจยนฺติ อตฺตานํ ปณฺฑิตา มนฺติโน ชนา ฯ |๖๗๑.๒| สนฺติ มาณวปุตฺตา เม กุสลา สนฺธิเฉทกา เยสํ กเตน มคฺเคน เวเทโห มิถิลํ คโต ฯ

๖๗๒

ข้าแต่พระมหาราชา เชิญพระองค์ทอดพระเนตรอุโมงค์ซึ่งสร้างไว้ดีแล้ว งามรุ่งเรืองด้วยระเบียบแห่งกองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และ กองพลราบ ซึ่งสำเร็จดีแล้วเถิด พระเจ้าข้า.

อิงฺฆ ปสฺส มหาราช อุมฺมงฺคํ สาธุมาปิตํ หตฺถีนํ อถ อสฺสานํ รถานํ อถ ปตฺตินํ อาโลกภูตํ ติฏฺฐนฺตํ อุมฺมงฺคํ สาธุนิฏฺฐิตํ ฯ

๖๗๓

ดูกรมโหสถ เป็นลาภของชนชาววิเทหรัฐหนอ บัณฑิตทั้งหลายเช่นนี้ ย่อมอยู่ในเรือน ในแว่นแคว้นของผู้ใด เป็นลาภของผู้นั้น เหมือนเจ้า ฉะนั้น.

ลาภา วต วิเทหานํ ยสฺสิเม เอทิสา ปณฺฑิตา ฆเร วสนฺติ วิชิเต ยถา ตฺวมสิ มโหสธ ฯ

๖๗๔

เราจะให้เครื่องเลี้ยงชีพ การบริหาร เบี้ยเลี้ยง และบำเหน็จเพิ่มขึ้น สองเท่า และให้โภคสมบัติอันไพบูลย์อีก เจ้าจงใช้สอยและจงรื่นรมย์ อยู่ในกามเถิด เจ้าอย่ากลับไปหาพระเจ้าวิเทหราชเลย พระเจ้าวิเทหราช จะทรงทำประโยชน์อะไร.

วุตฺติญฺจ ปริหารญฺจ ทิคุณํ ภตฺตเวตฺตนํ ททามิ วิปุเล โภเค ภุญฺช กาเม รมสฺสุ จ มา วิเทหํ ปจฺจคมา กึ วิเทโห กริสฺสติ ฯ

๖๗๕

ข้าแต่พระมหาราชา ผู้ใดพึงสละท่านผู้ชุบเลี้ยงตนเพราะเหตุแห่งทรัพย์ ผู้นั้นย่อมถูกตนเองและคนอื่นติเตียนได้ทั้งสองฝ่าย พระเจ้าวิเทหราชยัง ทรงพระชนม์อยู่เพียงใด ข้าพระองค์ไม่พึงอยู่ในแว่นแคว้นของผู้อื่นเพียง นั้น ข้าแต่พระมหาราชา ผู้ใดพึงสละท่านผู้ชุบเลี้ยงตน เพราะเหตุแห่ง ทรัพย์ ผู้นั้นย่อมถูกตนเองและคนอื่นติเตียนได้ทั้งสองฝ่าย พระเจ้า- วิเทหราชยังดำรงพระชนม์อยู่เพียงใด ข้าพระองค์ไม่พึงเป็นราชบุรุษของ พระราชาอื่นเพียงนั้น ขอเดชะ.

|๖๗๕.๑| โย จเชถ มหาราช ภตฺตารํ ธนการณา อุภินฺนํ โหติ คารโยฺห อตฺตโน จ ปรสฺส จ ยาว ชีเวยฺย เวเทโห นาญฺญสฺส ปุริโส สิยํ ฯ |๖๗๕.๒| โย จเชถ มหาราช ภตฺตารํ ธนการณา อุภินฺนํ โหติ คารโยฺห อตฺตโน จ ปรสฺส จ ยาว ติฏฺเฐยฺย เวเทโห นาญฺญสฺส วิชิเต วเส ฯ

๖๗๖

ดูกรมโหสถ เราจะให้ทองพันแท่ง บ้าน ๘๐ หลังในแคว้นกาสีแก่ท่าน เราจะให้ทาสี ๔๐๐ คน ภรรยา ๑๐๐ คนแก่ท่าน จงพากองทัพทั้งปวง ไปโดยสวัสดี.

