สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ นิสสัคคิยกัณฑ์ แม่เจ้าทั้งหลาย อนึ่ง ธรรมคือนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบทเหล่านี้แล มาสู่อุเทศ. ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์
นิสฺสคฺคิยกณฺฑํ อิเม โข ปนยฺยาโย ตึส นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ ปตฺตวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปทํ
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ พากันสั่งสมบาตรไว้มากมาย ประชาชนเดินเที่ยวชมวิหารเห็นเข้าแล้วพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้สั่งสมบาตรไว้มากมาย ท่านจักทำการขายบาตร หรือจักออกร้านค้าเครื่องภาชนะ. ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินคนพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์จึงพากันทำการสั่งสมบาตรเล่า ... ครั้นแล้วได้แจ้งเรื่องนั้นแด่ภิกษุทั้งหลายๆ ได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกภิกษุณี- *ฉัพพัคคีย์ทำการสั่งสมบาตร จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์จึงได้ พากันทำการสั่งสมบาตรเล่า การกระทำของพวกนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลาย จงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๒๖. ๑. อนึ่ง ภิกษุณีใด พึงทำการสั่งสมบาตร เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์. เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จบ. สิกขาบทวิภังค์
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย พหุปตฺเต สนฺนิจยํ กโรนฺติ ฯ มนุสฺสา วิหารจาริกํ อาหิณฺฑนฺตา ปสฺสิตฺวา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขุนิโย พหุปตฺเต สนฺนิจยํ กริสฺสนฺติ ปตฺตวณิชฺชํ วา ภิกฺขุนิโย กริสฺสนฺติ อามตฺติกาปณํ วา ปสาเรสฺสนฺตีติ ฯ อสฺโสสุํ โข ภิกฺขุนิโย เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ {๙๓.๑} ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย ปตฺตสนฺนิจยํ กริสฺสนฺตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย ปตฺตสนฺนิจยํ กโรนฺตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย ปตฺตสนฺนิจยํ กริสฺสนฺติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๙๓.๒} ยา ปน ภิกฺขุนี ปตฺตสนฺนิจยํ กเรยฺย นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุณี ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้. ที่ชื่อว่า บาตร มีสองชนิด คือบาตรเหล็ก ๑ บาตรดินเผา ๑ ขนาดของบาตร บาตรมี ๓ ขนาด คือ บาตรขนาดใหญ่ ๑ บาตรขนาดกลาง ๑ บาตรขนาดเล็ก ๑ บาตรที่ชื่อว่าขนาดใหญ่ จุข้าวสุกแห่งข้าวสารกึ่งอาฬหก ของเคี้ยวเท่าส่วนที่สี่แห่งข้าวสุก และกับข้าวพอสมควรแก่ข้าวสุกนั้น. บาตรที่ชื่อว่าขนาดกลาง จุข้าวสุกแห่งข้าวสารหนึ่งนาฬี ของเคี้ยวเท่าส่วนที่สี่แห่งข้าวสุก และกับข้าวพอสมควรแก่ข้าวสุกนั้น. บาตรที่ชื่อว่าขนาดเล็ก จุข้าวสุกแห่งข้าวสารหนึ่งปัตถะ ของเคี้ยวเท่าส่วนที่สี่แห่งข้าวสุก และกับข้าวพอสมควรแก่ข้าวสุกนั้น. ใหญ่กว่านั้นไม่ใช่บาตร เล็กกว่านั้นก็ไม่ใช่บาตร. บทว่า พึงทำการสั่งสม คือ ไม่ได้อธิษฐาน ไม่ได้วิกัป. บาตรเป็นนิสสัคคิยะ คือ เป็นนิสสัคคีย์พร้อมกับเวลาอรุณขึ้น จำต้องเสียสละแก่สงฆ์ คณะ หรือภิกษุณีรูปหนึ่ง. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลบาตรเป็นนิสสัคคีย์นั้น ภิกษุณีพึงเสียสละ อย่างนี้. วิธีเสียสละ เสียสละแก่สงฆ์
ยา ปนาติ ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนีติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ภิกฺขุนีติ ฯ ปตฺโต นาม เทฺว ปตฺตา อโยปตฺโต มตฺติกาปตฺโต ฯ ตโย ปตฺตสฺส วณฺณา อุกฺกฏฺโฐ ปตฺโต มชฺฌิโม ปตฺโต โอมโก ปตฺโต ฯ อุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโต อฑฺฒาฬฺหโกทนํ คณฺหาติ จตุภาคํ ขาทนียํ ตทูปิยํ พฺยญฺชนํ ฯ มชฺฌิโม นาม ปตฺโต นาฬิโกทนํ คณฺหาติ จตุภาคํ ขาทนียํ ตทูปิยํ พฺยญฺชนํ ฯ โอมโก นาม ปตฺโต ปตฺโถทนํ คณฺหาติ จตุภาคํ ขาทนียํ ตทูปิยํ พฺยญฺชนํ ฯ ตโต อุกฺกฏฺโฐ อปตฺโต โอมโก อปตฺโต ฯ สนฺนิจยํ กเรยฺยาติ อนธิฏฺฐิโต อวิกปฺปิโต ฯ นิสฺสคฺคิโย โหติ สห อรุณุคฺคมนา นิสฺสคฺคิโย โหติ นิสฺสชฺชิตพฺโพ สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา เอกภิกฺขุนิยา วา ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว นิสฺสชฺชิตพฺโพ ฯ
ภิกษุณีรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุณีผู้แก่ พรรษากว่าทั้งหลาย แล้วนั่งกระโหย่ง ประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า แม่เจ้าเจ้าข้า บาตรใบนี้ของข้าพเจ้า ล่วงราตรีแล้ว เป็นของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละบาตรใบนี้แก่สงฆ์ ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุณีผู้ฉลาด ผู้สามารถพึงรับอาบัติ พึงคืนบาตรที่เสียสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจาว่า แม่เจ้าเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า บาตรใบนี้ของภิกษุณีมีชื่อนี้ เป็นของจำจะสละ เธอสละแล้วแก่สงฆ์ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้บาตรใบนี้แก่ภิกษุณีมีชื่อนี้ ดังนี้. เสียสละแก่คณะ
ตาย ภิกฺขุนิยา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขุนีนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อยํ เม อยฺเย ปตฺโต รตฺตาติกฺกนฺโต นิสฺสคฺคิโย อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามีติ ฯ นิสฺสชฺชิตฺวา อาปตฺติ เทเสตพฺพา ฯ พฺยตฺตาย ภิกฺขุนิยา ปฏิพลาย อาปตฺติ ปฏิคฺคเหตพฺพา ฯ นิสฺสฏฺฐปตฺโต ทาตพฺโพ {๙๕.๑} สุณาตุ เม อยฺเย สงฺโฆ อยํ ปตฺโต อิตฺถนฺนามาย ภิกฺขุนิยา นิสฺสคฺคิโย สงฺฆสฺส นิสฺสฏฺโฐ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิมํ ปตฺตํ อิตฺถนฺนามาย ภิกฺขุนิยา ทเทยฺยาติ ฯ
ภิกษุณีรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุณีหลายรูป ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้า ภิกษุณีผู้แก่พรรษากว่าทั้งหลาย แล้วนั่งกระโหย่ง ประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า แม่เจ้า เจ้าข้า บาตรใบนี้ของข้าพเจ้า ล่วงราตรีแล้ว เป็นของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละ บาตรใบนี้แก่แม่เจ้าทั้งหลาย. ครั้นสละแล้ว พึงแสดงอาบัติ ภิกษุณีผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนบาตรที่เสียสละ ให้ด้วยญัตติกรรมวาจาว่า ขอแม่เจ้าทั้งหลายจงฟังข้าพเจ้า บาตรใบนี้ของภิกษุณีมีชื่อนี้ เป็นของ จำจะสละ เธอสละแล้วแก่แม่เจ้าทั้งหลาย ถ้าความพร้อมพรั่งของแม่เจ้าทั้งหลายถึงที่แล้ว แม่เจ้า ทั้งหลายพึงให้บาตรใบนี้แก่ภิกษุณีมีชื่อนี้ ดังนี้. เสียสละแก่ภิกษุณีรูปหนึ่ง
ตาย ภิกฺขุนิยา สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขุนีนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺสุ วจนียา อยํ เม อยฺยาโย ปตฺโต รตฺตาติกฺกนฺโต นิสฺสคฺคิโย อิมาหํ อยฺยานํ นิสฺสชฺชามีติ ฯ นิสฺสชฺชิตฺวา อาปตฺติ เทเสตพฺพา ฯ พฺยตฺตาย ภิกฺขุนิยา ปฏิพลาย อาปตฺติ ปฏิคฺคเหตพฺพา ฯ นิสฺสฏฺฐปตฺโต ทาตพฺโพ {๙๖.๑} สุณนฺตุ เม อยฺยาโย อยํ ปตฺโต อิตฺถนฺนามาย ภิกฺขุนิยา นิสฺสคฺคิโย อยฺยานํ นิสฺสฏฺโฐ ฯ ยทิ อยฺยานํ ปตฺตกลฺลํ อยฺยาโย อิมํ ปตฺตํ อิตฺถนฺนามาย ภิกฺขุนิยา ทเทยฺยุนฺติ ฯ
ภิกษุณีรูปนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุณีรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า แม่เจ้า เจ้าข้า บาตรใบนี้ของดิฉัน ล่วงราตรีแล้ว เป็นของจำจะสละ ดิฉันสละบาตรใบนี้แก่แม่เจ้า ครั้นสละแล้ว พึงแสดงอาบัติ ภิกษุณีผู้รับเสียสละนั้นพึงรับอาบัติ พึงคืนบาตรที่เสียสละให้ด้วยคำว่า ข้าพเจ้าให้บาตรใบนี้แก่แม่เจ้า ดังนี้. บทภาชนีย์ นิสสัคคิยปาจิตตีย์
ตาย ภิกฺขุนิยา เอกํ ภิกฺขุนึ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนียา อยํ เม อยฺเย ปตฺโต รตฺตาติกฺกนฺโต นิสฺสคฺคิโย อิมาหํ อยฺยาย นิสฺสชฺชามีติ ฯ นิสฺสชฺชิตฺวา อาปตฺติ เทเสตพฺพา ฯ ตาย ภิกฺขุนิยา อาปตฺติ ปฏิคฺคเหตพฺพา ฯ นิสฺสฏฺฐปตฺโต ทาตพฺโพ อิมํ ปตฺตํ อยฺยาย ทมฺมีติ ฯ
บาตรล่วงราตรีแล้ว ภิกษุณีสำคัญว่า ล่วงแล้ว เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บาตรล่วงราตรีแล้ว ภิกษุณีสงสัย เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บาตรล่วงราตรีแล้ว ภิกษุณีสำคัญว่า ยังไม่ล่วง เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บาตรยังไม่ได้อธิษฐาน ภิกษุณีสำคัญว่า อธิษฐานแล้ว เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บาตรยังไม่ได้วิกัป ภิกษุณีสำคัญว่าวิกัปแล้ว เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บาตรยังไม่ได้สละให้ไป ภิกษุณีสำคัญว่า สละให้ไปแล้ว เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์. บาตรยังไม่สูญ ภิกษุณีสำคัญว่า สูญแล้ว เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บาตรไม่หาย ภิกษุณีสำคัญว่า หายแล้ว เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บาตรไม่แตก ภิกษุณีสำคัญว่า แตกแล้ว เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บาตรไม่ถูกลักไป ภิกษุณีสำคัญว่า ถูกลักไปแล้ว เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ติกะทุกกฏ
รตฺตาติกฺกนฺเต อติกฺกนฺตสญฺญา นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ รตฺตาติกฺกนฺเต เวมติกา นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ รตฺตาติกฺกนฺเต อนติกฺกนฺตสญฺญา นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ อนธิฏฺฐิเต อธิฏฺฐิตสญฺญา นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ อวิกปฺปิเต วิกปฺปิตสญฺญา นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ อวิสฺสชฺชิเต วิสฺสชฺชิตสญฺญา นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ อนฏฺเฐ นฏฺฐสญฺญา ... อวินฏฺเฐ วินฏฺฐสญฺญา ... อภินฺเน ภินฺนสญฺญา ... อวิลุตฺเต วิลุตฺตสญฺญา นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
บาตรเป็นนิสสัคคีย์ ภิกษุณียังไม่ได้สละ ใช้สอย ต้องอาบัติทุกกฏ. บาตรยังไม่ล่วงราตรี ภิกษุณีสำคัญว่า ล่วงแล้ว ใช้สอย ต้องอาบัติทุกกฏ. บาตรยังไม่ล่วงราตรี ภิกษุณีสงสัย ใช้สอย ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ต้องอาบัติ บาตรยังไม่ล่วงราตรี ภิกษุณีสำคัญว่า ยังไม่ล่วง ใช้สอย ไม่ต้องอาบัติ. อนาปัตติวาร
นิสฺสคฺคิยํ ปตฺตํ อนิสฺสชฺชิตฺวา ปริภุญฺชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ รตฺตานติกฺกนฺเต อติกฺกนฺตสญฺญา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ รตฺตานติกฺกนฺเต เวมติกา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ รตฺตานติกฺกนฺเต อนติกฺกนฺตสญฺญา อนาปตฺติ ฯ
ภายในอรุณขึ้น ภิกษุณีอธิษฐาน ๑ วิกัป ๑ สละให้ไป ๑ สูญ ๑ หาย ๑ แตก ๑ ถูกโขมยแย่งชิงเอาไป ๑ เพื่อนถือวิสาสะเอาไป ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. เรื่องไม่ยอมคืนบาตรให้
อนาปตฺติ อนฺโตอรุณํ อธิฏฺเฐติ วิกปฺเปติ วิสฺสชฺเชติ นสฺสติ วินสฺสติ ภิชฺชติ อจฺฉินฺทิตฺวา คณฺหนฺติ วิสฺสาสํ คณฺหนฺติ อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ไม่ยอมคืนบาตรที่เสียสละให้ ภิกษุทั้งหลายกราบ ทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บาตรที่ภิกษุณีเสียสละแล้ว จะไม่คืนให้ไม่ได้ รูปใดไม่ยอมคืนให้ ต้องอาบัติทุกกฏ. ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๑ จบ. -----------------------------------------------------
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย นิสฺสฏฺฐปตฺตํ น เทนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา นิสฺสฏฺฐปตฺโต น ทาตพฺโพ ยา น ทเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ -------