โคจรนานัตตญาณนิทเทส
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ปัญญาในการกำหนดธรรมเป็นภายนอก เป็นโคจรนานัตตญาณ อย่างไร พระโยคาวจรย่อมกำหนดธรรมทั้งหลายเป็นภายนอกอย่างไร ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ เป็นภายนอก ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดรูปเป็นภายนอกอย่างไร ย่อมกำหนดว่า รูปเกิด เพราะอวิชชา เกิดเพราะตัณหา เกิดเพราะกรรม เกิดเพราะอาหาร อาศัยมหาภูต- *รูป ๔ เกิดแล้ว เข้ามาประชุมแล้วรูปไม่มี (รูปเดี๋ยวนี้ไม่เป็นเหมือนเมื่อก่อน) มีแล้วจักไม่มี (บัดนี้เป็นอย่างนี้ ต่อไปจักไม่เป็นเหมือนบัดนี้) ย่อมกำหนดรูป โดยความเป็นของมีที่สุด กำหนดว่า รูปไม่ยั่งยืน ไม่เที่ยง มีความแปรปรวนไป เป็นธรรมดา รูปไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไป เป็นธรรมดา เสื่อมไปเป็นธรรมดา คลายไปเป็นธรรมดา ดับไปเป็นธรรมดา ย่อม กำหนดรูปโดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่กำหนดโดยความเป็นของเที่ยง กำหนด โดยความเป็นทุกข์ ไม่กำหนดโดยความเป็นสุข กำหนดโดยความเป็นอนัตตา ไม่ กำหนดโดยความเป็นอัตตา ย่อมเบื่อหน่าย ไม่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด ไม่ กำหนัด ย่อมยังราคะให้ดับ ไม่ให้เกิด ย่อมสละคืน ไม่ยึดถือ เมื่อกำหนดโดย ความเป็นของไม่เที่ยง ย่อมละความสำคัญว่าเป็นของเที่ยงได้ เมื่อกำหนดโดย ความเป็นอนัตตา ย่อมละความสำคัญว่าเป็นตัวตนได้ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมละ ความยินดีได้ เมื่อคลายกำหนัด ย่อมละราคะได้ เมื่อยังราคะให้ดับ ย่อมละเหตุ ให้เกิดได้ เมื่อสละคืน ย่อมละความยึดถือได้ พระโยคาวจรย่อมกำหนดรูปเป็น ภายนอกอย่างนี้ ฯ
กถํ พหิทฺธาววตฺถาเน ปญฺญา โคจรนานตฺเต ญาณํ ฯ {๑๖๓.๑} กถํ พหิทฺธา ธมฺเม ววตฺเถติ ฯ รูเป พหิทฺธา ววตฺเถติ สทฺเท พหิทฺธา ววตฺเถติ คนฺเธ พหิทฺธา ววตฺเถติ รเส พหิทฺธา ววตฺเถติ โผฏฺฐพฺเพ พหิทฺธา ววตฺเถติ ธมฺเม พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ {๑๖๓.๒} กถํ รูเป พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ รูปา อวิชฺชาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ รูปา ตณฺหาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ รูปา กมฺมสมฺภูตาติ ววตฺเถติ รูปา อาหารสมฺภูตาติ ววตฺเถติ รูปา จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ ววตฺเถติ รูปา อุปฺปนฺนาติ ววตฺเถติ รูปา สมุปาคตาติ ววตฺเถติ รูปา อหุตฺวา สมฺภูตา หุตฺวา น ภวิสฺสนฺตีติ ววตฺเถติ รูเป อนฺตวนฺตโต ววตฺเถติ รูปา อทฺธุวา อสสฺสตา วิปริณามธมฺมาติ ววตฺเถติ รูปา อนิจฺจา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมาติ ววตฺเถติ รูเป อนิจฺจโต ววตฺเถติ โน นิจฺจโต ทุกฺขโต ววตฺเถติ โน สุขโต อนตฺตโต ววตฺเถติ โน อตฺตโต นิพฺพินฺทติ โน นนฺทติ วิรชฺชติ โน รชฺชติ นิโรเธติ โน สมุเทติ ปฏินิสฺสชฺชติ โน อาทิยติ อนิจฺจโต ววตฺเถนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหติ ทุกฺขโต ววตฺเถนฺโต สุขสญฺญํ ปชหติ อนตฺตโต ววตฺเถนฺโต อตฺตสญฺญํ ปชหติ นิพฺพินฺทนฺโต นนฺทึ ปชหติ วิรชฺชนฺโต ราคํ ปชหติ นิโรเธนฺโต สมุทยํ ปชหติ ปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาทานํ ปชหติ เอวํ รูเป พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ
พระโยคาวจรย่อมกำหนดเสียงเป็นภายนอกอย่างไร ย่อม กำหนดว่า เสียงเกิดเพราะอวิชชา ฯลฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดเสียงเป็นภาย นอกอย่างนี้ ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดรสเป็นภายนอกอย่างไร ย่อมกำหนดว่า รสเกิด เพราะอวิชชา ฯลฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดรสเป็นภายนอกอย่างนี้ ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดโผฏฐัพพะเป็นภายนอกอย่างไร ย่อมกำหนดว่า โผฏฐัพพะเกิดเพราะอวิชชา ฯลฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดโผฏฐัพพะเป็นภายนอก อย่างนี้ ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดธรรมารมณ์เป็นภายนอกอย่างไร ย่อมกำหนดว่า ธรรมารมณ์เกิดเพราะอวิชชา เกิดเพราะตัณหา เกิดเพราะกรรม เกิดเพราะอาหาร เกิดแล้ว เข้าประชุมพร้อมแล้วธรรมารมณ์ไม่มี (ธรรมารมณ์เดี๋ยวนี้ไม่เป็นเหมือน เมื่อก่อน) มีแล้วจักไม่มี (บัดนี้เป็นอย่างนี้ ต่อไปจักไม่เป็นเหมือนบัดนี้) ย่อม กำหนดธรรมารมณ์โดยความเป็นของมีที่สุด กำหนดว่า ธรรมารมณ์ไม่ยั่งยืน ไม่ เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ธรรมารมณ์ไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา เสื่อมไปเป็นธรรมดา คลายไป เป็นธรรมดา ดับไปเป็นธรรมดา ย่อมกำหนดธรรมารมณ์โดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่กำหนดโดยความเป็นของเที่ยง กำหนดโดยความเป็นทุกข์ ไม่กำหนดโดย ความเป็นสุข กำหนดโดยความเป็นอนัตตา ไม่กำหนดโดยความเป็นอัตตา ย่อมเบื่อหน่าย ไม่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด ไม่กำหนัด ย่อมยังราคะให้ดับ ไม่ ให้เกิด ย่อมสละคืนไม่ยึดถือ เมื่อกำหนดโดยความเป็นของไม่เที่ยง ย่อมละ ความสำคัญว่าเป็นของเที่ยงได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็นทุกข์ ย่อมละความสำคัญ ว่าเป็นสุขได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็นอนัตตา ย่อมละความสำคัญว่าเป็นตัวตน ได้ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมละความยินดีได้ เมื่อคลายกำหนัด ย่อมละราคะได้ เมื่อยังราคะให้ดับ ย่อมละเหตุให้เกิดได้ เมื่อสละคืน ย่อมละความยึดถือได้ พระโยคาวจรย่อมกำหนดธรรมารมณ์เป็นภายนอกอย่างนี้ ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการกำหนดธรรมเป็นภายนอก เป็นโคจร นานัตตญาณ ฯ
กถํ สทฺเท พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ สทฺทา อวิชฺชาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ฯเปฯ สทฺทา จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ ววตฺเถติ สทฺทา อุปฺปนฺนาติ ววตฺเถติ สทฺทา สมุปาคตาติ ววตฺเถติ สทฺทา อหุตฺวา สมฺภูตา หุตฺวา น ภวิสฺสนฺตีติ ววตฺเถติ สทฺเท อนฺตวนฺตโต ววตฺเถติ สทฺทา อทฺธุวา อสสฺสตา วิปริณามธมฺมาติ ววตฺเถติ สทฺทา อนิจฺจา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมาติ ววตฺเถติ สทฺเท อนิจฺจโต ววตฺเถติ ฯเปฯ เอวํ สทฺเท พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ {๑๖๔.๑} กถํ คนฺเธ พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ คนฺธา อวิชฺชาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ คนฺธา ตณฺหาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ฯเปฯ เอวํ คนฺเธ พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ {๑๖๔.๒} กถํ รเส พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ รสา อวิชฺชาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ รสา ตณฺหาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ฯเปฯ เอวํ รเส พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ {๑๖๔.๓} กถํ โผฏฺฐพฺเพ พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ โผฏฺฐพฺพา อวิชฺชาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ โผฏฺฐพฺพา ตณฺหาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ โผฏฺฐพฺพา กมฺมสมฺภูตาติ ววตฺเถติ โผฏฺฐพฺพา อาหารสมฺภูตาติ ววตฺเถติ โผฏฺฐพฺพา อุปฺปนฺนาติ ววตฺเถติ โผฏฺฐพฺพา สมุปาคตาติ ววตฺเถติ ฯเปฯ เอวํ โผฏฺฐพฺเพ พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ {๑๖๔.๔} กถํ ธมฺเม พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ ธมฺมา อวิชฺชาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ธมฺมา ตณฺหาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ธมฺมา กมฺมสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ธมฺมา อาหารสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ธมฺมา อุปฺปนฺนาติ ววตฺเถติ ธมฺมา สมุปาคตาติ ววตฺเถติ ธมฺมา อหุตฺวา สมฺภูตา หุตฺวา น ภวิสฺสนฺตีติ ววตฺเถติ ธมฺเม อนฺตวนฺตโต ววตฺเถติ ธมฺมา อทฺธุวา อสสฺสตา วิปริณามธมฺมาติ ววตฺเถติ ธมฺมา อนิจฺจา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมาติ ววตฺเถติ ธมฺเม อนิจฺจโต ววตฺเถติ โน นิจฺจโต ทุกฺขโต ววตฺเถติ โน สุขโต อนตฺตโต ววตฺเถติ โน อตฺตโต นิพฺพินฺทติ โน นนฺทติ วิรชฺชติ โน รชฺชติ นิโรเธติ โน สมุเทติ ปฏินิสฺสชฺชติ โน อาทิยติ อนิจฺจโต ววตฺเถนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหติ ทุกฺขโต ววตฺเถนฺโต สุขสญฺญํ ปชหติ อนตฺตโต ววตฺเถนฺโต อตฺตสญฺญํ ปชหติ นิพฺพินฺทนฺโต นนฺทึ ปชหติ วิรชฺชนฺโต ราคํ ปชหติ นิโรเธนฺโต สมุทยํ ปชหติ ปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาทานํ ปชหติ เอวํ ธมฺเม พหิทฺธา ววตฺเถติ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ พหิทฺธาววตฺถาเน ปญฺญา โคจรนานตฺเต ญาณํ ฯ -------