This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๑. โสณกชาดก (๕๒๙) ๑๙. สัฏฐินิบาต ๑. โสณกชาดก (๕๒๙) ว่าด้วยพระราชาพระราชทานรางวัลแก่ผู้พบโสณกกุมาร (พระเจ้าอรินทมะตรัสว่า)
๑โสณกะสหายเล่นฝุ่นของเรา ใครได้สดับข่าวแล้วมาบอก เราจะให้ทรัพย์หนึ่งร้อย ใครได้พบเห็นแล้วมาบอก เราจะให้ทรัพย์หนึ่งพัน (พระศาสดาได้ตรัสหนึ่งคาถาครึ่งว่า)
๒ลำดับนั้น เด็กน้อยไว้ผม ๕ แหยม ได้กราบทูลว่า ขอเดชะ ขอพระองค์ทรงประทานทรัพย์หนึ่งร้อย แก่ข้าพระองค์ผู้สดับข่าวแล้วมากราบทูล และขอทรงประทานทรัพย์หนึ่งพัน แก่ข้าพระองค์ผู้ได้พบเห็นโสณกะ ข้าพระองค์จักกราบทูลถึงโสณกะพระสหายเล่นฝุ่นแก่พระองค์ (พระราชาสดับดังนั้นแล้วตรัสถามว่า)
๓เขาอยู่ในชนบท แคว้น และนิคมไหน พ่อได้พบโสณกะ ณ ที่ไหน พ่อจงตอบเนื้อความที่เราถามนั้นเถิด (เด็กน้อยกราบทูลว่า)
๔ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ในแคว้นของพระองค์นั่นเอง ณ ภาคพื้นแห่งพระอุทยานของพระองค์นั่นแหละ มีต้นรังใหญ่หลายต้น ซึ่งมีลำต้นตรง มีสีเขียวชะอุ่ม น่ารื่นรมย์ใจ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๑. โสณกชาดก (๕๒๙)
๕ยืนต้นประสานอาศัยกันและกัน เสมอเหมือนกลุ่มเมฆ น่ารื่นรมย์ เมื่อชาวโลกมีความยึดมั่น ถูกแผดเผาอยู่ โสณกะไม่มีความยึดมั่น เป็นผู้ดับแล้ว เพ่งฌานอยู่ ณ โคนต้นรังเหล่านั้น
๗ครั้นเสด็จถึงภูมิภาคพระอุทยาน จึงเสด็จเที่ยวไปในป่าใหญ่ ทอดพระเนตรเห็นโสณกปัจเจกพุทธะ ผู้นั่งสงบเย็น ในเมื่อชาวโลกเร่าร้อนอยู่ (พระราชาตรัสว่า)
๘ภิกษุนี้เป็นคนเข็ญใจหนอ มีศีรษะโล้น ครองผ้าสังฆาฏิ ไม่มีแม่ ไม่มีพ่อ เพ่งฌานอยู่ที่โคนต้นไม้
๙พระโสณกปัจเจกพุทธเจ้าสดับพระดำรัสนี้แล้ว จึงกราบทูลอย่างนี้ว่า ขอถวายพระพรมหาบพิตร บุคคลผู้สัมผัสธรรมด้วยกายไม่จัดว่าเป็นคนเข็ญใจ
๑๐บุคคลใดในโลกนี้รังเกียจธรรม ประพฤติตามอธรรม บุคคลนั้นจัดว่าเป็นคนเข็ญใจ เป็นคนชั่ว มีบาปติดตามไปในภายหน้า (พระราชาโพธิสัตว์ตรัสว่า)
๑๑โยมมีชื่อว่าอรินทมะ มหาชนรู้จักโยมว่าพระเจ้ากาสี พระคุณเจ้าโสณกะ พระคุณเจ้าผู้เจริญ มาถึงสถานที่นี้ จำวัดสบายหรือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๑. โสณกชาดก (๕๒๙) (พระโสณกปัจเจกพุทธเจ้า แสดงความเจริญของสมณะแด่พระราชาว่า)
๑๒ความเจริญข้อที่ ๑ ย่อมมีแม้ในกาลทุกเมื่อ แก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีบ้านเรือน คือ ข้าวเปลือกไม่เข้าไป(มี)อยู่ในฉาง ในหม้อ ในกระเช้าของภิกษุเหล่านั้น ภิกษุเหล่านั้นแสวงหาอาหารสำเร็จ ยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยอาหารนั้น เป็นผู้มีวัตรดีงาม
๑๓ความเจริญข้อที่ ๒ ย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีบ้านเรือน คือ ภิกษุพึงฉันก้อนข้าวที่ไม่มีโทษ และกิเลสไรๆ จะไม่เข้าไปรบกวนท่าน
๑๔ความเจริญข้อที่ ๓ ย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีบ้านเรือน คือ ภิกษุพึงฉันก้อนข้าวที่เย็น และกิเลสไรๆ จะไม่เข้าไปรบกวนท่าน
๑๕ความเจริญข้อที่ ๔ ย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีบ้านเรือน คือ ความเกี่ยวข้องย่อมไม่มี แก่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว เที่ยวจาริกไปในแคว้น
๑๖ความเจริญข้อที่ ๕ ย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีบ้านเรือน คือ เมื่อบ้านเมืองถูกไฟไหม้ ท่านไม่มีอะไรจะถูกเผาไหม้
๑๗ความเจริญข้อที่ ๖ ย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีบ้านเรือน คือ เมื่อแคว้นถูกโจรปล้น ท่านก็ไม่มีอะไรจะให้โจรปล้น
๑๘ความเจริญข้อที่ ๗ ย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีบ้านเรือน คือ หนทางใดที่พวกโจรยึดครองก็ดี หนทางอื่นใดที่มีอันตรายก็ดี ภิกษุผู้มีวัตรดีงาม ถือบาตรและจีวรไปได้อย่างปลอดภัย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๑. โสณกชาดก (๕๒๙)
๑๙ความเจริญข้อที่ ๘ ย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไม่มีทรัพย์ ไม่มีบ้านเรือน คือ จะหลีกไปยังทิศใดๆ ก็ไปยังทิศนั้นๆ ได้อย่างไม่ต้องห่วงใย (พระราชาตรัสว่า)
๒๐พระคุณเจ้าโสณกะผู้เห็นภัย พระคุณเจ้าสรรเสริญความเจริญของภิกษุเหล่านั้นมากมาย แต่โยมยังติดอยู่ในกามทั้งหลาย จะทำอย่างไรได้เล่า
๒๑กามทั้งหลายอันเป็นของมนุษย์ โยมก็พึงพอใจ ถึงแม้กามทั้งหลายอันเป็นทิพย์ โยมก็พึงพอใจ เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำอย่างไรหนอโยมจึงจะได้กามทั้ง ๒ ในโลก (พระปัจเจกพุทธเจ้ากราบทูลว่า)
๒๒คนทั้งหลายผู้ติดอยู่ในกาม ยินดีในกาม หมกมุ่นอยู่ในกามทั้งหลาย กระทำบาปแล้วย่อมเข้าถึงทุคติ
๒๓ส่วนคนเหล่าใดละกามทั้งหลาย เป็นผู้ออกแล้วจากกาม ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ บรรลุถึงความเป็นสมาธิอันแน่วแน่ คนเหล่านั้นย่อมไม่ไปสู่ทุคติ
๒๔ขอถวายพระพร พระเจ้าอรินทมะ อาตมภาพจักยกตัวอย่างมาเปรียบเทียบ โปรดสดับข้ออุปมานั้น บัณฑิตบางพวกในโลกนี้ ย่อมรู้เนื้อความได้ด้วยการเปรียบเทียบ
๒๕กาตัวหนึ่งมีปัญญาน้อยเพราะไม่มีความคิด เห็นซากศพถูกแม่น้ำคงคาพัดลอยไปในห้วงน้ำใหญ่ จึงคิดว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๑. โสณกชาดก (๕๒๙)
๒๖“ยานนี้เราได้แล้วหนอ และซากศพนี้จักเป็นอาหารมิใช่น้อย ได้เป็นผู้มีใจยินดีไม่เสื่อมคลายในซากศพนั้นเท่านั้น ตลอดคืนตลอดวัน
