经典 · 本册其他条目เล่ม ๒๘
๒. สังกิจจชาดก (๕๓๐)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
印本前页文字
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๒. สังกิจจชาดก (๕๓๐) ๒. สังกิจจชาดก (๕๓๐) ว่าด้วยสังกิจจฤๅษี (พระศาสดาทรงปรารภพระเจ้าอชาตศัตรูผู้ทำปิตุฆาต จึงตรัสสังกิจจชาดกนี้ว่า)
ลำดับนั้น คนเฝ้าสวนเห็นพระเจ้าพรหมทัต ผู้ทรงเป็นจอมทัพประทับนั่งอยู่ จึงได้กราบทูลท้าวเธอให้ทรงทราบว่า “พระองค์ทรงเอ็นดูท่านผู้ใด
ท่านผู้นี้ คือ สังกิจจฤๅษี ผู้ได้รับสมมติว่า เป็นคนดีกว่าฤๅษีทั้งหลาย ได้มาถึงแล้ว ขอเชิญพระองค์รีบเสด็จออกไปพบ ท่านผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่โดยด่วนเถิด พระเจ้าข้า”
ลำดับนั้น พระราชาผู้จอมทัพ รีบเสด็จขึ้นประทับราชรถที่เทียมไว้แล้ว มีหมู่มิตรและอำมาตย์ห้อมล้อมได้เสด็จไปแล้ว
พระราชาผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกาสี ทรงเก็บราชกกุธภัณฑ์ ๕ ประการ คือ ๑. พัดวาลวีชนี ๒. กรอบพระพักตร์ ๓. พระขรรค์ ๔. เศวตฉัตร ๕. ฉลองพระบาท
พระราชาทรงวางเบญจกกุธภัณฑ์ไว้อย่างปกปิดแล้ว เสด็จลงจากราชยาน ทรงดำเนินเข้าไปหาสังกิจจฤๅษี ซึ่งนั่งอยู่ ณ ทายปัสสอุทยาน
พระราชาพระองค์นั้นครั้นเสด็จเข้าไปหาแล้ว ทรงบันเทิงอยู่กับฤๅษีสนทนาปราศรัย พอให้ระลึกถึงกันและกันแล้วเสด็จเข้าไป ณ ที่สมควร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๒. สังกิจจชาดก (๕๓๐)
ประทับนั่ง ณ ที่สมควรแล้ว เมื่อทรงเห็นว่าเป็นกาลอันสมควร จึงทรงสอบถามถึงกรรมอันเป็นบาปว่า
โยมขอถามท่านสังกิจจฤๅษีผู้ได้รับสมมติว่า เป็นคนดีกว่าฤๅษีทั้งหลายซึ่งนั่งอยู่ ณ ทายปัสสอุทยาน ห้อมล้อมไปด้วยหมู่ฤๅษีว่า
คนผู้ประพฤติล่วงธรรมทั้งหลาย เหมือนโยมผู้ประพฤติล่วงธรรม ละไปแล้วจะไปสู่คติอะไร ขอพระคุณเจ้าจงตอบเนื้อความที่โยมถามเถิด
สังกิจจฤๅษีได้กราบทูลพระราชาผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกาสี ซึ่งประทับนั่ง ณ ทายปัสสอุทยานว่า ขอถวายพระพรมหาบพิตร ขอพระองค์ทรงสดับคำของอาตมภาพ
ผู้ใดพร่ำสอนบอกหนทางแก่คนเดินทางผิด ถ้าเขาพึงทำตามคำของผู้นั้น เขาก็ไม่พึงถูกหนามตำฉันใด
ผู้ใดพร่ำสอนธรรมแก่ผู้ปฏิบัติผิดธรรม ถ้าเขาพึงทำตามคำสอนของท่านผู้นั้น เขาจะไม่พึงไปสู่ทุคติฉันนั้นเหมือนกัน (ฤๅษีโพธิสัตว์กราบทูลพระราชาต่อไปว่า)
ข้าแต่มหาราช ธรรมชื่อว่าเป็นทางที่ปลอดภัย ส่วนอธรรมชื่อว่าเป็นทางที่ไม่ปลอดภัย เพราะว่าอธรรมนำสัตว์ไปสู่นรก ส่วนธรรมยังสัตว์ให้ถึงสุคติ @เชิงอรรถ : @ ธรรมชื่อว่าเป็นทางที่ปลอดภัย ในที่นี้หมายถึงกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ (กายกรรม ๓ คือ เว้นจากการ @ฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม, วจีกรรม ๔ คือเว้นจากพูดเท็จ เว้นจากพูด @ส่อเสียด เว้นจากพูดคำหยาบ เว้นจากพูดเพ้อเจ้อ, มโนกรรม ๓ คือไม่โลภอยากได้ของเขา ไม่คิดปองร้ายเขา @เห็นชอบตามทำนองคลองธรรม) เป็นทางเกษม ไม่มีภัยเฉพาะหน้า ดำเนินไปสู่สุคติ (ขุ.ชา.อ. ๘/๘๑/๑๑๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๒. สังกิจจชาดก (๕๓๐)
ข้าแต่มหาบพิตร คนผู้ประพฤติล่วงธรรมทั้งหลาย มีชีวิตไม่ราบรื่น ตายไปแล้วจะไปสู่คติใดในนรก ขอพระองค์ทรงสดับการกล่าวถึงนรกเหล่านั้นของอาตมภาพเถิด
คือ ๑. สัญชีวนรก ๒. กาฬสุตตนรก ๓. สังฆาฏนรก โรรุวนรก ๒ คือ (๔. ชาลโรรุวนรก ๕. ธูมโรรุวนรก) ๖. ตาปนนรก ๗. ปตาปนนรก ๘. อเวจีมหานรก
นรก ๘ ขุมเหล่านี้บัณฑิตกล่าวว่า ก้าวพ้นได้โดยยาก เกลื่อนกล่นไปด้วยเหล่าสัตว์ผู้มีกรรมหยาบช้า แต่ละขุมๆ มีอุสสทนรก ๑๖ ขุมเป็นบริวาร @เชิงอรรถ : @ มหานรกทั้ง ๘ ขุมนี้มีคำแปลและความหมาย ดังนี้ @๑. สัญชีวนรก นรกที่ตายแล้วฟื้น หมายถึงสัตว์นรกในนรกนี้ถูกสับถูกฟันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้ว @กลับฟื้นขึ้นมาบ่อยๆ @๒. กาฬสุตตนรก นรกสายบรรทัดเหล็ก หมายถึงสัตว์นรกวิ่งไปบนแผ่นเหล็กแดง ถ้าล้มลง จะถูก @ดีดด้วยสายบรรทัดเหล็กแดง @๓. สังฆาฏนรก นรกที่ถูกบดหรือหนีบ หมายถึงมีภูเขาเหล็กลุกเป็นไฟกลิ้งมาบดขยี้สัตว์ในนรกนี้ @๔. ชาลโรรุวนรก นรกที่สัตว์ร้องไห้เพราะเปลวไฟ หมายถึงนรกที่มีเปลวไฟพุ่งวูบเข้าทางทวารทั้ง ๙ @เผาสัตว์นรกตลอดเวลา @๕. ธูมโรรุวนรก นรกที่สัตว์ร้องไห้เพราะควันไฟ หมายถึงนรกที่มีควันไฟรมสัตว์นรกทางทวารทั้ง ๙ @อยู่ตลอดเวลา @๖. ตาปนนรก นรกที่ทำให้ร้อน หมายถึงพวกสัตว์นรกในนรกนี้จะถูกแทงด้วยหลาวเหล็กเท่า @ลำตาลลุกเป็นไฟ @๗. ปตาปนนรก นรกที่ทำให้ร้อนมาก หมายถึงสัตว์นรกในนรกนี้ถูกไล่ตีหนีขึ้นไปบนภูเขา บนกำแพง @ที่ร้อน ตกลงมาถูกหลาวเหล็กเสียบแทง @๘. อเวจีมหานรก นรกที่ไม่มีเวลาว่าง หมายถึงนรกที่มีเปลวไฟพลุ่งออกมาจากทิศทั้ง ๔ เผาสัตว์นรก @อยู่ตลอดเวลา @มหานรกทั้ง ๘ ขุมนี้แต่ละขุมมีประตู ๔ ด้าน ประตูหนึ่งๆ มีอุสสุทนรก (นรกบริวาร) ด้านละ ๔ @มหานรกขุมหนึ่งๆ จึงมีอุสสทนรก ๑๖ แห่ง มหานรก ๘ ขุมมีอุสสทนรก ๑๒๘ รวมกับมหานรก ๘ @เป็น ๑๓๖ ขุม (ขุ.ชา.อ. ๘/๘๓-๘๔/๑๑๗-๑๒๐) ดูการทำกรรมและวิธีเสวยผลกรรมต่างๆ จากเนมิราช- @ชาดก ชาดกที่ ๔ ในมหานิบาต (ข้างหน้า) (ขุ.ชา. ๒๘/๔๒๑-๕๘๙/๑๖๖-๑๘๗) (ขุ.ชา.อ. ๙/๔๒๑-๕๘๙/ @๑๕๑-๒๐๙) และดูเทวทูตสูตรใน ม.อุ. ๑๔/๒๖๑-๒๗๑/๒๓๐-๒๔๐, ม.อุ.อ. ๓/๒๖๑-๒๗๑/๑๖๗-๑๗๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๒. สังกิจจชาดก (๕๓๐)
เป็นนรกที่โหดร้าย เผาผลาญเหล่าสัตว์ ผู้ตระหนี่เหนียวแน่นให้เร่าร้อน เป็นมหาภัย มีเปลวไฟลุกโพลง น่าขนพองสยองเกล้า น่าสะพรึงกลัว มีภัยเฉพาะหน้า มีแต่ทุกข์
มี ๔ มุม มีประตู ๔ ด้าน จัดไว้เหมาะสมตามสัดส่วน มีกำแพงเหล็กล้อมรอบ มีเหล็กครอบไว้ด้วย
ภาคพื้นของนรกเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นเหล็ก มีไฟลุกโชน มีความร้อนแผ่ซ่านไปตลอด ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ ตั้งอยู่ในกาลทุกเมื่อ
คนผู้กล่าวล่วงเกินฤๅษีทั้งหลาย ผู้สำรวม ผู้มีตบะเหล่านั้น ย่อมตกนรก มีเท้าชี้ขึ้นเบื้องบน มีศีรษะปักลงเบื้องล่าง
คนเหล่านั้นผู้มีปกติกระทำกรรมหยาบช้า มีความเจริญถูกขจัดแล้ว เหมือนปลาที่ถูกเฉือนออกเป็นชิ้นๆ ย่อมหมกไหม้อยู่ในนรกตลอดปีนับไม่ถ้วน
มีกายถูกไฟเผาไหม้ทั้งภายในทั้งภายนอกอยู่เป็นนิตย์ แสวงหาทางออกจากนรก ก็ไม่พบประตูที่จะออก
จึงวิ่งไปทางประตูด้านทิศตะวันออก จากนั้นก็วิ่งกลับไปทางประตูด้านทิศตะวันตก วิ่งไปแม้ทางประตูด้านทิศเหนือ จากนั้นจึงวิ่งกลับไปยังประตูด้านทิศใต้ วิ่งไปถึงประตูใดๆ ประตูนั้นๆ ก็ปิดทันที
นับเป็นเวลาหลายพันปี ชนทั้งหลายที่ตกนรก ต้องประคองแขนคร่ำครวญ เสวยทุกข์มิใช่น้อย
เพราะเหตุนั้น บุคคลไม่ควรระรานคนดี เพราะท่านมีความสำรวม มีตบะ ประดุจอสรพิษมีพิษกล้าที่โกรธแล้วหลีกเลี่ยงได้ยาก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๒. สังกิจจชาดก (๕๓๐)
พระเจ้าอัชชุนะทรงเป็นใหญ่ในแคว้นเกตกะ มีพระวรกายกำยำล่ำสัน ทรงเป็นนายขมังธนูผู้ยิ่งใหญ่ มีพระพาหาตั้งพัน ก็หายสาบสูญไปเพราะระรานโคตมฤๅษี
พระเจ้าทัณฑกีได้ทรงเอาธุลีโปรยใส่กีสวัจฉฤๅษี ผู้ไม่มีกิเลสเพียงดังธุลี พระองค์ทรงถึงความพินาศเหมือนต้นตาลถูกตัดราก
พระเจ้ามัชฌะคิดร้ายมาตังคฤๅษีผู้เรืองยศ จึงได้หายสาบสูญไปพร้อมทั้งบริษัท แคว้นของพระองค์ก็กลายเป็นป่าไม้ในกาลนั้น
ชาวเมืองอันธกเวณฑยะระรานกัณหทีปายนฤๅษี ต่างถือไม้พลองตีกันและกัน ก็พากันไปถึงสถานที่ชำระโทษของพญายม
ส่วนพระเจ้าเจจจะพระองค์นี้ เมื่อก่อนทรงเหาะไปในอากาศได้ ถูกกบิลดาบสสาปมีอัตภาพเสื่อมสิ้นฤทธิ์แล้ว ถูกแผ่นดินสูบถึงสิ้นพระชนม์
เพราะเหตุนั้นแหละ บัณฑิตทั้งหลายจึงไม่สรรเสริญ การถึงความลำเอียงเพราะความชอบ บุคคลไม่พึงมีจิตคิดประทุษร้าย พึงกล่าววาจาที่ประกอบด้วยความจริง
ถ้าว่าคนใดมีใจประทุษร้าย เพ่งเล็งมุนีผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เขาก็จะไปสู่นรกเบื้องต่ำ
ชนเหล่าใดพยายามพูดคำหยาบคาย ด่าว่าผู้เฒ่า ชนเหล่านั้นจะไม่มีที่พึ่ง ไม่มีทายาท เป็นเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๒. สังกิจจชาดก (๕๓๐)
อนึ่ง คนใดฆ่าบรรพชิตผู้ทำกิจเสร็จแล้ว ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ คนนั้นย่อมหมกไหม้อยู่ในกาฬสุตตนรกตลอดราตรีนาน
อนึ่ง พระราชาพระองค์ใดไม่ตั้งอยู่ในธรรม ทรงมีอคติ เที่ยวกำจัดแคว้น ทำชนบทให้เดือดร้อน สิ้นพระชนม์แล้วจะหมกไหม้อยู่ในตาปนนรก
และท้าวเธอจะต้องหมกไหม้อยู่ตลอดแสนปีทิพย์ จะถูกกลุ่มเปลวเพลิงห้อมล้อมเสวยทุกขเวทนา
เปลวเพลิงจะเปล่งรัศมีพวยพุ่งออกจากพระกายของท้าวเธอ สรรพางค์กายพร้อมทั้งขนและเล็บทั้งหลายของสัตว์ ผู้มีไฟเป็นอาหารจะลุกโชนเป็นอันเดียวกัน
สัตว์นรกมีกายถูกไฟครอกทั้งภายในและภายนอกอยู่เป็นนิตย์ ถูกความทุกข์ย่ำยีร้องครวญครางอยู่เหมือนช้างถูกสับด้วยตะขอ
คนใดเป็นคนต่ำช้า ฆ่าบิดาเพราะความโลภหรือความโกรธ คนนั้นย่อมหมกไหม้ในกาฬสุตตนรกตลอดราตรีนาน
คนผู้ฆ่าบิดาเช่นนั้นจะต้องหมกไหม้อยู่ในโลหกุมภีนรก และนายนิรยบาลทั้งหลายจะใช้หอกแทงเขาผู้ถูกต้มจนไม่มีหนัง ทำให้ตาบอด ให้กินปัสสาวะและอุจจาระเป็นอาหาร แล้วกดคนเช่นนั้นให้จมลงในน้ำกรด
นายนิรยบาลบังคับให้สัตว์นรกกินน้ำอุจจาระ ที่ร้อนจนเดือดพล่าน และก้อนเหล็กแดงที่มีไฟลุกโชน ถือเอาผาลที่ยาวและร้อนอยู่ตลอดราตรีนาน งัดปาก เมื่อปากเปิดอ้าจึงใช้เบ็ด ที่ผูกสายเชือก(ดึงลิ้นออกมา) แล้วจึงยัด(เหล็กแดง)เข้าไป @เชิงอรรถ : @ หนึ่งแสนปีทิพย์ ประมาณ ๕๕,๘๗๒ ล้านปีมนุษย์ (คำนวณตามประมาณอายุ)(อภิ.วิ.อ. ๑/๑๐๒๓/๕๖๖-๕๖๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๒. สังกิจจชาดก (๕๓๐)