ทมฺมิ นิกฺขสหสฺสนฺเต คามาสีติญฺจ กาสิสุ ทาสีสตานิ จตฺตาริ ทมฺมิ ภริยาสตญฺจ เต สพฺพํ เสนางฺคมาทาย โสตฺถึ คจฺฉ มโหสธ ฯ

๖๗๗

พวกเจ้าจงให้อาหารแก่ช้างและม้าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เพียงใด จงเลี้ยงดู กองรถและกองราบให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ เพียงนั้น.

ยาว ททนฺตุ หตฺถีนํ อสฺสานํ ทิคุณํ วิธํ ตปฺเปนฺตุ อนฺนปาเนน รถิเก ปตฺติการเก ฯ

๖๗๘

ดูกรมโหสถบัณฑิต ท่านจงพาเอากองช้าง กองม้า กองรถ กองราบไป พระเจ้าวิเทหราช จงทอดพระเนตรท่านผู้ไปถึงมิถิลานคร.

หตฺถี อสฺเส รเถ ปตฺตี คจฺเฉวาทาย ปณฺฑิต ปสฺสตุ ตํ มหาราชา เวเทโห มิถิลํ คตํ ฯ

๖๗๙

เสนา คือ กองช้าง กองม้า กองรถ กองราบ ปรากฏมากมาย เป็น จตุรงคินีที่น่ากลัว บัณฑิตทั้งหลายจะสำคัญอย่างไรหนอ.

หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺตี เสนา สาทิสฺสเต มหา จตุรงฺคินี ภึสรูปา กินฺนุ มญฺญนฺติ ปณฺฑิตา ฯ

๖๘๐

ข้าแต่พระมหาราชา ความยินดีอย่างสูงสุด จักปรากฏแด่พระองค์ มโหสถ พากองทัพทั้งปวงมาถึงแล้วโดยสวัสดี.

อานนฺโท เต มหาราช อุตฺตโม ปฏิทิสฺสติ สพฺพํ เสนางฺคมาทาย โสตฺถิปฺปตฺโต มโหสโธ ฯ

๖๘๑

คน ๔ คน นำคนตายไปทิ้งไว้ในป่าช้าแล้วกลับไป ฉันใด พวกเราทิ้ง เจ้าไว้ในกัปปิลรัฐแล้ว กลับมาในที่นี้ ก็ฉันนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้า เปลื้องตนพ้นมาได้เพราะเหตุอะไร เพราะปัจจัยอะไร หรือเพราะผล อะไร.

|๖๘๑.๑| ยถา เปตํ สุสานสฺมึ ฉฑฺเฑตฺวา จตุโร ชนา เอวํ กปฺปิลิเย ตฺยมฺหา ฉฑฺฑยิตฺวา อิธาคตา ฯ |๖๘๑.๒| อถ ตฺวํ เกน วณฺเณน เกน วา ปน เหตุนา เกน วา อตฺถชาเตน อตฺตานํ ปริโมจยิ ฯ

๖๘๒

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์จอมวิเทหรัฐ ข้าพระองค์ป้องกันกลศึกที่ พวกนั้นกีดกันไว้ ด้วยกลศึกที่ข้าพระองค์คิดแล้ว ข้าพระองค์ป้องกัน ความลับที่พวกนั้นปรึกษากันไว้ ด้วยความลับที่ข้าพระองค์คิดไว้ (ใช่ แต่เท่านั้น) ข้าพระองค์ยังได้ช่วยป้องกันพระราชาไว้ ดังสาครกั้นล้อม ชมพูทวีปไว้ ฉะนั้น พระเจ้าพรหมทัตต์ทรงพระราชทานทองคำพันแท่ง บ้าน ๘๐ หลังในแคว้นกาสี ทาสี ๔๐๐ คน และภรรยา ๑๐๐ คน แก่ ข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้พากองทัพทั้งปวงมาถึง ณ ที่นี้โดยสวัสดีแล้ว พระเจ้าข้า.