๒๗เมื่อกาจิกกินเนื้อช้าง ดื่มน้ำในแม่น้ำคงคาอยู่ เมื่อเห็นต้นไม้ใหญ่ๆ ในป่า ก็ไม่โผบินขึ้นไป
๒๘ก็แม่น้ำคงคาได้ไหลพัดพาเอากาตัวประมาท ยินดีในซากศพตัวนั้นไปยังสมุทร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฝูงนกบินไปไม่ได้
๒๙ก็กาตัวนั้นสิ้นอาหารแล้วจึงตกลงไปในน้ำ จะบินไปข้างหลังก็ไม่ได้ ข้างหน้าก็ไม่ได้ ด้านเหนือก็ไม่ได้ ด้านใต้ก็ไม่ได้
๓๐มันบินไปไม่ถึงเกาะซึ่งเป็นสถานที่ที่ฝูงนกบินไปไม่ได้ และมันก็ตกลงไปในสมุทรนั้นเองโดยอาการหมดกำลัง
๓๑อนึ่ง ฝูงปลา จระเข้ มังกร ปลาร้ายชื่อสุสุ ที่อยู่ในสมุทรก็พากันข่มเหงฮุบกินกานั้น ซึ่งกำลังดิ้นรนจนขนปีกขาด
๓๒ขอถวายพระพรมหาบพิตร พระองค์ก็ดี คนเหล่าอื่นที่ยังบริโภคกามก็ดี ถ้าจักยังกำหนัดไม่คายกามเสียก็ฉันนั้นเหมือนกัน ชนเหล่านั้นบัณฑิตทั้งหลายรู้ว่า มีปัญญาเพียงดังกา
๓๓ขอถวายพระพรมหาบพิตร นี้เป็นอุปมาที่แสดงเนื้อความอย่างชัดเจน ซึ่งอาตมภาพกล่าวถวายแด่มหาบพิตร มหาบพิตรจะทรงกระทำหรือไม่ก็ตาม มหาบพิตรก็จักปรากฏตามเหตุนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๑. โสณกชาดก (๕๒๙) (พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวสรุปว่า)
๓๔บุคคลผู้มีความเอ็นดู พึงกล่าวเพียงคำเดียวหรือสองคำเท่านั้น ไม่กล่าวให้ยิ่งไปกว่านั้นเหมือนทาสในสำนักของนาย (พระบรมศาสดาตรัสว่า)
๓๕พระโสณกปัจเจกพุทธะผู้มีความรู้อันนับมิได้ ครั้นกล่าวคำนี้แล้วจึงเหาะขึ้นไปในอากาศ พร่ำสอนบรมกษัตริย์แล้วเหาะไปในอากาศ (พระราชาตรัสว่า)
๓๖บุคคลผู้ได้รับการศึกษา ถึงพร้อมด้วยความเฉียบแหลม ที่จะครอบครองราชสมบัติเหล่านี้มีอยู่ที่ไหนหนอ เราจักมอบราชสมบัติให้ เราไม่มีความต้องการราชสมบัติ
๓๗เราจักบวชในวันนี้แหละ ใครจะพึงรู้ได้ว่า ความตายจักมีในวันพรุ่งนี้ ขอเราอย่าได้ตกไปสู่อำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกาโง่เลย (พวกอำมาตย์ได้ฟังแล้ว จึงกราบทูลว่า)
๓๘พระราชบุตรองค์น้อยของพระองค์ทรงพระนามว่า ทีฆาวุกุมาร ผู้จะผดุงรัฐให้เจริญมีอยู่ ขอพระองค์ทรงอภิเษกพระราชบุตรพระองค์นั้นในราชสมบัติเถิด ท้าวเธอจักเป็นพระราชาของข้าพระองค์ทั้งหลาย (พระราชาตรัสว่า)
๓๙จงรีบนำทีฆาวุกุมารผู้จะผดุงรัฐให้เจริญมาเถิด เราจักอภิเษกในราชสมบัติ เธอจักเป็นพระราชาของท่านทั้งหลาย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๑. โสณกชาดก (๕๒๙) (พระบรมศาสดาตรัสว่า)
๔๐ลำดับนั้น อำมาตย์ทั้งหลายได้เชิญเสด็จทีฆาวุกุมาร ผู้จะผดุงรัฐให้เจริญมาเฝ้า พระราชาทอดพระเนตรเห็นแล้ว ได้ตรัสกับพระโอรสพระองค์เดียว ผู้เป็นที่โปรดปรานพระองค์นั้นว่า