ฝูงสุนัขดำ ฝูงสุนัขด่าง ฝูงนกแร้ง ฝูงกาป่า และฝูงนกปากเหล็ก พากันรุมจิกกัดสัตว์นรกผู้กำลังดิ้นทุรนทุราย แบ่งกันกินเป็นอาหารพร้อมทั้งเลือด
สัตว์นรกผู้ฆ่าบิดานั้นมีร่างกายแตกปริไปทั่ว เหมือนต้นตาลที่ถูกไฟไหม้ นายนิรยบาลทั้งหลายจะเที่ยวติดตามทุบตี จริงอยู่ นายนิรยบาลเหล่านั้นมีความยินดี แต่พวกสัตว์นรกนอกนี้ได้รับทุกข์ทรมาน คนผู้ฆ่าบิดาทุกจำพวกในโลกนี้ต้องตกอยู่ในนรกเช่นนั้น
อนึ่ง บุตรฆ่ามารดา ตายจากโลกนี้ไปแล้ว เข้าถึงที่อยู่ของพญายม ต้องเสวยทุกข์อย่างร้ายแรงด้วยผลกรรมของตน
นายนิรยบาลทั้งหลายที่มีพละกำลังอย่างยิ่ง จะใช้ขนหางสัตว์ที่เป็นลวดเหล็กแดง มัดบีบคั้นสัตว์นรกที่ฆ่ามารดาผู้ให้กำเนิดอยู่เสมอๆ
บังคับให้สัตว์นรกนั้นผู้ฆ่ามารดาดื่มเลือดที่มีอยู่ในตน ที่ไหลออกจากร่างกายของตน ซึ่งร้อนปานประหนึ่งน้ำทองแดงที่ละลายคว้าง
สัตว์นรกนั้นลงสู่ห้วงน้ำที่คล้ายน้ำหนองน้ำเลือด มีโคลนตม คูถอันน่าเกลียด มีกลิ่นเหม็นเน่าดุจซากศพ แล้วยืนอยู่
ณ ห้วงน้ำนั้น หมู่หนอนปากเหล็ก มีร่างกายใหญ่โตเหลือประมาณทำลายผิวหนัง ชอนไชเข้าไปในเนื้อและเลือด กัดกินสัตว์นรกนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๒. สังกิจจชาดก (๕๓๐)
ก็สัตว์นรกนั้นตกถึงนรกแล้ว ก็จมลงไปประมาณ ๑๐๐ ช่วงคน ซากศพอันเน่าก็เหม็นฟุ้งตลบไปโดยรอบตลอด ๑๐๐ โยชน์
จริงอยู่ แม้คนที่มีจักษุ ก็จะเสื่อมจากจักษุทั้ง ๒ ได้เพราะกลิ่นนั้น ขอถวายพระพรพระเจ้าพรหมทัต คนฆ่ามารดาย่อมได้รับความทุกข์เช่นนั้นแหละ
หญิงที่รีดลูกทั้งหลายจะต้องย่างเหยียบนรก บนคมมีดโกนอันคมกริบที่ไม่น่ารื่นรมย์ แล้วตกไปยังแม่น้ำเวตตรณีซึ่งข้ามไปได้ยาก
ต้นงิ้วทั้งหลายล้วนแต่เป็นเหล็ก มีหนามยาว ๑๖ องคุลี ห้อยย้อยปกคลุมแม่น้ำเวตตรณีซึ่งข้ามไปได้ยากทั้ง ๒ ฝั่ง
สัตว์นรกเหล่านั้นมีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นไปเบื้องบนหนึ่งโยชน์ มีกายเร่าร้อนด้วยไฟที่เกิดเอง ยืนอยู่เหมือนกองไฟที่ตั้งอยู่ในที่ไกล
หญิงผู้ประพฤตินอกใจสามีก็ดี ชายผู้คบชู้กับภรรยาคนอื่นก็ดี พวกเขาเหล่านั้นต้องตกอยู่ในนรกอันเร่าร้อนมีหนามแหลมคม
สัตว์นรกเหล่านั้นถูกอาวุธทิ่มแทง ก็กลิ้งกลับเอาศีรษะลงเบื้องล่าง ตกลงไปเป็นจำนวนมาก ถูกหลาวเหล็กทิ่มแทงร่างกายจนนอน ตื่นอยู่ตลอดกาลอันยาวนาน
ต่อแต่นั้น เมื่อราตรีสว่างแล้ว สัตว์นรกทั้งหลายก็ถูกนายนิรยบาลซัดเข้าไปยังโลหกุมภีอันใหญ่ อุปมาดังภูเขามีน้ำร้อนอันเปรียบได้กับไฟ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] ๒. สังกิจจชาดก (๕๓๐)
บุคคลผู้ทุศีลถูกโมหะครอบงำ ย่อมเสวยกรรมของตนหมกไหม้อยู่ ที่ตนกระทำชั่วไว้แล้วในปางก่อนตลอดวันตลอดคืนอย่างนี้
อนึ่ง ภรรยาที่เขาไถ่มาด้วยทรัพย์ ดูหมิ่นสามี หรือแม่ผัว พ่อผัว หรือแม้พี่ชาย พี่สาวของสามี
นายนิรยบาลทั้งหลายจะเอาเบ็ดเกี่ยวปลายลิ้นของเธอ ดึงออกมาพร้อมทั้งสายเบ็ด เธอเห็นลิ้นของตนยาวประมาณ ๑ วา เต็มไปด้วยหนอน ไม่อาจจะบอกใครให้ทราบได้ จึงตายไปหมกไหม้อยู่ในตาปนนรก
พวกคนฆ่าแกะ ฆ่าสุกร จับปลา ดักสัตว์ พวกโจร พวกคนฆ่าวัว พวกนายพราน และพวกที่กล่าวอ้างโทษว่าเป็นคุณ
พวกเขาจะถูกนายนิรยบาลทั้งหลายเข่นฆ่าด้วยหอก ด้วยค้อนเหล็ก ด้วยดาบ ด้วยลูกศร และศีรษะจะปักดิ่งลงไปยังแม่น้ำกรด
ส่วนคนผู้ตัดสินคดีไม่เป็นธรรม จะถูกพวกนายนิรยบาลทุบตีด้วยค้อนเหล็กทุกเย็นทุกเช้า ต่อแต่นั้นจะต้องกินอาเจียนที่สัตว์นรกเหล่าอื่นคายออก ที่มีอัตภาพลำบากทุกเมื่อ
ฝูงกา ฝูงสุนัขจิ้งจอก ฝูงแร้ง และฝูงกาป่าปากเหล็ก ก็พากันรุมจิกกัดกินสัตว์นรก ผู้กระทำกรรมหยาบช้าซึ่งกำลังดิ้นรนอยู่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๙. สัฏฐินิบาต] รวมชาดกที่มีในนิบาต
เหล่าชนผู้เป็นอสัตบุรุษใช้ธุลีฉาบปกปิดร่างกาย ฆ่าเนื้อด้วยเนื้อต่อหรือฆ่านกด้วยนกต่อ ชนเหล่านั้นต้องไปตกอุสสทนรก
ส่วนสัตบุรุษทั้งหลายย่อมไปสู่เทวโลกเบื้องบน เพราะกรรมที่ตนประพฤติดีแล้วในโลกนี้ ขอมหาบพิตรโปรดทอดพระเนตร ผลกรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้วเถิด เทพเจ้าทั้งหลายพร้อมทั้งพระอินทร์และพระพรหมก็มีอยู่
ข้าแต่มหาราช เพราะเหตุนั้น อาตมภาพขอถวายพระพร ขอพระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งแคว้น จงทรงประพฤติธรรม โดยประการที่บุคคลประพฤติธรรมดีแล้ว ไม่พึงเดือดร้อนในภายหลังเถิด สังกิจจชาดกที่ ๒ จบ รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ ๑. โสณกชาดก ๒. สังกิจจชาดก สัฏฐินิบาต จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๔}