|๖๘๒.๑| อตฺถํ อตฺเถน เวเทห มนฺตํ มนฺเตน ขตฺติย ปริวารยิสฺสํ ราชานํ ชมฺพูทีปํว สาคโร ฯ |๖๘๒.๒| ทินฺนํ นิกฺขสหสฺสํ เม คามาสีติญฺจ กาสิสุ ทาสีสตานิ จตฺตาริ ทินฺนํ ภริยาสตญฺจ เม สพฺพํ เสนางฺคมาทาย โสตฺถินามฺหิ อิธาคโต ฯ

๖๘๓

ดูกรท่านอาจารย์เสนกะ การอยู่ร่วมกับบัณฑิต เป็นสุขดีหนอ เพราะว่า มโหสถบัณฑิต ปลดเปลื้องเราทั้งหลายผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูได้ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงนกที่ถูกขังอยู่ในกรง และเปรียบ เหมือนบุคคลช่วยปล่อยปลาอันติดอยู่ในแห ฉะนั้น.

สุสุขํ วต สํวาโส ปณฺฑิเตหีติ เสนก ปกฺขีว ปญฺชเร พนฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว อมิตฺตหตฺถตฺถคเต โมจยิ โน มโหสโธ ฯ

๖๘๔

ข้าแต่พระมหาราชา ข้อนี้เป็นอย่างนั้น เพราะว่า บัณฑิตทั้งหลาย เป็น ผู้นำความสุขมาให้ มโหสถบัณฑิตปลดเปลื้องพวกเราผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือ ของศัตรูได้ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงนกที่ขังอยู่ในกรง และ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยตัวติดอยู่ในแห ฉะนั้น.

เอวเมว มหาราช ปณฺฑิตา หิ สุขาวหา ปกฺขีว ปญฺชเร พนฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว อมิตฺตหตฺถตฺถคเต โมจยิ โน มโหสโธ ฯ

๖๘๕

ชาวเมืองผู้นับว่าเกิดในแคว้นมคธ จงดีดพิณทั้งปวง จงตีกลองเล็กกลอง ใหญ่และมโหรทึก จงพากันโห่ร้องบันลือเสียงให้เซ็งแซ่.

อาหญฺญนฺตุ สพฺพวีณา เภริโย เทนฺทิมานิ จ ธมนฺตุ มาคธา สงฺขา วคฺคู นทนฺตุ ทุนฺทุภี ฯ

๖๘๖

พวกนางสนม พวกกุมาร พวกพ่อค้า และพวกพราหมณ์ต่างก็นำเอา ข้าวน้ำเป็นอันมากมาให้แก่มโหสถบัณฑิต พวกกองช้าง พวกกองม้า พวกกองรถ พวกกองราบ ต่างก็นำเอาข้าวน้ำเป็นอันมากมาให้แก่ มโหสถบัณฑิต ชาวชนบทและชาวนิคมประชุมพร้อมกัน ต่างนำเอา ข้าวน้ำเป็นอันมากมาให้มโหสถบัณฑิต ชนเป็นอันมากได้เห็นมโหสถ- บัณฑิตกลับมา ต่างก็พากันเลื่อมใส ครั้นมโหสถบัณฑิตมาถึงมิถิลานคร พากันยกธงขึ้นโบกอยู่ไปมา. จบ มโหสถชาดกที่ ๕.

|๖๘๖.๑| โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ |๖๘๖.๒| หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ |๖๘๖.๓| สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ |๖๘๖.๔| พหุชฺชโน ปสนฺโนสิ ทิสฺวา ปณฺฑิตมาคตํ ปณฺฑิตมฺหิ อนุปฺปตฺเต เจลุกฺเขโป ปวตฺตถาติ ฯ มโหสธชาตกํ ปญฺจมํ ฯ ---------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย