สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลี
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ กุมารีภูตวรรค สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลี
กุมาริภูตวคฺคสฺส ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีจัณฑกาลีเข้าไปหาภิกษุณีสงฆ์ ขอสมมติการ ให้อุปสมบท ภิกษุณีสงฆ์พิจารณาดูภิกษุณีจัณฑกาลีในขณะนั้นแล้ว กล่าวว่า ดูกรแม่เจ้า เธอยัง ไม่สมควรให้กุลธิดาบวชก่อน แล้วมิได้ให้สมมติการให้อุปสมบท ภิกษุณีจัณฑกาลีรับคำว่า ดีแล้ว. ครั้นสมัยต่อมา ภิกษุณีสงฆ์สมมติการให้อุปสมบทแก่ภิกษุณีเหล่าอื่น ภิกษุณีจัณฑกาลี จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ดิฉันคนเดียวเป็นคนเขลา ดิฉันคนเดียวเป็นคนไม่มีความละอาย เพราะสงฆ์ให้สมมติการให้อุปสมบทแก่ภิกษุณีเหล่าอื่น ไม่ให้กะดิฉันคนเดียว. บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าจัณฑกาลี อันภิกษุณีสงฆ์กล่าวอยู่ว่า ดูกรแม่เจ้า เธอยังไม่สมควรให้กุลธิดาบวชก่อน ดังนี้ รับคำว่า ดีแล้ว ภายหลังจึงได้ถึงการบ่นว่าเล่า ... ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุณีทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุณีจัณฑกาลี อันสงฆ์กล่าวอยู่ว่า ดูกรแม่เจ้า เธอยังไม่สมควรให้กุลธิดาบวชก่อน ดังนี้ รับคำว่า ดีแล้ว ภายหลังได้ถึงการบ่นว่า จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีจัณฑกาลีอันภิกษุณี สงฆ์กล่าวอยู่ว่า ดูกรแม่เจ้า เธอยังไม่สมควรให้กุลธิดาบวชก่อน ดังนี้ รับคำว่า ดีแล้ว ภาย หลังจึงได้ถึงการบ่นว่าเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่ เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๑๓๑. ๖. อนึ่ง ภิกษุณีใด อันภิกษุณีสงฆ์กล่าวอยู่ว่า ดูกรแม่เจ้า เธอยังไม่สม ควรให้กุลธิดาบวชก่อน ดังนี้ รับคำว่า ดีแล้ว ภายหลังถึงธรรมคือบ่นว่า เป็นปาจิตตีย์. เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลี จบ. สิกขาบทวิภังค์
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน จณฺฑกาลี ภิกฺขุนี ภิกฺขุนีสงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา วุฏฺฐาปนสมฺมตึ ยาจติ ฯ อถโข ภิกฺขุนีสงฺโฆ จณฺฑกาลึ ภิกฺขุนึ ปริจฺฉินฺทิตฺวา อลนฺตาว เต อยฺเย วุฏฺฐาปิเตนาติ วุฏฺฐาปนสมฺมตึ น อทาสิ ฯ จณฺฑกาลี ภิกฺขุนี สาธูติ ปฏิสฺสุณิ ฯ {๔๒๐.๑} เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนีสงฺโฆ อญฺญาสํ ภิกฺขุนีนํ วุฏฺฐาปนสมฺมตึ เทติ ฯ จณฺฑกาลี ภิกฺขุนี อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ อหเมว นูน พาลา อหเมว อลชฺชินี ยํ สงฺโฆ อญฺญาสํ ภิกฺขุนีนํ วุฏฺฐาปนสมฺมตึ เทติ มยฺหเมว น เทตีติ ฯ ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อยฺยา จณฺฑกาลี อลนฺตาว เต อยฺเย วุฏฺฐาปิเตนาติ วุจฺจมานา สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชิสฺสตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว จณฺฑกาลี ภิกฺขุนี อลนฺตาว เต อยฺเย วุฏฺฐาปิเตนาติ วุจฺจมานา สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ {๔๒๐.๒} วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว จณฺฑกาลี ภิกฺขุนี อลนฺตาว เต อยฺเย วุฏฺฐาปิเตนาติ วุจฺจมานา สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชิสฺสติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๔๒๐.๓} ยา ปน ภิกฺขุนี อลนฺตาว เต อยฺเย วุฏฺฐาปิเตนาติ วุจฺจมานา สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺเชยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุณี ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้. คำว่า ดูกรแม่เจ้า เธอยังไม่สมควรให้กุลธิดาบวชก่อน ความว่า ดูกรแม่เจ้า เธอยังไม่ ควรก่อน ที่จะเป็นผู้ให้กุลธิดาอุปสมบท. คำว่า รับคำว่า ดีแล้ว ความว่า ถึงธรรมคือบ่นว่าในภายหลัง ต้องอาบัติปาจิตตีย์. อนาปัตติวาร
ยา ปนาติ ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนีติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ภิกฺขุนีติ ฯ อลนฺตาว เต อยฺเย วุฏฺฐาปิเตนาติ อลนฺตาว เต อยฺเย อุปสมฺปาทิเตน ฯ สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
บ่นว่าภิกษุณีสงฆ์ผู้ทำ เพราะฉันทาคติ เพราะโทสาคติ เพราะโมหาคติ เพราะ ภยาคติ โดยปกติ ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. กุมารีภูตวรรค สิกขาบทที่ ๖ จบ. -----------------------------------------------------
อนาปตฺติ ปกติยา ฉนฺทา โทสา โมหา ภยา กโรนฺตํ ขียติ อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ ---------