๔๑มีบ้านอยู่หกหมื่นหมู่บ้านสมบูรณ์ทุกอย่าง ลูกเอ๋ย เจ้าจงดูแลหมู่บ้านเหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้เจ้า
๔๒พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครจะพึงรู้ได้ว่า ความตายจักมีในวันพรุ่งนี้ ขอพ่ออย่าได้ตกไปสู่อำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกาโง่เลย
๔๓มีช้างอยู่หกหมื่นเชือก เป็นช้างพลาย ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง มีสัปคับทองคำ ปกคลุมด้วยเครื่องปกคลุมทองคำ
๔๔มีนายควาญช้างถือโตมรและขอขึ้นประจำ ลูกเอ๋ย เจ้าจงดูแลช้างเหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้เจ้า
๔๕พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครจะพึงรู้ได้ว่า ความตายจักมีในวันพรุ่งนี้ ขอพ่ออย่าได้ตกไปสู่อำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกาโง่เลย
๔๖มีม้าอยู่หกหมื่นตัวประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง คือ ม้าสินธพซึ่งเป็นม้าพาหนะที่มีฝีเท้าเร็ว ชาติอาชาไนย
๔๗มีนายสารถีผู้สวมเกราะ ถือแล่งธนูขึ้นประจำ ลูกเอ๋ย เจ้าจงดูแลม้าเหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้เจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๑. โสณกชาดก (๕๒๙)
๔๘พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครจะพึงรู้ได้ว่า ความตายจักมีในวันพรุ่งนี้ ขอพ่ออย่าได้ตกไปสู่อำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกาโง่เลย
๔๙มีรถอยู่หกหมื่นคัน เป็นรถมีหนังเสือเหลืองหุ้มก็มี มีหนังเสือโคร่งหุ้มก็มี ยกธงขึ้นปักแล้ว ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง
๕๐มีนายสารถีผู้สวมเกราะ ถือแล่งธนูขึ้นประจำ ลูกเอ๋ย เจ้าจงดูแลรถเหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้เจ้า
๕๑พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครจะพึงรู้ได้ว่า ความตายจักมีในวันพรุ่งนี้ ขอพ่ออย่าได้ตกไปสู่อำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกาโง่เลย
๕๒มีแม่โคนมอยู่หกหมื่นตัว เป็นแม่โคสีแดง พร้อมทั้งโคผู้ตัวประเสริฐ ลูกเอ๋ย เจ้าจงดูแลโคเหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้เจ้า
๕๓พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครจะพึงรู้ได้ว่า ความตายจักมีในวันพรุ่งนี้ ขอพ่ออย่าได้ตกไปสู่อำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกาโง่เลย
๕๔มีหญิงอยู่หนึ่งหมื่นหกพันนาง ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง มีเสื้อผ้าอาภรณ์อันวิจิตร สวมใส่ตุ้มหูแก้วมณี ลูกเอ๋ย เจ้าจงดูแลหญิงเหล่านั้น พ่อขอมอบราชสมบัติให้เจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๑. โสณกชาดก (๕๒๙)
๕๕พ่อจักบวชในวันนี้แหละ ใครจะพึงรู้ได้ว่า ความตายจักมีในวันพรุ่งนี้ ขอพ่ออย่าได้ตกไปสู่อำนาจแห่งกามทั้งหลายเหมือนกาโง่เลย (พระราชกุมารกราบทูลว่า)
๕๖เสด็จพ่อ เมื่อหม่อมฉันยังเป็นเด็กอยู่ หม่อมฉันได้สดับมาว่า พระมารดาสวรรคตแล้ว เสด็จพ่อ หม่อมฉันเว้นจากเสด็จพ่อแล้ว ไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้
๕๗ลูกช้างย่อมติดตามไปข้างหลังช้างป่า ที่เที่ยวไปในซอกเขาที่เสมอบ้าง ไม่เสมอบ้างฉันใด
๕๘หม่อมฉันก็จะพาเอาบุตรติดตามเสด็จพ่อไปข้างหลังฉันนั้น จักเป็นลูกที่เลี้ยงง่ายของเสด็จพ่อ จักไม่เป็นลูกที่เลี้ยงยากของเสด็จพ่อ (พระราชาตรัสตอบว่า)
๕๙อันตรายพึงยึดเรือที่แล่นไปในสมุทร ของพ่อค้าผู้แสวงหาทรัพย์ไว้ในสมุทรนั้น พ่อค้าพึงพินาศฉันใด
๖๐ลูกกาลีคนนี้พึงเป็นคนกระทำอันตรายแก่เราฉันนั้นเหมือนกัน พวกท่านจงส่งกุมารนี้ไปให้ถึงปราสาท อันเจริญไปด้วยความยินดีเถิด
๖๑ณ ปราสาทนั้น เหล่าหญิงสาว ผู้มีมือประดับด้วยเครื่องประดับทองคำ จักยังกุมารนั้นให้รื่นรมย์ในปราสาทนั้น เหมือนนางอัปสรให้ท้าวสักกะรื่นรมย์ และกุมารนั้นก็จักรื่นรมย์ด้วยหญิงสาวทั้งหลายเหล่านั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๑. โสณกชาดก (๕๒๙)
๖๒ลำดับนั้น พวกอำมาตย์ได้ส่งเสด็จพระกุมาร จนถึงปราสาทอันเจริญไปด้วยความยินดี เหล่าหญิงสาวเห็นทีฆาวุกุมารผู้ผดุงรัฐให้เจริญนั้นแล้ว จึงได้กราบทูลถามว่า
๖๓พระองค์เป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกปุรินททะ พระองค์เป็นใครหรือเป็นพระราชบุตรของใคร หม่อมฉันทั้งหลายจะรู้จักพระองค์ได้อย่างไร (พระราชกุมารตรัสตอบว่า)
๖๔เรามิใช่เทวดา มิใช่คนธรรพ์ ทั้งมิใช่ท้าวสักกปุรินททะ เราเป็นพระโอรสของพระเจ้ากาสีพระนามว่าทีฆาวุกุมาร ผู้จะผดุงรัฐให้เจริญ พวกเธอจงเลี้ยงดูบำเรอเรา ขอพวกเธอจงมีความเจริญเถิด เราจะเป็นภัสดาของพวกเธอ
๖๕เหล่าหญิงสาวได้กราบทูลถามทีฆาวุกุมาร ผู้ผดุงรัฐให้เจริญพระองค์นั้น ณ ที่นั้นว่า พระราชาเสด็จถึงไหนแล้ว พระราชาจากที่นี้ไป ณ ที่ไหน
๖๖พระราชาเสด็จล่วงเลยเปือกตมแล้วดำรงอยู่บนบก ทรงดำเนินสู่ทางใหญ่อันปราศจากหนามไม่รกชัฏ
๖๗ส่วนเราดำเนินไปยังหนทางของคนผู้ไปสู่ทุคติ มีทั้งหนามและรกชัฏซึ่งเป็นหนทางไปสู่ทุคติ (เหล่าหญิงสาวกราบทูลว่า)
๖๘ข้าแต่พระราชา พระองค์นั้นเสด็จมาดีแล้ว เหมือนราชสีห์คืนสู่ถ้ำ ณ ซอกเขา ข้าแต่พระมหาราช ขอพระองค์โปรดทรงอนุศาสน์พร่ำสอน และทรงเป็นใหญ่แห่งหม่อมฉันทั้งปวงเถิด โสณกชาดกที่ ๑ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๔}